กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คล้ายดอกอู๋ถงร่วงหล่นในยามค่ำคืนยังคงลอยวนอยู่ปลายจมูก ทว่าสิ่งที่แน่ชัดยิ่งกว่าคือเศษกระดาษสีชาแผ่นบางในมือ ที่สั่นไหวตามแรงบีบอันเยียบเย็นจากปลายนิ้วของบุรุษผู้หนึ่ง
ในโรงเตี๊ยมร้างไร้ผู้คน แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดกะพริบสลัว สะท้อนเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับกลืนกินความมืดมิด ทรวดทรงองอาจดั่งพญาราชสีห์จำศีล แววตาของหลี่เฟยหลงคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในฝัก ไม่มีความหวาดหวั่นระคนอยู่แม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาที่ลึกล้ำดั่งก้นบึงเหวนรก
บนแผ่นกระดาษหยาบกร้าน ปรากฏตัวอักษรหวัดแกมบรรจงด้วยหมึกสีชาดที่ยังไม่แห้งสนิทดีนัก—*‘สังหารไป๋หลิน ผู้สืบทอดสำนักเซียนเมฆา ภายในเจ็ดราตรี มิฉะนั้น... ศิษย์น้องของเจ้าจักต้องดับสูญ’*
มุมปากของหลี่เฟยหลงยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็นรอยยิ้มของยมทูตผู้มองเห็นความตายเป็นเพียงธุลีดิน
"ใช้ชีวิตของศิษย์น้องมาขู่ข้า ช่างเป็นวิธีที่สกปรกโสมมเสียจริง" น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากลำคอราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของสัตว์ป่าล่าเหยื่อ เขาไม่ได้โกรธเกรี้ยว ความโกรธเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนคมกระบี่มาเนิ่นนาน ยุทธภพแห่งนี้ไม่เคยมีความยุติธรรม มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่กำหนดกฎเกณฑ์
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาฝึกฝนมาเพื่อตัดขาดความลังเล และในค่ำคืนนี้ เป้าหมายถูกกำหนดไว้แล้ว... ไป๋หลิน นางเซียนผู้สง่างามเย็นชาแห่งสำนักเซียนเมฆา ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าครอบครองวิชาปราณเมฆาไร้ลักษณ์ ทรงอำนาจและเป็นความหวังสุดท้ายของสำนักที่กำลังจะล่มสลาย
หลี่เฟยหลงลุกขึ้นยืนช้า ๆ ปราณกระบี่รอบกายแผ่พุ่งออกไปจนฝุ่นผงบนพื้นไม้เก่าคร่ำคร่าลอยวนเป็นวงกลม เขาตวัดนิ้วเพียงครั้งเดียว แผ่นกระดาษคำสั่งสังหารก็พลันแหลกสลายกลายเป็นผุยผงปลิวหายไปกับสายลมราตรีที่ลอดผ่านหน้าต่างผุพัง
"ไป๋หลิน... ข้าอยากรู้นักว่า นางเซียนผู้สูงส่งดั่งเมฆหมอกบนยอดเขา เมื่อต้องหลั่งโลหิต จะยังคงงดงามเพียงใด"
เขาก้าวเท้าออกไป ก้าวแรกมั่นคงหนักแน่น ก้าวที่สองทิ้งร่องรอยพลังปราณจาง ๆ ไว้เบื้องหลัง ร่างกายของเขาทะยานหายไปในความมืดมิดของรัตติกาลอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับเงาของกระบี่ที่พาดผ่านใต้แสงจันทร์เพ็ญ
การเดินทางสู่ยอดเขาเมฆาอันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยกลอุบายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ความตายกำลังคืบคลานเข้าไปหาหญิงสาวผู้แบกรับชะตากรรมอันหนักอึ้งไว้บนบ่าเพียงลำพัง โดยที่หลี่เฟยหลงเองก็ยังไม่ล่วงรู้เลยว่า... ปลายทางของคมกระบี่เล่มนี้ จะไม่ได้นำพามาซึ่งความตายของอีกฝ่ายเสมอไป แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ที่แม้แต่ทัณฑ์สวรรค์ก็มิอาจตัดขาด
ท่ามกลางความเงียบงันของหุบเขาเบื้องหน้า แสงจันทร์สีนวลสาดส่องกระทบกับยอดกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว เสียงแหลมคมเสียดสีกับฝักไม้ดังขึ้นบาดแก้วหู... และในวินาทีที่เขาเหยียบย่างเข้าสู่เขตอาคมของสำนักเซียนเมฆา เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ของสตรีผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นขวางทาง พร้อมกับปลายกระบี่ที่จ่อตรงมาที่ลำคอของเขาโดยไร้ซึ่งความลังเล
"บังอาจนัก... บุกรุกแดนเซียน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน?" น้ำเสียงหวานใสดุจหยกกระทบกัน แต่เย็นชาเสียจนราวน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาคู่สวยที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
หัวใจของหลี่เฟยหลงกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อปลายกระบี่ที่จ่ออยู่ตรงหน้า แต่เป็นเพราะกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แผ่ออกมาจากร่างของนาง... กลิ่นอายที่เขารู้จักดีจากความทรงจำอันดำมืดในอดีต
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันลึกล้ำนี้นะครับ
วิถีเซียนไร้เงา สยบเมฆาใต้จันทราดับ•ตอนที่ 1
คำสั่งสังหารจากเงามืด
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้เงา สยบเมฆาใต้จันทราดับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
