บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 5

ทฤษฎีความโดดเดี่ยว

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
รอยหมึกบนกระดาษสาแผ่นนั้นยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลิ่นอายของความตายก็ลอยวนกลับมาเคาะประตูห้องทำงานของรินรดาอีกครั้ง ในรูปแบบที่เยือกเย็นและคุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว แฟ้มคดีสีน้ำตาลบนโต๊ะไม้สักทองถูกเปิดออกอย่างไร้เสียง ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือสีขาวสะอาดกำลังพลิกดูภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงายาวของรินรดาให้ทาบทับไปบนภาพถ่ายใบนั้น องค์ประกอบทุกอย่าง ราวกับถูกลอกแบบออกมาจากคดีแรกอย่างไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นมุมห้องที่จัดวางศพ ตำแหน่งของบทกวีที่ถูกวางไว้บนอกของผู้เคราะห์ร้าย หรือแม้กระทั่งรอยพับของกระดาษที่ไร้ซึ่งรอยนิ้วมืออื่นใด นอกจากความว่างเปล่า "มันไม่ใช่ความบังเอิญ... และมันไม่ใช่การเลียนแบบอาชญากรรม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ดวงตาคู่คมจดจ้องร่างสูงโปรดปรานที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างหันหลังให้ แสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกใส ขับเน้นให้เงาร่างของกวินทร์ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ซึ่งลมหายใจ เขากำลังถือแก้ววิสกี้ในมือ หมุนวนของเหลวสีอำพันช้าๆ ราวกับกำลังรอคอยเวลาให้สารพิษออกฤทธิ์ "คุณมั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือครับ ทนายรินรดา" กวินทร์หันกลับมา ชายหนุ่มยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาความรู้สึก "บางที... ฆาตกรอาจจะแค่ชื่นชอบในสุนทรียศาสตร์บทกวีบทเดียวกัน ก็เป็นได้" "สุนทรียศาสตร์งั้นหรือ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันระหว่างคนทั้งสองแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวราวกับจะหนาแน่นขึ้น เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ฝ่ามือวางทราบลงบนเอกสารคดี "เหยื่อรายนี้เป็นอัยการที่กำลังจะเซ็นอนุมัติรื้อฟื้นคดีเก่าของคุณพ่อฉัน... และคุณ คือคนสุดท้ายที่โทรศัพท์หาเขาเมื่อคืนนี้ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นศพ" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ไม่มีเสียงถอนหายใจ ไม่มีอาการสะดุ้งสะเทือน กวินทร์เพียงแต่ก้าวเดินเข้ามาใกล้ ช้าๆ ราวกับจังหวะจะโคนของบทเพลงวอลที่ไร้เสียง ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายจางๆ ของชาขาวและฝนตกผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยแตะจมูก "คุณกำลังใช้ตรรกะทางกฎหมายมาตัดสินความงามของศิลปะ, ทนายสาว" กวินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสสีนิลคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีก้นบึ้ง "หลักฐานทางกายภาพบอกคุณว่าผมคือผู้ต้องสงสัย แต่สัญชาตญาณล่ะ... มันบอกคุณว่าอย่างไร? ว่าผมเป็นฆาตกร หรือว่าผมเป็นแค่เงาที่คุณพยายามวิ่งไล่ตามมาตลอดชีวิต?" รินรดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า เขาสามารถอ่านทะลุทะลวงเปลือกนอกที่เธอสร้างขึ้นมาป้องกันตัวได้อย่างง่ายดาย เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างลืมตัว สายตายังคงแข็งกร้าวแต่มือที่กำหมัดแนบข้างลำตัวกลับสั่นเทาเล็กน้อย "กฎหมายไม่สน​ใจสัญชาตญาณ กวินทร์" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับมาควบคุมสถานการณ์ "กฎหมายสน​ใจแค่หลักฐาน... และถ้าฉันพบหลักฐานชิ้นเดียวที่เชื่อมโยงถึงคุณ ต่อให้บทกวีของคุณจะสวยงามแค่ไหน ฉันก็จะส่งคุณเข้าห้องขังโดยไม่ลังเล" กวินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ทุ้มนุ่มและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน เขายื่นมือออกไป ราวกับจะเอื้อมมาสัมผัสปอยผมที่หลุดลุ่ยข้าง Mกหูของเธอ รินรดาชะงักแต่ไม่ถอยหนี ปลายนิ้วของเขาหยุดอยู่ห่างจากผิวแก้มของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนที่เขาจะหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เหน็บไว้ปกเสื้อสูทของเธอออกมาถือไว้แทน "คุณระวังตัวน้อยเกินไปนะ... ทนายรินรดา" กวินทร์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับกระแสลมหนาวในฤดูใบไม้ร่วง "ฆาตกรไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ข้างหลังหรอกครับ... เขาทิ้งมันไว้ 'ข้างหน้า' คุณต่างหาก" รินรดายื้อแย่งกระดาษแผ่นนั้นมา ก้มมองตัวอักษรลายมือที่เขียนด้วยหมึกซึมสีดำสนิท เป็นบทกวีสองบรรทัดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด ไม่ใช่ข้อความในกระดาษ... ...แต่มันคือตราประทับขี้ผึ้งสีแดงสดรูป 'กุหลาบดำ' ที่มุมกระดาษ ซึ่งเป็นตราประทับอันเดียวกับที่เคยอยู่ในคดีฆาตกรรมครอบครัวของเธอเมื่อสิบปีก่อน! รินรดารีบเงยหน้าขึ้นเพื่อคาดคั้น แต่มุมห้องทำงานกลับว่างเปล่า ประตูไม้บานใหญ่ปิดสนิท มีเพียงเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่กำลังก้าวห่างออกไปทางบันไดหนีไฟ ทิ้งให้เธอยืนอยู่ท่ามกลางความมืดและเศษซากปริศนาที่กำลังบีบรัดหัวใจให้แหลกสลาย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและบทกวีแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%