“ถ้าจ่าจะมายืนจ้องถาดกับข้าวของฉันเหมือนจะกินหัวกันแบบนี้ วันหลังฉันคงต้องทำเมนู ‘แกงคั่วหัวคน’ เตรียมไว้ต้อนรับแล้วละค่ะ”
รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความกวนประสาทเล็กๆ ในขณะที่มือเรียวสวยวางถาดไม้ลงบนโต๊ะหน้าร้านชั่วคราวที่เธอเพิ่งประกอบขึ้นเองเมื่อเช้ามืด กลิ่นเครื่องแกงที่ผ่านการตำด้วยมืออย่างพิถีพิถันจาก ‘มิติห้องครัวโบราณ’ ของเธอ มันไม่ได้แค่หอม แต่เป็นกลิ่นหอมที่ทรงพลังจนคนแปลกหน้าที่เดินผ่านหน้าค่ายทหารยังต้องชะงักฝีเท้า
จ่าภูผาที่กำลังจะเอ่ยปากตำหนิเรื่องการเปิดร้านโดยไม่บอกกล่าวถึงกับกลืนคำพูดลงคอ กลิ่นสมุนไพรสด ทั้งขมิ้นชัน พริกขี้หนูแห้งเผ็ดร้อน และตะไคร้ที่ถูกโขลกจนแตกละเอียดผสมผสานกับเนื้อหมูสามชั้นที่คัดมาอย่างดี มันยั่วน้ำลายจนชายหนุ่มมาดนิ่งถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ผมไม่ได้จะกินหัวใคร แต่นี่มันเขตทหาร รินรดา... เธอมาเปิดร้านข้างค่ายแบบนี้ คนเขาจะครหาเอาได้ว่าหาผลประโยชน์จากลูกน้องผม” ภูผาพยายามทำน้ำเสียงเข้มขรึม ทว่าสายตากลับเหลือบมอง ‘คั่วกลิ้งหมูสามชั้น’ สีเหลืองทองเข้มข้นในจานเซรามิกนั้นไม่วางตา
“ผลประโยชน์เหรอคะ?” รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอหยิบช้อนคันเล็กออกมาเตรียมพร้อม “ฉันนึกว่าจ่าจะดีใจเสียอีก ที่ทหารในค่ายจะได้กินของดีๆ แทนที่จะทนกินกับข้าวถุงรสชาติจืดชืดจากโรงอาหารเดิมๆ หรือว่าจ่ากลัว... กลัวว่าฝีมือการทำอาหารของตัวเองจะพ่ายแพ้ให้กับมือสมัครเล่นอย่างฉัน?”
ชายหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะไม้อีกนิด กลิ่นหอมฟุ้งของพริกแกงที่เพิ่งลงกระทะร้อนๆ เมื่อครู่ตีเข้าจมูกจนความอดทนขาดผึง เขาหยิบช้อนขึ้นมาหมายจะลองชิมเพื่อ ‘ตรวจสอบความปลอดภัย’ ตามประสาคนรักความถูกต้อง แต่เมื่อเนื้อหมูคำโตเข้าปาก ความเผ็ดร้อนที่ตามมาด้วยรสกลมกล่อมของกะปิอย่างดีและความหวานจากเนื้อหมูที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อ ก็ทำให้เขานิ่งไปชั่วขณะ
รินรดามองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก เธอรู้ดีว่ามิติห้องครัวของเธอไม่ได้มีดีแค่สูตรอาหาร แต่มันคือ ‘จิตวิญญาณ’ ของวัตถุดิบที่สดใหม่จนเกินจริง
“เป็นไงคะ จ่าภูผา... ผลประโยชน์ของฉันรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง?”
ภูผาวางช้อนลงช้าๆ พลางปาดเหงื่อซึมที่ไรผม เขาพยายามควบคุมสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย แต่นัยน์ตาที่วาวโรจน์ขึ้นด้วยความพึงพอใจนั้นหักล้างคำพูดทั้งหมดของเขา “รสชาติ... พอใช้ได้”
“พอใช้ได้เหรอคะ?” รินรดาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบจานถัดไปออกมาจากมิติ เป็น ‘แกงคั่วกระดูกอ่อนใบชะพลู’ กลิ่นหอมกะทิสดที่เคี่ยวจนแตกมันลอยฟุ้งจนทหารพรานอีกสองคนที่เดินผ่านมาถึงกับหยุดกึก “งั้นก็เชิญจ่า ‘ใช้’ ให้หมดจานเลยนะคะ ถ้าไม่อร่อยจริง ฉันจะยอมเก็บร้านแล้วกลับไปอยู่บ้านเฉยๆ ตามที่จ่าเคยขู่ไว้เลย”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันด้วยสงครามรสชาติ จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ฟังดูคุ้นหู รินรดาหุบยิ้มลงทันที เธอรู้ดีว่าใครเป็นเจ้าของน้ำเสียงที่น่ารังเกียจนี้
“โอ้โห! นึกว่าใครที่ไหนมาเปิดร้านขายข้าวแกงแถวนี้ ที่แท้ก็แม่ม่ายเมียทหารที่เพิ่งโดนเขาทิ้งนี่เอง! กลิ่นแกงเน่าๆ นี่น่ะเหรอที่เธอจะเอามาขายกิน?”
ร่างของหญิงสาวแต่งตัวจัดจ้านเดินตรงเข้ามาพร้อมกับแม่ของเธอ—ป้าแจ่ม คนที่เคยพยายามฮุบที่ดินมรดกของรินรดา รินรดาสูดลมหายใจลึก เธอวางท่าทีอย่างสงบนิ่งผิดกับจ่าภูผาที่ขยับตัวไปยืนบังหน้าเธอไว้โดยอัตโนมัติ
“ป้าแจ่มคะ ถ้าไม่อยากเสียมารยาทในเขตค่ายทหาร ก็ควรเก็บคำพูดไว้ใช้ตอนที่ตัวเองหิวจะดีกว่า” รินรดากล่าวเสียงเย็น แต่ในใจของเธอกลับกระตุกยิ้ม เธอเพิ่งเห็นสถานะของป้าแจ่มผ่าน ‘ระบบ’ ของมิติห้องครัวที่แจ้งเตือนว่าอีกฝ่ายกำลังหิวโซเพราะเงินหมดตัวจากการพนัน
“แก! นังรินรดา!” ป้าแจ่มถลึงตาใส่ ก่อนจะหันไปทางจ่าภูผา “จ่าค่ะ! จ่าอย่าไปหลงกลมันนะ มันเป็นผู้หญิงไม่ดี แอบขโมยสูตรอาหารของตระกูลไปทำขายเนี่ย!”
จ่าภูผาหรี่ตาลง สายตาที่มองป้าแจ่มนั้นคมกริบราวกับใบมีด “คุณป้าครับ ถ้าไม่มีหลักฐานการขโมย ก็อย่ามาป้ายสีคนอื่นในเขตของผม และถ้าคุณป้าไม่คิดจะซื้อข้าวแกงของ ‘ภรรยา’ ผม ก็เชิญออกไปจากตรงนี้ ก่อนที่ผมจะแจ้งความข้อหาบุกรุก!”
คำว่า ‘ภรรยา’ ของจ่าภูผาทำเอาทุกคนนิ่งอึ้ง แม้แต่รินรดายังหันขวับไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร ป้าแจ่มก็หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นทหารพรานคนอื่นๆ เริ่มทยอยเดินมามุงดูร้านด้วยความสนใจจากกลิ่นแกงคั่วที่หอมไปไกลถึงหน้าค่าย
“เดี๋ยว! ฉัน... ฉันจะซื้อ!” ป้าแจ่มรีบตะโกนเสียงหลง “เอาแกงคั่วนั่นมา! ถ้าไม่อร่อยฉันจะด่าให้เสียชื่อเลยคอยดู!”
รินรดาหยิบถุงแกงขึ้นมา ทว่าเธอกลับเหลือบเห็นร่างชายชุดดำลึกลับคนหนึ่งที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ฝั่งตรงข้ามถนน ชายคนนั้นไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของป้าแจ่มเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขากลับจ้องมองไปที่ ‘มิติห้องครัว’ ที่เปิดแง้มอยู่ในมือถือของรินรดาอย่างหิวกระหาย
เมื่อชายคนนั้นขยับตัวเผยให้เห็นสัญลักษณ์บนเสื้อคลุม รินรดาก็ถึงกับหน้าถอดสี
นั่นมันสัญลักษณ์ของ ‘สมาคมลับนักปรุงอาหารในตำนาน’ ที่เธอเคยอ่านเจอในพงศาวดารครัวโบราณ... พวกเขาไม่เคยปรากฏตัวที่ชายแดน และยิ่งไม่เคยสนใจร้านข้าวแกงบ้านๆ แบบนี้!
“จ่า...” รินรดากระซิบเสียงเบาหวิว มือที่ถือถุงแกงสั่นเทาขึ้นมาฉับพลัน “เตรียมตัวให้พร้อมนะคะ วันนี้เราไม่ได้มีแค่ลูกค้าหิวโซแล้วละ...”
ภูผาหันไปมองตามสายตาเธอ ก่อนจะชักมีดพกออกมาอย่างรวดเร็วโดยที่คนทั่วไปมองไม่ทัน “เธอถอยไปข้างหลัง... มีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น”
กลิ่นแกงคั่วที่หอมฟุ้งถูกกลบด้วยกลิ่นไอสังหารที่โชยมากับลม...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและจ่าภูผาในก้าวแรกของร้านข้าวแกงแห่งนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
กับข้าวหลังค่ายกับนายทหารพ่วงตำแหน่งพ่อครัว•ตอนที่ 2
กลิ่นแกงคั่วหอมฟุ้ง
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังค่ายกับนายทหารพ่วงตำแหน่งพ่อครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
