แสงสะท้อนสีฟ้าจากหน้าจอแท็บเล็ตส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของรินรดา เผยให้เห็นรอยย่นบางๆ บริเวณหัวคิ้วที่เกิดจากการขมวดมุ่นอย่างต่อเนื่อง ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดของอาคารพาณิชย์ร้างย่านชานเมือง กลิ่นอับชื้นของฝุ่นละอองและคราบสนิมผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศเก่าๆ จนทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอึมครึมราวกับห้องสอบสวนใต้ดิน
"คุณกำลังมองหาความยุติธรรม... หรือกำลังไล่ล่าเงาของตัวเองกันแน่ครับ ทนายรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากความมืดมุมห้อง กวินทร์ยืนพิงกรอบหน้าต่างที่ถูกปิดตาย แสงไฟนีออนกะพริบจากเสาไฟฟ้าด้านนอกวาดเงาทอดยาวทาบทับร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม เขาสอดมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา—มันไม่ใช่เยาะเย้ย และไม่ใช่ความเห็นอกเห็นใจ แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังรอจังหวะดูเหยื่อติดกับดัก
รินรดาไม่หันไปมอง เธอปัดนิ้วบนหน้าจออย่างรวดเร็วเพื่อเรียกไฟล์วิดีโอจากกล้องตัวที่สี่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดอับสายตาของลานจอดรถ มุมมองภาพสั่นไหวเล็กน้อยจากแรงลม ก่อนที่ภาพจะปรากฏเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน ร่างของชายคนหนึ่งกำลังล้มลงพร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ปลิวหลุดจากมือ
"ความยุติธรรมคือสิ่งที่เราจับต้องได้ด้วยพยานหลักฐาน ไม่ใช่บทกวีโรแมนติกที่ซ่อนอยู่หลังถ้อยคำสวยหรูของคุณ กวินทร์" รินรดาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคู่คมจดจ้องที่หน้าจอไม่กระพริบ "และภาพจากกล้องวงจรปิดตัวนี้ คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า ลูกความของผมไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ"
กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกจากมุมมืด เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์ดังก้องเป็นจังหวะ ราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่หายนะ เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ที่รินรดานั่งอยู่ กลิ่นกายจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์และกระดาษเก่าโชยแตะจมูกเธอ
"คุณเชื่อมั่นในกล่องสี่เหลี่ยมพลาสติกกับเลนส์แก้วพวกนั้นมากเกินไป..." กวินทร์โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าของหญิงสาวจนเธอต้องเกร็งไหล่โดยอัตโนมัติ "คุณไว้ใจตาของเครื่องจักร แต่กลับเมินเฉยต่อความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาของมนุษย์... ลองกดเล่นไฟล์วิดีโอต่อไปซิครับ คุณทนายผู้เที่ยงธรรม"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวยาวแตะลงบนปุ่มเล่นวิดีโออีกครั้ง ทว่า สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอหาใช่เหตุการณ์ต่อเนื่องไม่ หน้าจอกลับกลายเป็นสีดำสนิท พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงสดกระพริบเตือนรัวๆ ว่า *[File Corrupted / Deleted by Admin]*
ดวงตาของทนายความสาวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกดนิ้วซ้ำๆ เพื่อรีเฟรชระบบ แต่ผลลัพธ์ยังคงเดิม ไฟล์วิดีโอในช่วงเวลาสำคัญที่สุดถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นอย่างเกลี้ยงเกลาและไร้ร่องรอย ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่เป็นการลบไฟล์อย่างมืออาชีพด้วยคำสั่งทางไกลที่เจาะจงวินาทีที่เกิดเหตุพอดีเป๊ะ
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงต้นคอ เธอหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ยืนโน้มตัวอยู่เหนือเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา
"ฝีมือคุณเหรอ?" เธอเค้นเสียงถาม นัยน์ตาลุกโชนด้วยโทสะและความระแวง
กวินทร์แย้มยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขายืดตัวตรงช้าๆ สายตาคมกริบมองสบตาเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังอ่านทะลุเข้าไปถึงรอยแผลเป็นในจิตใจของเธอ
"ผมเป็นแค่กผู้ร้อยเรียงถ้อยคำ ทนายรินรดา... ผมจะไปมีความสามารถทำลายหลักฐานทางดิจิทัลได้อย่างไร" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบงันเข้าบีั้นทอนสติสัมปชัญญะของเธอ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องชะงักงัน "แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครเป็นคนลบมัน... ลองพลิกแผ่นกระดาษโน้ตที่ลูกความของคุณทำตกไว้ในวิดีโอเมื่อครู่นี้ดูสิครับ"
รินรดานิ่งงัน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอจำได้แม่นยำว่าในวิดีโอที่เพิ่งถูกลบไป มีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งปลิวหลุดจากมือเหยื่อ—กระดาษแผ่นเดียวกับที่เธอเพิ่งเก็บมาจากที่เกิดเหตุเมื่อช่วงบ่าย และยังไม่ได้เปิดอ่านมัน
เธอยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะอย่างเร่งรีบ เปิดมันออกด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย หยิบแผ่นกระดาษสีเหลืองนวลเก่าคร่ำคร่าออกมา กลิ่นหอมจางๆ ของหมึกซึมโบราณลอยเตะจมูก ทว่า สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่ตัวเลขหรือหลักฐานทางคดีอย่างที่เธอคาดหวัง
มันคือลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำ เป็นบทกวีสั้นๆ สามบรรทัดที่สลักเสลาอย่างประณีต แต่กลับกรีดลึกถึงขั้วหัวใจ:
*“พยานที่เงียบงันที่สุด... คือรอยเลือดบนมือของคนที่กำลังค้นหาความจริง*
*ความยุติธรรมที่เธอไขว่คว้า... แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้น*
*และเงาที่เธอกำลังไล่ล่า... ก็ยืนอยู่เคียงข้างเธอในเวลานี้เอง”*
รินรดาชะงักค้าง ลมหายใจสะดุดกักไว้ที่ลำคอ เธอยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมอง กวินทร์ก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เสียงปรบมือเบาๆ สองสามครั้งดังขึ้นในความสลัวของห้องร้าง
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก—มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนๆ เดียว แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทหลายคู่ที่กำลังเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้ห้องนี้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจที่ดังแทรกซ่าขึ้นมาในความมืด: *"แจ้งศูนย์ควบคุม พบผู้ต้องสงสัยอยู่ในพื้นที่ปิดล้อม... ปิดทางออกทุกด้านทันที!"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและบทกวีแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 7
พยานที่ไร้เสียง
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!