กลิ่นอายของฟอร์มาลินและเลือดสดที่ยังไม่แห้งสนิท ลอยอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟนีออนสีนวลสווวาดเงาทอดยาวของโครงเหล็กขึ้นสนิมทาบทับลงบนร่างที่ถูกตรึงอยู่ตรงกลางห้อง โลกทั้งใบของหมอธันวาหดแคบเหลือเพียงพื้นที่วงกลมรัศมีสามเมตรตรงหน้า เขากำลังจ้องมองปฏิมากรรมแห่งความตายที่ถูกจัดวางอย่างจงใจ ความเงียบงันภายในห้องสืบสวนกึ่งชั่วคราวนี้ไม่ได้แปลว่าความสงบ แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่กำลังบีบเค้นอณูอากาศในปอดของทุกคนให้หมดสิ้นไป
"อย่าแม้แต่จะแตะต้องเชือกเส้นนั้น ถ้าคุณยังไม่อยากทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดของคดี"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบดั่งผิวน้ำในคืนไร้ลมดังขึ้นจากด้านหลัง หมอธันวาไม่ได้หันกลับไปมอง เขาคุ้นชินกับการปรากฏตัวแบบไร้ซุ่มเสียงของนายตำรวจหนุ่มผู้บ้าบิ่นคนนี้เสียแล้ว ร.ต.อ. อัคนี ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เคียงข้าง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาจ้องเขม็งไปยังร่างไร้วิญญาณเบื้องหน้าด้วยประกายไฟแห่งความกรุ่นโกรธที่ซ่อนไม่มิด
อัคนีแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเย้ย "หลักฐานเหรอหมอ? สำหรับผมนี่มันคือคำประกาศสงครามชัดๆ ฆาตกรมันไม่ได้แค่ฆ่าคน แต่มันกำลังเล่นสนุกกับพวกเราอยู่"
ธันวาค่อยๆ ถอดถุงมือยางสีขาวออกข้างหนึ่ง นิ้วเรียวยาวดัดข้อนิ้วเบาๆ เพื่อคลายความเมื่อยล้า ดวงตาสนเท่ห์ใต้กรอบแว่นสายตาหันกลับมาสบตากับนายตำรวจรุ่นน้องอย่างพินิจพิเคราะห์ เขามองเห็นความกระวนกระวายใจที่ถูกเคลือบไว้ด้วยคราบความกระหายชัยชนะในแววตานั้น มันเป็นดวงตาของคนที่เชื่อมั่นในสัญชาตญาณดิบเถื่อน มากกว่าเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่เขายึดถือ
"ฆาตกรโรคจิตมักต้องการความสนใจครับผู้กองอัคนี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบของคุณมาทำลายกระบวนการพิสูจน์ความจริงได้ สภาพศพแบบนี้... มันไม่ได้เกิดขึ้นจากความโกรธเกรี้ยวชั่วแล่น แต่มันผ่านการคำนวณมาอย่างแม่นยำทุกองศา"
ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างเขากับศพลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ร่างของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์คนหนึ่งถูกแขวนห้อยโตงเตงอยู่บนคานเหล็กสูง มือทั้งสองข้างถูกมัดไขว้หลังด้วยเชือกป่านถักปมเงื่อนตายอย่างประณีต ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตานักนิติเวชที่สุด ไม่ใช่รอยช้ำรอบลำคอจากการขาดอากาศหายใจ แต่เป็นรอยกรีดที่หน้าอกซ้าย รอยแผลนั้นสะอาดคมกริบราวกับใช้มีดผ่าตัดศัลยกรรม และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ภายในช่องอกที่ถูกเปิดออกนั้น ไม่มีหัวใจ... มีเพียงดอกกุหลาบสีดำสนิทดอกหนึ่งถูกเสียบคาไว้แทนที่อวัยวะสำคัญ
อัคนีกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน เขาขยับเข้ามาใกล้จนไหล่แทบจะชนกับธันวา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการไล่ล่าโชกโชนลอยเข้าจมูกธันวา มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกดิบเถื่อนและอันตรายในเวลาเดียวกัน
"คุณคิดว่ามันเป็นฝีมือของใคร สถาบันนิติเวชของคุณมีคำตอบให้ผมไหมล่ะ หมอธันวา หรือว่าเราจะต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอสามสัปดาห์เหมือนคดีที่ผ่านๆ มา?" อัคนีถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความดูแคลนระบบราชการที่เขาเกลียดชังเข้ากระดูกดำ
"ความจริงไม่ได้วิ่งเร็วกว่าความรอบคอบหรอกครับผู้กองอัคนี และผมก็ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ที่จะเสกคำตอบให้คุณได้ทันทีที่กระพริบตา" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและรักษาระยะห่างทางอารมณ์อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าภายในใจของเขาจะกำลังปั่นป่วนจากภาพซ้อนทับของอดีต—ภาพศพของเด็กสาวคนสนิทที่เขาเคยชันสูตรพลาดไปเมื่อหลายปีก่อน ผุดขึ้นมาหลอกหลอนในห้วงความคิดชั่วขณะ
"หึ นักวิทยาศาสตร์ปากจัด" อัคนีพึมพำลอดไรฟัน "แต่คุณคงปฏิเสธไม่ได้หรอกนะว่า ตำแหน่งของแผลผ่าตัดนั่นมันตรงกับตำราแพทย์ฉบับพิมพ์ครั้งที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มศัลยแพทย์ฝีมือดีเท่านั้น... พูดง่ายๆ ก็คือ ฆาตกรคนนี้มีความรู้เรื่องกายศาสตร์ไม่แพ้คุณเลยสักนิด หมอ"
คำพูดนั้นทำให้ธันวาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาหลังเลนส์แว่นหรี่ลงเล็กน้อย เขายอมรับว่าอัคนีไม่ได้มีดีแค่ความบ้าบิ่น นายตำรวจคนนี้มีความสามารถในการสังเกตการณ์ที่เฉียบคมอย่างน่าตกใจ การเชื่อมโยงระหว่างสภาพศพกับโปรไฟล์ของฆาตกรถูกยกขึ้นมาถกเถียงกันในเสี้ยววินาทีโดยไม่ต้องมีกระดาษสักแผ่น
"นั่นคือเหตุผลที่เราต้องทำงานร่วมกันครับ..." ธันวาหันไปมองหน้าอัคนีตรงๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้จนน่าอึดอัด อัคนีสูงกว่าเขาเล็กน้อย ดวงตาทั้งคู่จ้องมองกันราวกับกำลังประลองกำลังภายในผ่านม่านหมอกแห่งความตาย "คุณใช้สัญชาตญาณไล่ล่าเงา ส่วนผมจะใช้หลักฐานกระชากหน้ากากมันออกมาให้เอง"
ก่อนที่อัคนีจะได้ทันสวนคำพูดใดกลับมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ดังแทรกขึ้นจากความมืดที่ปลายโกดัง พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็ง
"ผู้กองครับ! หมอครับ! ทางนี้... ทางนี้เจออีกศพหนึ่งครับ!"
อัคนีหันขวับไปตามเสียงทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความระแวง ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองธันวาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป การพบศพที่สองในสถานที่ปิดตายเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังไขคดีได้ แต่มันกำลังบอกว่า... พวกเขากำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่ถูกขุดรอไว้แล้วตั้งแต่แรกเริ่ม
ธันวากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ สัญชาตญาณนิติเวชเตือนภัยรุนแรงขึ้นในอก เมื่อเขาเหลือบไปเห็นรอยเปื้อนคราบเลือดบนพื้นปูนใกล้กับรองเท้าของตัวเอง มันไม่ใช่รอยหยดธรรมดา แต่เป็นรอยรองเท้าบูททหารที่ยังสดใหม่ และที่สำคัญที่สุด... มันเป็นรอยเท้าที่เดินวนอยู่รอบตัวพวกเขามาโดยตลอด โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
นิติเวชเลือดเย็นกับนายตำรวจสายดิ่ง: จารึกรอยเลือดก่อนฟ้าสาง•ตอนที่ 1
ศพปริศนาบนลานประหาร
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเลือดเย็นกับนายตำรวจสายดิ่ง: จารึกรอยเลือดก่อนฟ้าสาง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!