กลิ่นอายความตายในจอกสุรา
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของคุกหลวงโอบล้อมผัสสะ ราวกับจะฝังตรึงร่างนี้ไว้ในขุมนรกชั่วนิรันดร์
ความเจ็บปวดจากการถูกคมดาบตัดผ่านเส้นเอ็นที่ข้อเท้าและหัวเข่าในอดีตชาติ ยังคงหลงเหลือภาพลวงตาอันชัดเจนในความรู้สึก แม้ว่าเวลานี้... สภาพร่างกายของหลี่จิ่งเทียนจะยังมิได้ถูกกระทำทารุณถึงเพียงนั้นก็ตามที
ความมืดมิดที่กดทับอยู่รอบกายค่อยๆ ถูกเจือจางด้วยแสงสีส้มสลัวจากเปลวเทียนเล่มเดียวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่คุ้นเคยยิ่งกว่าเสียงหัวใจตนเองดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ประตูห้องขังไม้สักหนาหนักถูกผลักออกอย่างไม่ไยดี กลิ่นหอมเย็นของกำยานราคาแพงที่ลอยมาแตะจมูกช่างตัดกับบรรยากาศโสมمของคุกใต้ดินอย่างสิ้นเชิง
เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า บุรุษในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีครามเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนราวกับพี่ชายผู้แสนดี ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกเสียจากความสมเพชเวทนา
"ดื่มเสียเถิด... พี่รองผู้นี้อุตส่าห์ขอความเมตตาจากเสด็จพ่อ ให้เจ้าได้ตายอย่างมีเกียรติที่สุดแล้ว"
เสียงทุ้มนุ่มนวลที่เคยเอ่ยวาจาสบถสาบานต่อหน้าพระพักตร์ว่าจะร่วมเป็นร่วมตายเคียงบ่าเคียงไหล่ บัดนี้กลับเอ่ยคำพิพากษาประหารชีวิตด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งสายลมพัดผ่าน
หลี่จิ่งเทียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เปลือกตาที่ปิดสนิทเปิดขึ้นรับแสงไฟสลัว แววตาที่ควรจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวหรือความโกรธเกรี้ยว กลับลุ่มลึกราวมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง นัยน์ตาคู่นั้นนิ่งสนิทจนองค์ชายรองหลี่ซวนต้องชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
ความทรงจำนับร้อยปีในห้วงเวลาที่แตกสลาย ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง ถูกทรยศโดยคนที่รักและเชื่อใจยิ่งกว่าชีพ ร่างกายที่ถูกตัดแขนขาและปล่อยให้เน่าตายในกองเลือด... ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เลือนหายไปไหน หากแต่หลอมรวมเป็นเพลิงแค้นที่แผดเผาอยู่ภายในดวงจิตที่เพิ่งฟื้นคืนกลับมา
นี่ไม่ใช่ความฝัน... นี่คือโอกาสครั้งที่สองที่สวรรค์เมตตา (หรืออาจเป็นปีศาจจากขุมนรกที่ส่งเขา) ให้หวนคืนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม
"องค์ชายรอง..." สุ้มเสียงแหบพร่าเอמהเอื้อนออกไป รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตราชองครักษ์ผู้เคยภักดี เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องสันหลังวาบ "ทรงใจดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
หลี่ซวนขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในแววตาของคนตรงหน้า แต่เขาก็ปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ด้วยคิดว่านี่คงเป็นอาการเพ้อคลั่งของผู้ที่กำลังจะตาย "จิ่งเทียน เจ้าหมดประโยชน์แล้ว ราชสำนักไม่ต้อนรับคนไร้ค่า และบัลลังก์มังกรนั้น... มิใช่สิ่งที่สุนัขรับใช้เช่นเจ้าจะอาจเอื้อมคิดฝัน"
บนโต๊ะไม้เบื้องหน้า มีจอกสุราเงินบริสุทธิ์วางอยู่ ไอร้อนระอุบางเบาลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมหวานของดอกเหมย แต่มันคือสุราอาบยาพิษ "สลายวิญญาณ" พิษร้ายแรงที่จะทำให้ผู้ดื่มกระอักเลือดตายภายในสามลมหายใจ โดยไม่ทิ้งร่องรอยการถูกลอบสังหาร
หลี่จิ่งเทียนไม่แม้แต่จะชายตามองจอกสุรานั้น เขากลับยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้โซ่ตรวนที่ข้อเท้าจะส่งเสียงกระทบกันน่ารำคาญ แต่ท่าทางของเขากลับสง่างามราวกับพญาอินทรีที่กำลังกางปีก ไม่ใช่ นักโทษประหารผู้รอความตาย
"ท่านอ๋องทรงตรัสถูกแล้ว..." หลี่จิ่งเทียนก้าวเข้าไปใกล้หลี่ซวนทีละก้าว ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยแรงกดดันอันประหลาดจนองค์ชายรองต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ "สุนัขรับใช้เช่นข้าไม่มีสิทธิ์แตะต้องบัลลังก์นั้น... แต่ทว่า..."
ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบจอกสุราขึ้นมาถือไว้ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังถือจอกชาในงานเลี้ยงน้ำชาฤดูใบไม้ผลิ
"สุราจอกนี้... หากข้าดื่มลงไปแล้ว องค์ชายคิดว่าวิญญาณของข้าจะไปรอท่านอยู่ที่ใดหรือ? จะเป็นประตูวังหลวง... หรือจะเป็นแท่นบรรทมของฮ่องเต้?"
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร!" หลี่ซวนตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบฉายแววระแวงสงสัย ความรู้สึกไม่ปลอดภัยพุ่งพล่านขึ้นในอกอย่างไม่มีสาเหตุ
หลี่จิ่งเทียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่กลับก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขางดงามทว่าเย็นเยียบดึงดูดสายตาจนน่าขนลุก
"ข้าเพียงแต่คิดว่า... การตายไปเฉยๆ โดยไม่ทวงคืนสิ่งใดเลย มันช่างน่าเสียดายความทรงจำที่ข้าอุส่าห์แบกรับกลับมานัก"
สิ้นคำพูดนั้น หลี่จิ่งเทียนก็เงยหน้าขึ้นกระ Thirst สุราในจอกลงคอจนหมดสิ้นในรวดเดียว หยดสุราสีใสไหลเปรอะมุมปากหยดลงบนอาภรณ์สีขาวเปื้อนฝุ่น ราวกับหยดเลือดที่หยาดลงบนผืนหิมะบริสุทธิ์
หลี่ซวนเบิกตากว้าง จ้องมองการกระทำนั้นด้วยความตกตะลึงระคนโล่งอก ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขององค์ชายรอง "ในเมื่อเจ้าเลือกทางนี้เอง ก็จงอย่าได้โทษผู้ใด..."
ทว่า... หลี่จิ่งเทียนกลับไม่ได้ล้มลงกระอักเลือดอย่างที่ควรจะเป็น ร่างเพรียวบางยังคงยืนหยัดตรงตระหง่าน แววตาคมปลาบจ้องมองตรงมาที่หลี่ซวนด้วยความสมเพชเวทนาที่ทวีคูณยิ่งกว่าเดิม
มือเรียวคว้าข้อมือของหลี่ซวนไว้แน่นด้วยพละกำลังที่ไม่อาจคาดคิดว่าคนใกล้ตายจะมีได้ ก่อนจะโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ
"ท่านพี่... การเดินทางกลับสู่นรกขุมที่สิบเอ็ดของพวกเรา... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเองเพคะ"
หลี่ซวนหน้าถอดสี ทันทีที่สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือของอีกฝ่าย และก่อนที่เขาจะทันได้สะบัดออก ประตูคุกหลวงด้านนอกก็ถูกกระแทกเปิดอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของราชองครักษ์นับสิบคนที่วิ่งกรูเข้ามา พร้อมด้วยราชโองการสีทองอร่ามที่ถูกชูขึ้นสูงท่ามกลางความมืดมิด
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ...ปลดองค์ชายรองหลี่ซวน ฐานสมคบคิดกับกบฏ!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและสะสมเพลิงแค้นไปพร้อมกันนะคะ
สุริยันหวนคืนบัลลังก์โลหิต•ตอนที่ 1
กลิ่นอายความตายในจอกสุรา
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุริยันหวนคืนบัลลังก์โลหิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
