กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินหลวง หยดน้ำที่ซึมผ่านผนังหินศิลาแลงหยดลงกระทบพื้นเป็นจังหวะราวกับนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังชีวิตของนาง ลู่ชิงเซียนสะดุ้งเฮือก กวาดสายตาคมกริบมองรอบกายด้วยความตื่นตัว สัญชาตญาณของสายลับและนักเจรจาระดับชาติพุ่งพล่านทันที ไม่มีอาการงงงวยหรือร่ำไห้ฟูมฟายให้เสียเวลา สมองของนางประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องandจักรกลชั้นเลิศ
นี่ไม่ใช่ห้องทดลองลับของนางในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด แต่เป็นคุกหลวงในยุคโบราณที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย และร่างที่นางกำลังสวมอยู่นี้... คือ "ลู่ชิงเซียน" คุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ผู้เย่อหยิ่ง จอมร้ายกาจที่ถูกป้ายสีด้วยข้อหากบฏร่วมมือกับองค์ชายรอง ลากตระกูลทั้งตระกูลดิ่งลงสู่เหวลึก และในอีกไม่ถึงหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) ข้างหน้านี้ นางกำลังจะถูกประหารชีวิตด้วยยาพิษไร้สีไร้กลิ่นตามราชโองการ
"ฮึ... รวดเร็วปานนี้เชียวหรือ เจ้าของร่างเดิมช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง ถือหางผิดคนจนพาตัวเองมาตาย" ชิงเซียนแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา แววตาคู่สวยฉายประกายเยือกเย็นและทรงอำนาจจนผู้คุมนักโทษที่ยืนถือถาดพิษอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
เหล่านายทหารราชองครักษ์ผู้ถือถาดพิษขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วคุณหนูตระกูลลู่นางนี้ควรจะกรีดร้อง สติหลุดลุ่ย หรือไม่ก็ร่ำไห้คร่ำครวญจนน่ารำคาญ แต่นี่... เหตุใดนางจึงนั่งไขว่ห้าง แววตาดุจพญาหงส์มองพวกเขาด้วยสายตราวกับกำลังพิจารณาสินค้าในตลาดสดเช่นนี้เล่า?
"ลู่ชิงเซียน ได้เวลาเดินทางแล้ว ดื่มสุราจอกนี้เสีย จะได้ไปสู่สุคติโดยไม่ต้องทรมาน" เสียงแหบห้าวของหัวหน้าผู้คุมเอ่ยเตือนแกมขู่ บังคับยกจอกกระเบื้องสีขาวขึ้นมาตรงหน้า
ชิงเซียนมุมปากยกยดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มแต่กลับเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ นางขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะสวมชุดนักโทษสกปรกมอมแมม แต่ท่วงท่าและการก้าวเดินกลับสง่างามราวกับราชนิกุลสูงศักดิ์ที่กำลังตรวจตราอาณาจักร
"ช้าก่อน... หากข้าดื่มสุราจอกนี้แล้วตายตกไปตามกัน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบราชโองการปลอมฉบับนี้?"
สุ้มเสียงกังวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำเอาบรรยากาศในคุกเงียบกริบลงทันตาเห็น หัวหน้าผู้คุมชะงักมือที่กำลังยื่นถาดเข้ามา ใต้ร่มเงาแสงคบเพลิงสลัว ดวงตาของหญิงสาวเปล่งประกายคมปลาบ ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับที่
"เจ้าว่ากระไรนะ! ราชโองการปลอมอันใด บังอาจนัก!" ผู้คุมตวาดกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความตกใจ
"ราชโองการประหารข้าเร่งด่วนเช่นนี้ มีตราประทับของฮ่องเต้จริงหรือไม่? หรือเป็นเพียงลายมือปลอมของ 'องค์ชายรอง' ที่กลัวว่าความลับเรื่องการยักยอกคลังเสบียงทหารจะหลุดออกมาจากปากของข้ากันแน่?" ชิงเซียนก้าวเข้าไปประชิดตัวผู้คุมทีละน้อย กดดันด้วยออร่าของผู้ทรงอำนาจที่สั่งสมมานานจนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังกรูด "หากข้าตายในคุกนี้ก่อนที่ไต่สวนความจริง ฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้เข้า หัวของพวกเจ้าทุกคน... คงไม่อยู่บนบ่าเป็นแน่"
คำพูดแทงใจดำและหลักฐานเชิงตรรกะที่นางหยิบยกขึ้นมา ทำให้สีหน้าของทหารผู้คุมเปลี่ยนสีทันที พวกมันเริ่มหวาดหวั่น เพราะแท้จริงแล้วคำสั่งนี้เป็นคำสั่งลับจากองค์ชายรองที่เร่งรัดให้กำจัดนางตัดตอนเสียก่อนจะสาวถึงตัวการใหญ่
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด ชิงเซียนไม่รอช้า จิตใต้สำนึกของนางพลันเชื่อมต่อกับ "มิติลับสวนสวรรค์" ที่ติดตามวิญญาณข้ามภพมาด้วย ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรหายาก ตำราพิชัยสงคราม อุปกรณ์การแพทย์ล้ำสมัย และที่สำคัญที่สุด... บัญชีลับการทุจริตขององค์ชายรองและขุนนางกังฉินที่เจ้าของร่างเดิมแอบเก็บรวบรวมไว้เพื่อใช้ต่อรอง แต่กลับถูกหักหลังเสียก่อน
มือเรียวบางที่ซุกอยู่ใต้แขนเสื้ออาศัยจังหวะชุลมุน แอบหยิบ "มีดผ่าตัดเลเซอร์ขนาดจิ๋ว" ออกมาจากมิติลับอย่างแนบเนียน ก่อนจะสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียวตัดโซ่ตรวนที่ล่ามข้อเท้าออกได้อย่างง่ายดายราวกับตัดเต้าหู้!
*แกร็ก!*
เสียงโซ่เหล็กหลุดร่วงกระทบพื้นดังสนั่น ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของเหล่าผู้คุมที่ยังไม่ทันตั้งตัว ชิงเซียนไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ นางพุ่งตัวเข้าประชิดหัวหน้าผู้คุมด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มือเรียวคว้าคอเสื้อของมันกระชากเข้ามาใกล้ พร้อมกับจ่อปลายมีดจิ๋วคมกริบเข้าที่จุดชีพจรสำคัญใต้กกหูอย่างแม่นยำ
"ถ้าไม่อยากคอขาดตอนนี้ จงเปิดประตูคุกแล้วเบิกทางให้ข้าออกไปเสียดี ๆ!" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบขาดราวน้ำแข็งขั้วโลกเอמהคำสั่งอย่างเด็ดเดี่ยว
"ยะ... หยุดนะ! เจ้ากล้าแหกคุกหลวงรึ โทษจะยิ่งทวีคูณ!" ผู้คุมหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
"โทษประหารข้าก็มีค่าเท่ากับความตายอยู่แล้ว เหตุใดข้าจะไม่กล้า?" ชิงเซียนยิ้มเยาะ ดวงตาส่อแววเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยว นางไม่เพียงแต่จะรอดชีวิต แต่นางจะใช้โอกาสนี้ทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของนาง และที่สำคัญ... นางจะต้องใช้ชีวิตใหม่อย่างสุขสบาย มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ พร้อมกับอาหารรสเลิศเต็มโต๊ะ!
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะก้าวพ้นประตูเหล็กคุกใต้ดินออกไปสู่แสงสว่างเบื้องบน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วอุโมงค์ พร้อมกับกลิ่นอายสงครามและคราบเลือดจาง ๆ ที่โชยมาแตะจมูก
ทหารรักษาพระองค์กลุ่มใหญ่กรูเข้ามาปิดล้อมเส้นทางหนีของนางไว้จนหมดสิ้น ตรงกลางวงล้อมนั้น ปรากฏร่างสูงสง่าในชุดเกราะทหารสีดำสนิท ประดับด้วยผ้าคลุมสีเลือดปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพสลัก ทว่าแววตากลับเย็นชาและดุดันดั่งพญาอินทรีที่กำลังจ้องเหยื่อ
นั่นคือ "แม่ทัพอี้เทียนเฉิง"... สามีในนามที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียงสามวันก่อนที่นางจะถูกจับกุมตัว และเขาก็คือแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมในสนามรบ แต่กลับถูกทางการสั่งให้มาคุมตัวภรรยาของตนเองไปประหารชีวิตด้วยมือของเขาเอง!
อี้เทียนเฉิงปราบสายตามองภรรยาตัวแสบที่กำลังจับหัวหน้าผู้คุมเป็นตัวประกัน สันจมูกโด่งคมกرิบขยับเล็กน้อย ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างกดดัน พร้อมกับเอמהประโยคที่ทำให้หัวใจของชิงเซียนกระตุกวูบ
"ลู่ชิงเซียน... กล้าหาญนักนะ ถึงกับกล้าแหกคุกหลวง คิดจะหนีจากสามีผู้นี้ไปไหนกัน?"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
คุณหนูตระกูลหลุดโลกกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 1
ตื่นมาก็เจอวิกฤตประหาร
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตระกูลหลุดโลกกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
