"เสียงเฟืองเวลาในตัวเธอดังถี่เกินไปแล้ว เรย์"
ปลายนิ้วเรียวยาวของดร.ลีอาห์แตะลงบนข้อมือซ้ายของผม แรงกดนั้นเบาหวิวดุจปีกผีเสื้อ แต่กลับหนักหน่วงรากับเตือนสติให้ผมตื่นจากภวังค์แห่งการคำนวณ ในความมืดสลัวของอุโมงค์ใต้มหานครลอยฟ้า เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมของผม
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามยังคงลอยเคว้งคว้าง สะท้อนข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจที่พุ่งสูงถึงหนึ่งร้อยสามสิบครั้งต่อนาที ควบคู่กับค่าความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตที่ลดฮวบลงทุก ๆ สามวินาที
เบื้องหน้าของเราไม่ใช่ทางตัน แต่มันคือ "รอยแยกควอนตัม" ขนาดยักษ์ที่ฉีกกระชากโครงสร้างกาลเวลาให้แบะออก พื้นผิวของมันบิดเบี้ยวราวกับกระจกเงาที่สะท้อนภาพเมืองหลวงในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตซ้อนทับกันไปมาอย่างน่าเวียนหัว กลิ่นอายของโอโซนและประจุไฟฟ้าเข้มข้นจนปลายผมตั้งชัน
"ผมคำนวณความเสี่ยงแล้วครับอาจารย์ ถ้าเราไม่ใช้เส้นทางนี้ผ่านแนวป้องกันของระบบหลัก ลูปเวลาจะรีเซ็ตภายในสิบสองนาทีข้างหน้า และเราจะสูญเสียความทรงจำทั้งหมด... อีกครั้ง" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้ลึก ๆ แล้วภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุในห้องแล็บเมื่อสิบปีก่อนจะแวบเข้ามาหลอกหลอนในหัวราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ดร.ลีอาห์ถอนหายใจเบา ๆ แววตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นโลหะมองลึกเข้ามาในดวงตาของผม เธอยกมือขึ้นปรับอุปกรณ์วิเคราะห์คลื่นสมองบนขมับของเธอ เสียงคลิกเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกับที่เธอยื่นแผงวงจรชิ้นเล็ก ๆ ให้ผม
"การคำนวณด้วยสมองมนุษย์มีขีดจำกัดเสมอ เรย์ เธอกำลังแบกรับภาระของลูปเวลาไว้มากเกินไป... รับนี่ไป เชื่อมมันเข้ากับอินเทอร์เฟซของเธอซะ แล้วให้ระบบช่วยแบ่งเบาภาระจิตใจของเธอ"
ผมมองแผงวงจรสีเงินยวงที่สลักลวดลายวงจรพิมพ์อันซับซ้อน มันคือ "ตัวช่วยประสานความทรงจำลูปที่ห้า" อุปกรณ์ที่ผมเคยออกแบบไว้ในอนาคต (หรืออาจจะเป็นอดีต) ที่เธอนำกลับมามอบให้ในเส้นเวลานี้
"ถ้าผมเชื่อมมันเข้าไป สมองของผมอาจจะ..."
"อาจจะรับความทรงจำของทุก ๆ ลูปที่ซ้อนทับกันเข้ามาพร้อมกันได้ทั้งหมด... และนั่นคือวิธีเดียวที่เราจะหา 'รหัสผ่านหลัก' เจอ" เธอยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง แต่มันกลับสร้างความอุ่นวาบขึ้นในทรวงอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของห้วงมิติ
ผมพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อ อีกต่อไป ผมประกบแผงวงจรเข้ากับพอร์ตเชื่อมต่อที่หลังต้นคอ ความรู้สึกเจ็บแปลบรากับถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ตามด้วยกระแสข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลทะลักเข้ามาในสมอง ภาพของเหตุการณ์ซ้ำซากจำเจ เสียงกรีดร้อง เสียงระเบิด และความตายวนเวียนซ้ำไปซ้ำมานับร้อยครั้งนับพันครั้ง—แต่มันถูกจัดระเบียบอย่างรวดเร็วด้วยอัลกอริทึมที่ผมเพิ่งเขียนขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ
ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบหยุดนิ่ง
เส้นแสงนับล้านเส้นปรากฏขึ้นในสายตาของผม มันคือแผนที่สามมิติที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่มนุษยชาเคยสร้างขึ้น "แผนที่สู่ศูนย์กลางเวลา" เผยตัวตนอย่างชัดเจน หอคอยฐานข้อมูลนิรันดร์ไม่ได้ตั้งอยู่ในมิติไหนเลย แต่มันถูกซ่อนไว้ใน "ช่องว่างระหว่างลมหายใจ" ของระบบหลัก
"ผมเจอแล้วครับ..." ผมพسึมพำ ดวงตาสะท้อนแสงสีฟ้าของข้อมูลที่ไหลผ่านรวดเร็วดุจสายน้ำ
"เก่งมากเด็กน้อย" ดร.ลีอาห์ตบไหล่ผมเบา ๆ "ทีนี้... เดินตามฉันมา"
เราก้าวข้ามรอยแยกควอนตัมเข้าไป แรงโน้มถ่วงแปรปรวนฉับพลัน บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความมืดมิดของอุโมงค์ใต้ดินกลายเป็นห้องโถงสีขาวโพลนที่ไร้ขอบเขต ตรงกลางห้องมีเสาพลังงานทรงกระบอกขนาดมหึมาตั้งตระหง่าน มันคือหัวใจของระบบที่ควบคุมเวลาทั้งหมดของจักรวาลแห่งนี้
แต่ทว่า... บนยอดเสานั้น กลับมีเงาร่างหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว
ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดลึก แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก คือ "เสียง" ที่ดังสะท้อนก้องกังวานออกมาจากเงาร่างนั้น
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... เรย์ ฉันรอเธอกับอาจารย์มาเจ็ดร้อยรอบลูปแล้ว”*
เงาร่างนั้นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น พร้อมกับดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ—ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวผมเองทุกประการ ทว่าดวงตาทั้งสองข้างกลับเปล่งประกายสีแดงฉานด้วยรังสีแห่งการทำลายล้าง
ติ๊ง!
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบตัวตนระดับ SSS "ผู้ดูแลระบบเงา (Shadow Architect)" ทำการบล็อกเส้นทางถอยหลังทั้งหมด]
[คำเตือน: ความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตในลูปนี้ลดลงสู่ระดับ 0.00% ทันที]
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดของห้วงเวลานี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนอนาคต•ตอนที่ 9
แผนที่สู่ศูนย์กลางเวลา
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!