“ถ้าเธอคิดจะตายเพื่อหนีความอัปยศที่ก่อไว้ ก็จงจำใส่หัวเอาไว้ว่าวิญญาณของเธอจะไม่มีวันได้ไปผุดไปเกิดในที่ที่ควรอยู่ แต่ต้องมาเน่าเฟะอยู่ในไร่ชาซอมซ่อแห่งนี้ให้สมกับความโง่เขลาของตัวเอง!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเคียดแค้นของหญิงวัยกลางคนดังก้องอยู่ในมโนภาพ พร้อมกับความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ลินินสะดุ้งสุดตัวจนปลายเท้ากระตุก ร่างกายที่เคยบอบบางในชุดราตรีหรูหราเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดระบมไปทั้งร่าง ผิวหนังที่เคยเนียนละเอียดกลับสากระคายด้วยเนื้อผ้าป่านหยาบกร้าน
ลินินลืมตาโพลงขึ้นทันที สิ่งที่เห็นไม่ใช่เพดานห้องนอนสีขาวบริสุทธิ์ในคฤหาสน์ แต่เป็นฝ้าเพดานไม้เก่าคร่ำที่เต็มไปด้วยหยากไย่ กลิ่นดินชื้นและกลิ่นใบชาแห้งอบอวลไปทั่วบริเวณจนน่าวิงเวียน เธอหอบหายใจถี่ สายตามองกวาดไปรอบห้องที่คับแคบและเต็มไปด้วยข้าวของวางระเกะระกะ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอเริ่มไหลทะลักเข้ามาดั่งน้ำป่า
‘หลินเฟยเฟย... หญิงสาวที่ถูกตระกูลสามีทอดทิ้งมาให้ตายในที่ห่างไกล’
ลินินพยายามยันกายลุกขึ้น แขนที่ไร้เรี่ยวแรงสั่นเทาขณะยันกับเตียงไม้แข็งๆ ความรู้สึกขมปร่าในลำคอทำให้เธอต้องไอออกมาจนตัวโยน รสฝาดของเลือดเจือจางในน้ำลายบ่งบอกถึงบาดแผลภายในที่ยังไม่หายดี เธอไม่ใช่นางร้ายผู้โง่เขลาในนิยายที่มัวแต่ฟูมฟาย เธอคือลินิน... นักบริหารผู้กุมอาณาจักรธุรกิจในโลกใบเก่าที่เพิ่งสิ้นลมไปเพราะอุบัติเหตุ และตอนนี้ เธอกำลังยึดครองร่างนี้ไว้เพื่อเริ่มต้นใหม่
แกร๊ก—
เสียงกลอนประตูถูกเลื่อนออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเย็นเยียบของเขาราวกับหิมะแรกในฤดูหนาว แม้ใบหน้าจะคมเข้มและหล่อเหลาราวกับงานประติมากรรมชั้นเลิศ ทว่าดวงตากลับนิ่งสนิทดุจห้วงน้ำลึกที่ไม่มีวันก้นบึ้ง
“ฟื้นแล้วหรือ?”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ หากแต่แฝงไว้ด้วยกระแสเย็นชาที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ศิลาวางถ้วยยาเซรามิกสีหม่นลงบนโต๊ะไม้ข้างเตียง เขาปรายตามองลินินเพียงชั่วครู่ก่อนจะเบนสายตาไปทางหน้าต่างที่เปิดกว้าง มองออกไปยังแนวไร่ชาที่ทอดตัวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา
ลินินนิ่งงัน เธอจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม เขาไม่ใช่สามีที่ยอมศิลาตามคำบอกเล่าในความทรงจำของร่างนี้อย่างแน่นอน คนตรงหน้ามีรัศมีของวิศวกรผู้มีความมั่นใจสูงและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
“ที่นี่ที่ไหน?” ลินินถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น
ศิลาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังวิเคราะห์สินค้าชิ้นสำคัญ “ที่นี่คือ ‘ไร่ชาหลังเขา’ ห่างจากความเจริญที่คุณเคยรู้จักหลายร้อยกิโลเมตร และที่สำคัญ... ที่นี่ไม่มีใครต้องการคุณ”
ลินินแค่นยิ้มที่มุมปาก “คนตายไปแล้วครั้งหนึ่งไม่มีอะไรให้ต้องกลัวหรอกค่ะ คุณศิลา”
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อของเขาออกจากปากหญิงสาวที่ปกติเอาแต่นอนนิ่งเป็นผักมาหลายวัน เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลินินสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขา มือหนาคว้าคางของเธอให้เงยขึ้น บังคับให้สบตา “กล้าสบตาฉันแล้วหรือ? หลังจากที่พยายามกินยาพิษเพื่อหนีการแต่งงานที่น่ารังเกียจนี้”
“คนเราเปลี่ยนใจกันได้เสมอ” ลินินย้อนกลับไปโดยไม่หลบสายตา “ในเมื่อฉันยังไม่ตาย และคุณเองก็ถูกบังคับให้มาดูแลฉัน เรามาทำข้อตกลงกันไหมคะ”
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “ข้อตกลง? กับผู้หญิงที่แม้แต่จะดูแลตัวเองยังไม่ได้เนี่ยนะ?”
“ข้อตกลงที่จะทำให้ไร่ชาที่กำลังจะเจ๊งแห่งนี้ กลายเป็นไร่ชาที่ทำกำไรมหาศาลภายในหนึ่งปี” ลินินขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างมั่นคง แม้จะเจ็บร้าวไปทั้งตัวแต่สายตาของเธอกลับคมกริบดุจมีดโกน “คุณเป็นวิศวกร คุณมองโครงสร้างเป็น แต่คุณมองธุรกิจไม่ออก... และฉัน คือคนที่คุณต้องการที่สุดในตอนนี้”
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ ศิลาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความฉลาดแกมโกงและความมั่นใจที่ฉายออกมาผ่านดวงตาคู่สวยนั้น ทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มที่ปิดตายมานานเกิดจังหวะที่เต้นผิดไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น เสียงทุบประตูดังลั่นมาจากด้านหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงแหลมสูงของหญิงสูงวัยที่เป็นดั่งฝันร้ายของร่างเดิม
“ศิลา! แกอยู่ที่นั่นใช่ไหม! ออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแม่นังตัวดีนั่นมันฟื้นแล้ว เอาเงินในหีบสมบัติของตระกูลออกมาเดี๋ยวนี้! ถือว่าเป็นค่าชดเชยที่ตระกูลต้องมาเสียเวลาเลี้ยงดูคนพิการอย่างมัน!”
ศิลาขมวดคิ้วแน่น เขาหันไปมองลินินที่ตอนนี้กลับแย้มยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุก
“ดูเหมือนว่า ‘ศัตรู’ จะมาหาถึงหน้าประตูเลยนะคะ” ลินินลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบากแต่ทว่ามั่นคง เธอคว้าเอาผ้าคลุมไหล่เก่าๆ มาห่มตัว “เรามาเริ่มบทเรียนแรกของการทำไร่กันเถอะค่ะ... การจัดการขยะที่ไม่ได้รับเชิญ”
ลินินก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างมั่นใจ กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าที่เธอไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนโชยออกมาจากตัวเธอ แตะจมูกของศิลาจนเขาเผลอก้าวตามไปโดยไม่รู้ตัว แต่ขณะที่ลินินกำลังจะผลักประตูออกไปนั้น เธอก็หยุดกึกแล้วหันมามองเขาด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง
“จำไว้นะคะคุณศิลา... อย่าเผลอตกหลุมรักคนที่คุณเพิ่งบอกว่า ‘ไร้ค่า’ จนเกินไปนักล่ะ เพราะเมื่อถึงเวลาที่ฉันได้สิ่งที่ต้องการแล้ว... ต่อให้คุณจะรั้งฉันไว้ด้วยโซ่ตรวน ฉันก็จะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลยแม้แต่นิดเดียว”
สิ้นคำพูด เธอก็ผลักประตูออกไป เผยให้เห็นแม่สามีใจร้ายที่ยืนถลึงตาอยู่เบื้องล่าง แต่สิ่งที่ทำให้ลินินต้องหยุดชะงักและหัวใจกระตุกวาบไม่ใช่หญิงชราคนนั้น... หากแต่เป็นจดหมายตราประทับสีแดงสดที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องโถง ซึ่งเป็นจดหมายจากทางการที่ส่งมาถึงศิลา และบนหน้าซองนั้นมีชื่อของ ‘คนตาย’ ที่เธอเพิ่งสวมร่างมาปรากฏอยู่!
มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... และเธอกำลังตกอยู่ในเกมที่อันตรายกว่าที่คิดไว้มากนัก
กุหลาบหนามเงินขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับลินินในบทเปิดตัวสุดเข้มข้นนี้นะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับแห่งไร่ชา•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากเถ้าถ่าน
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรหนุ่มผู้กุมความลับแห่งไร่ชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
