"ถ้าสะใภ้รองหลินยังนอนอืดเป็นผับตายอยู่ในห้องนี้อีกคน สatข้าวต้มมื้อเช้าวันนี้ก็เอาไปเทให้หมูกินเสียให้หมด! บ้านเราไม่ได้เลี้ยงคนไร้ค่าไว้หายใจทิ้งไปวันๆ หรอกนะ!"
เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่เฉินดังแผดทะลุผนังดินเหนียวเก่าคร่ำคร่าเข้ามา ตามด้วยเสียงกระแทกทัพพีไม้ลงกับขอบหม้อดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เพื่อให้มั่นใจว่าคนด้านในจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดผวา
ทว่าบนเตียงไม้ไผ่ที่ปูทับด้วยฟางข้าวแห้งสากๆ หลินฟางเซียนไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่อีกฝ่ายวาดหวัง
ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยหม่นหมองและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกของหญิงสาวชาวนาไร้การศึกษา ทว่ามันกลับลุ่มลึก สงบนิ่ง และคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่ผ่านการวินิจฉัยโรคความเป็นความตายมานับร้อยนับพันเคส
*ปวดหัวชะมัด...*
ฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวนวดคลึงขมับเบาๆ เพื่อขับไล่ความวิงเวียน ทันใดนั้น กระแสความทรงจำอันเชี่ยวกราดก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก ภาพของแพทย์หญิงอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 21 ผู้ครองตำแหน่งหัวหน้าแผนกแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนปัจจุบันมือหนึ่ง ที่เพิ่งโต้รุ่งผ่าตัดคนไข้เคสยากติดต่อกันสิบชั่วโมงจนหัวใจวายคาห้องตรวจ... กับภาพของ 'หลินฟางเซียน' หญิงสาววัยสิบเก้าปีแห่งคอมมูนผลิตดาวแดง ปี ค.ศ. 1976 หญิงสาวผู้ถูกสามีทหารส่งจดหมายมาบอกลาหรืออาจจะเตรียมหย่าร้าง ถูกคนในบ้านสามีรังแกโขกสับจนตรอมใจตายอย่างโดดเดี่ยว
"หึ ยุค 70 แร้นแค้นงั้นหรือ? อาหารการกินฝืดเคือง โดนคนรังแก?"
ฟางเซียนมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันแต่กลับงดงามหยาดเยิ้ม ในฐานะทายาทตระกูลแพทย์โบราณผู้มี 'มิติลับคลังยา' ซึ่งบรรจุสมุนไพรล้ำค่า ยาแผนปัจจุบันครบวงจร เครื่องมือแพทย์ไฮเทค และห้องทดลองส่วนตัวติดวิญญาณมาด้วย การมาเกิดใหม่ในยุคที่ผู้คนอดอยากปากแห้งนี้ สำหรับเธอมันไม่ใช่คุก แต่มันคือสนามเด็กเล่นชั้นดีต่างหากเล่า!
"หลินฟางเซียน! นังตัวขี้เกียจ แกหูหนวกหรือไง ถึงเวลาไปขนมูลสัตว์ที่คอกหมูแล้วนะยะ!" เสียงแหลมๆ ของสะใภ้ใหญ่เฉินยังคงแผดเสียงแว่วเข้ามาอย่างไม่ลดละ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินตรงมายังประตูห้องนอน
แอด... เสียงประตูไม้ผุๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะให้เกียรติ สะใภ้ใหญ่เฉินเท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชัง ดวงตาหรี่มองร่างบางที่ยังคงนอนพิงหัวเตียงด้วยสายตาสมเพชเวทนา
"ยังจะทำหน้าตาเฉยเมยอีกนะนังนี่! แกคิดว่าสามีแกส่งเงินมาให้พวกเราใช้สอยสบายๆ หรือไง? จ้าวเหวินหลงส่งจดหมายมาบอกแล้วว่าเขาจะปลดประจำการกลับมาเร็วๆ นี้ แต่แกน่ะ... เตรียมตัวเตรียมใจถูกหย่าได้เลย! ผู้หญิงโง่เง่าไร้น้ำยาอย่างแก ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนเคียงข้างนายทหารผู้สร้างชื่อเสียงให้ตระกูลจ้าวหรอก!"
คำพูดเชือดเฉือนพยายามแทงทะลุหัวใจของร่างเดิม แต่น่าเสียดาย... วิญญาณที่อยู่ในร่างนี้ตอนนี้ไม่ใช่หลินฟางเซียนคนเดิมผู้ขี้ขลาดตาขาวอีกต่อไปแล้ว
ฟางเซียนค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่าทางของเธองดงามและสง่างามผิดคาด แม้จะสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ปะชุนจนแทบไม่เหลือสีเดิม แต่แผ่นหลังนั้นกลับเหยียดตรง ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองสะใภ้ใหญ่เฉินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาราวกับแพทย์กำลังวินิจฉัยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย
สะใภ้ใหญ่เฉินชะงักไปชั่วขณะ รู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อสบเข้ากับดวงตาดวงนั้น นังบ้านี่... ทำไมวันนี้มันดูแปลกไป? แววตาของมันช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าสุนัขป่าในป่าหลังภูเขาเสียอีก
"พูดจบหรือยังคะ?" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากของฟางเซียนไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย
"จ... เจ้าว่าอะไรนะ?" สะใภ้ใหญ่เฉินกะพุกตากะพริบอย่างไม่เชื่อหู ปกตินังนี่เจอหน้าเธอทีไรเป็นต้องก้มหน้าตัวสั่นงันทุรนทุราย แต่วันนี้กล้าต่อปากต่อคำแถมยังใช้น้ำเสียงเย่อหยิ่งใส่เธอหรือ!
"ฉันถามว่า พูดจบหรือยังคะ ถ้าพูดจบแล้วก็ช่วยกรุณา 'หุบปาก' แล้วไสหัวออกไปจากห้องของฉันด้วยค่ะ" ฟางเซียนก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้สะใภ้ใหญ่ช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังกดดันที่น่าสะพรึงกลัว "อีกอย่าง... เรื่องที่สามีฉันจะหย่าหรือไม่หย่า มันเป็นเรื่องระหว่างฉันกับเขา สะใภ้ใหญ่อย่างคุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องครอบครัวคนอื่น หรือว่าสามีของคุณไม่ทำการบ้านให้ดี คุณเลยว่างมากจนต้องเอาเวลามาสอดเรื่องชาวบ้านเขาไปทั่ว?"
"แก! นังสารเลว! แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน!" สะใภ้ใหญ่เฉินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด มืออวบอูมง้างขึ้นหมายจะตบหน้าฟางเซียนให้หายแค้น
ทว่า มีหรือที่แพทย์หญิงมือหนึ่งผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตัวจะยอมให้ใครมาทำร้ายง่ายๆ
ฟางเซียนยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ คว้าข้อมือของสะใภ้ใหญ่ไว้มั่นก่อนจะบิดกดจุดชีพจรบนข้อมืออย่างแม่นยำ
"โอ๊ย! แม่เจ้าโว้ย! เจ็บๆๆ ปล่อยฉันนะ นังบ้า!" สะใภ้ใหญ่เฉินกรีดร้องลั่นบ้านด้วยความเจ็บปวดทรมาน ราวกับถูกเข็มเงินนับร้อยเล่มทิ่มแทงเข้าที่เส้นประสาท ขาอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นในทันที
"จำไว้นะคะสะใภ้ใหญ่..." ฟางเซียนโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็นเข้ากระดูกดำ "คนอย่างหลินฟางเซียนในตอนนี้ ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาโขกสับรังแกอีกต่อไปแล้ว ถ้าคุณยังไม่อยากเป็นอัมพาตครึ่งซีกไปตลอดชีวิต ก็ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจใช้เข็มพิษต้อนรับคุณแทนข้าวต้มมื้อเช้า!"
สะใภ้ใหญ่เฉินหน้าซีดเผือดเป็นกระดาษ ตัวสั่นเทายิ่งกว่าลูกนกตกน้ำ นางไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงเถียง หล่อนรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องราวกับเห็นผีสางซาตาน พลางแหกปากโวยวายลั่นลานบ้านว่าผีเข้าสะใภ้รองหลิน
ฟางเซียนมองตามร่างอ้วนท้วมที่วิ่งหนีหายลับไปอย่างน่าขัน ก่อนจะแค่นเสียง in your face ออกมาเบาๆ
เธอปิดประตูห้องลงกลอนอย่างแน่นหนา จากนั้นจึงหลับตาลงตั้งจิตอธิษฐานเพียงเสี้ยววินาที ร่างของเธอก็หายวับไปจากห้องนอนเก่าๆ ทันที และปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลาง 'มิติลับคลังยา' ส่วนตัว
กลิ่นหอมหวลของสมุนไพรโบราณนับหมื่นชนิดลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เบื้องหน้าของเธอคือห้องทดลองปลอดเชื้อที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ชั้นวางยาจีนโบราณทอแสงเรืองรอง และที่สำคัญที่สุด... มุมครัวส่วนตัวในมิติลับที่มีทั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องปรุงรสชั้นเลิศ และวัตถุดิบอาหารระดับภัตตาคารที่เธอตุนไว้ก่อนทะลุมิติมา
ท้องของฟางเซียนร้องโครกครากขึ้นมาทันที อาหารเช้าฝีมือสะใภ้ใหญ่เฉินที่มีแต่น้ำต้มผักจืดชืดกับปลายข้าวแข็งๆ แบบนั้น มีหรือที่คนรสนิยมสูงอย่างเธอจะแตะต้อง
"อุตส่าห์ตื่นมาเจอเรื่องสนุกๆ ทั้งที ขอทำอะไรร้อนๆ หอมๆ กินให้อารมณ์ดีเสียหน่อยดีกว่า"
ฟางเซียนคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอก้าวเข้าไปหยิบวัตถุดิบในตู้เย็นอัจฉริยะ แป้งสาลีเนื้อเนียน หมูสามชั้นติดมันสวยงาม เห็ดหอมแห้งชั้นดี และขิงแก่สดๆ พร้อมด้วยเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะตัว
ไม่นานนัก กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ 'ซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมนึ่งร้อนๆ' ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของ 'โจ๊กหมูตุ๋นยาจีน' บำรุงกำลัง ก็ลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วทั้งมิติลับ และเนื่องจากประตูมิติถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อยเพื่อระบายอากาศ... กลิ่นหอมเย้ายวนใจอันทรงพลังนี้ จึงเล็ดลอดทะลุกำแพงดินเหนียวเก่าๆ ลอยฟุ้งกระจายออกไปทั่วทั้งหมู่บ้านดาวแดงอย่างห้ามไม่อยู่!
ชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านหน้าบ้านตระกูลจ้าวต่างต้องหยุดชะงักสูดดมกลิ่นหอมนั้นจนเคลิบเคลิ้ม น้ำลายสอโดยไม่รู้ตัว
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าปากซอยทางเข้าหมู่บ้าน... ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล กำลังก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าเข้ามา พร้อมกับห่อผ้าสัมภาระในมือ
จ้าวเหวินหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นหอมอันประหลาดล้ำที่ลอยมาตามสายลม... กลิ่นอาหารรสเลิศเช่นนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมีอยู่ในบ้านตระกูลจ้าวที่ยากจนข้นแค้นและตระหนี่ถี่เหนียวอย่างแน่นอน!
ภรรยาขี้ขลาดที่เขาจำได้ว่าแม้แต่หายใจยังไม่กล้าส่งเสียงดังคนนั้น... กำลังทำอะไรอยู่กันแน่?
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มา ณ ที่นี้นะคะ
คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคคลาดแคลน•ตอนที่ 1
วิญญาณแพทย์หญิงในร่างภรรยาขี้ขลาด
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคคลาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
