สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวเหมียวขี้บ่น•ตอนที่ 1

เปิดฉากสงครามขนาดย่อม

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ยืนยันนั่งยันเลยนะเติ้ล ว่าถ้าตาหน้ามึนคนนี้ทำแผนผังร้านฉันพังแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ฉันจะเอาแฟ้มโปรเจกต์นี้ฟาดหัวเขาให้กบาลแยกค้างโต๊ะประชุมจริงๆ ด้วย!" เสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตดังลอดไรฟันของพรีม อินฟลูเอนเซอร์สาวสายกินเที่ยวชื่อดังที่ตอนนี้กำลังสערความโกรธไว้ในอกจนตัวสั่นระริก เธอส่งข้อความเสียงผ่านแชตกลุ่มลับที่มินและเติ้ลอยู่ในนั้น โดยพยายามกดเสียงให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้หลุดรอดจากห้องประชุมกระจกใสเก็บเสียง แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้เก็บเสียงดีแค่ไหน รังสีความหงุดหงิดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอก็คงทะลุกระจกไปถึงข้างนอกแล้ว "ใจเย็นก่อนคุณพรีมขา สถาปนิกกรันต์เขาเพิ่งกวาดรางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยมแห่งปีมาหมาดๆ นะครับ ไม่งั้นทางบริษัทผมไม่กล้าส่งไม้ต่อให้หรอกน่า เชื่อมือเพื่อนผมเถอะ หน้ามึนๆ แบบนั้นแต่มือทองนะจะบอกให้" เสียงตอบกลับจากเติ้ลในหูฟังไร้สายดังแทรกขึ้นมา พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักของมินที่สมทบเข้ามาทันที "มือทองอะไรถ้าสันดานกวนประสาท! ดูรอยยิ้มนั่นสิ มิน... แกดูสายตาเขา!" พรีมแทบจะเข្វี้ยงโทรศัพท์มือถือทิ้งลงพื้น ถ้าไม่ติดว่าเธอกำลังนั่งอยู่ต่อหน้าเป้าหมาย ที่ปลายโต๊ะประชุมไม้ยาวสไตล์มินิมอล ร่างสูงโปร่งของกรันต์ในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ นิ้วเรียวยาวเคาะปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเพลงช้าๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรง 6 เหลี่ยมมองตรงมาที่เธอด้วยแววตากรุ้มกริมที่อ่านไม่ออกว่าเขากกำลังคิดเรื่องงานหรือกำลังหาเรื่องเธอกันแน่ "สรุปคือ... คุณพรีมอยากให้คาเฟ่สไตล์ธรรมชาติบำบัด มีมุมถ่ายรูปเช็กอินทุกตารางเมตร กาแฟต้องดี เบเกอรี่ต้องปัง และที่สำคัญ..." กรันต์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ "ต้องมีมุมลับเฉพาะสำหรับทาสแมว โดยที่แมวต้องไม่ไปเดินป้วนเปี้ยนกวนใจลูกค้าที่แพ้ขนสัตว์... ผมเข้าใจถูกนะครับคุณเจ้าของร้านคนสวย" คำว่า 'คนสวย' ที่หลุดออกมาจากปากหยักได้รูปนั้นไม่ได้ทำให้พรีมรู้สึกจั๊กจี้หัวใจเลยสักนิด แต่มันกลับทำให้เส้นเลือดขมับของเธอเต้นตุบๆ จนแทบจะระเบิด "ไม่ต้องมาประชดฉันเลยค่ะ... เอ๊ย! ไม่ต้องมาประชดฉันเลยครับ... ไม่สิ! ประชดฉันเลยค่ะ... โธ่เว้ย!" พรีมเผลอหลุดปากพูดคำลงท้ายผิดๆ ถูกๆ จนอยากจะมุดแผ่นดินหนี เมื่อเห็นมุมปากของสถาปนิกหนุ่มยกยิ้มขึ้นอย่างขบขัน "เอ่อ... ตกลงจะเป็นค่ะหรือครับดีครับคุณพรีม?" กรันต์แกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทสุดขีด "ถ้าสับสนเรื่องสรรพนาม เดี๋ยวผมเขียนลงในแบบแปลนให้ไหมครับ ว่าโซนไหนควรใช้คำว่าอะไร จะได้ไม่สับสนเวลาสั่งงานผม" เสียงหัวเราะเบาๆ จากทีมงานฝ่ายอื่นที่นั่งร่วมประชุมด้วยดังขึ้นกลบความเงียบ ทำให้พรีมหน้าแดงแจ๋ด้วยความโกรธผสมความอาย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติกลับมาแล้วกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนทุกคนสะดุ้ง "ฟังให้ดีนะคะคุณกรันต์ ฉันไม่ได้มาเล่นขายของ และร้าน 'Meow-narak Café' นี่ก็คือความฝันทั้งชีวิตของฉัน เงินลงทุนทุกบาททุกสตางค์มาจากน้ำพักน้ำแรงของฉันเอง เพราะฉะนั้น กรุณาเลิกทำหน้าตากวนประสาทแล้วเอาสมองส่วนหน้ามาคิดงานให้ออกมาใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่สวยแต่รูปแต่พังตอนใช้งานจริงเหมือนหน้าตาคุณ!" สิ้นคำประกาศิตของอินฟลูเอนเซอร์สาว ห้องประชุมทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบกริบชั่วขณะ มินที่แอบมองผ่านกระจกอยู่ด้านนอกถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ ส่วนเติ้ลที่ปลายสายขยับแว่นแล้วอุทานเบาๆ ว่า *'เอาแล้วไงเพื่อนกู'* แต่ปฏิกิริยาของกรันต์กลับผิดคาด แทนที่เขาจะโกรธหรือเถียงกลับ สถาปนิกหนุ่มกลับโน้มตัวไปข้างหน้า ประสานมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะแล้วจ้องมองเธอด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ ราวกับเธอกำลังรีวิวสินค้าชิ้นโปรดที่เขากำลังสนใจจะซื้อ "ดุเป็นแมวเปอร์เซียตอนหิวปลาทูเลยนะครับเนี่ย..." กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบชวนฟัง ชนิดที่คนฟังอยากจะหยิบรองเท้าแตะมาฟาดหน้าสักที "แต่ผมชอบนะ... เวลาคุณพรีมโมโห หางตาจะเชิดขึ้นนิดนึง น่ารักดีครับ" "กรันต์!" พรีมทุบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องเขม็ง "คุณตั้งใจจะกวนประสาทฉันใช่ไหมเนี่ย!" "เปล่าสักหน่อย ผมตั้งใจจะทำงานต่างหาก" กรันต์ลุกขึ้นยืนตามอย่างสุภาพ ร่างสูงใหญ่ของเขาสร้างแรงกดดันให้พรีมต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย เขายื่นแท็บเล็ตในมือมาตรงหน้าเธอ บนจอแสดงภาพสามDของคาเฟ่ที่ถูกรีโนเวตใหม่ตามไอเดียที่เธอเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แบบที่แม้แต่เธอก็ยังต้องอึ้ง "อะ... นี่คุณ..." พรีมกะพริบตาปริบๆ มองภาพบนจอ "ผมทำร่างนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าประชุมแล้วครับคุณพรีม รู้ว่าคุณต้องอยากได้แบบนี้" กรันต์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก "ส่วนเรื่องแมวขี้บ่น... เอ๊ย แมวประจำร้าน เดี๋ยวผมออกแบบทางเดินลับให้มันเดินเล่นโดยเฉพาะ รับรองว่าไม่ไปกวนใจใครแน่นอนครับ" พรีมถอยหลังกรูดด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างไม่รักดี เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ "อะแฮ่ม! ถ้าไม่มีอะไรสงสัยแล้ว งั้นเราขอตัวไปเคลียร์รายละเอียดหน้างานก่อนนะครับคุณสถาปนิก" พรีมรีบคว้ากระเป๋าถือคู่ใจแล้วหันหลังเตรียมเดินหนีออกจากห้องประชุมทันทีด้วยความลนลาน "เ디ก่อนสิครับคุณพรีม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยไล่หลังมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เย็นนี้ว่างไหมครับ พอดีผมต้องไปตรวจพื้นที่จริงที่คาเฟ่... ในฐานะเจ้าของร้าน คุณควรไปเดินตรวจงานกับผมด้วยนะ ไม่งั้นผมอาจจะออกแบบห้องนอนส่วนตัวของคุณไว้หลังร้านตามใจผมเองก็ได้นะ" พรีมชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน หันขวับกลับมามองค้อนตาควายใส่คนหน้ามึนทันที "ฝันไปเถอะ!" เธอกัดฟันกรอดแล้วสาวเท้าเดินหนีออกจากห้องประชุมอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ในขณะเดียวกัน ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของกรันต์ ปรากฏข้อความแชตที่เขากำลังพิมพ์ส่งหาพรีมเพื่อแซולהต่อ แต่ยังไม่ทันได้กดส่ง ข้อความแชตจากใครบางคนก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอของเขาเสียก่อน... *[แจ้งเตือนจากระบบ: คุณมีข้อความใหม่จาก "แม่" - กรันต์ ลูกกลับบ้านด่วน ยัยพรีมลูกสาวเพื่อนแม่ที่หนูไปกวนประสาทเขาที่บริษัทน่ะ เขาโทรมาฟ้องแม่หมดแล้วนะ!] * กรันต์ชะงักค้างไปทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า... โลกมันกลมกว่าที่คิด และยายแมวขี้บ่นคนนั้น แท้จริงแล้วคือคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่หมายมั่นปั้นมือไว้ให้เขานั่นเอง! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาทักทายและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนแรกนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับแมวเหมียวขี้บ่น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%