กลิ่นฝุ่นปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลในไซต์งานก่อสร้างกลางกรุงช่วงบ่ายโมง ไม่เคยเป็นบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์สำหรับใครก็ตามที่สวมสูทสั่งตัดราคาแพง แต่สำหรับสถาปนิกหนุ่มผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบอย่างเรย์แล้ว พื้นที่ตรงนี้คือผืนผ้าใบศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามมีรอยด่างพร้อยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังเคาะลงบนแปลนกระดาษพิมพ์เขียวในมือเป็นจังหวะกระชั้น เสียง "ก๊อกๆ" เบาๆ นั้นสะท้อนถึงความหงุดหงิดที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด ดวงตาคมกتาดมองโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเบื้องหน้าสลับกับตัวเลขบนกระดาษอย่างจับผิด
"ใครเป็นคนอนุมัติให้เจาะผนังรับน้ำหนักตรงนี้เพิ่มอีกสิบคัน" เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องมือกลไกและเสียงตอกเสาเข็มรอบด้าน
เมฆที่ยืนถือแท็บเล็ตอยู่ข้างๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าสถาปนิกประจำโครงการคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวขนาดไหน แต่คนที่ออกแบบจุดนี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็น...
"เอ่อ... ทางฝั่งอินทีเรียครับคุณเรย์ คุณพายุเป็นคนขอปรับเพื่อเพิ่มมุมมองของแสงธรรมชาติในห้องโถงรับแขก" เมฆตอบเสียงอ้อมแอ้ม พยายามถอยหลังหนีรัศมีอารมณ์คุกกรุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเรย์
"แสงธรรมชาติ?" เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ไปไม่ถึงดวงตา "นี่มันงานสถาปัตยกรรมระดับพรีเมียม ไม่ใช่บ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบที่จะยอมให้ใครเอาอารมณ์ศิลปินเหนือเมฆมาทำลายโครงสร้างความปลอดภัยพังไม่เป็นท่า แบบแปลนนี้ผ่านการคำนวณมาเป็นร้อยรอบเพื่อความสมดุล แต่หม่านั่นกลับใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาแก้เกมเนี่ยนะ"
"ผมไม่ได้ทำลายความปลอดภัย... ผมแค่กำลังช่วยชีวิตงานสถาปัตยกรรมแข็งทื่อใกล้ตายของคุณต่างหาก"
เสียงห้าวติดจะกวนประสาทดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง น้ำเสียงนั้นกังวานและเปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ เรย์ชะงักฝ่ามือที่กำลังกำกระดาษแน่น เขาหันขวับกลับไปมองผู้มาใหม่ทันที
พายุยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ดีไซน์เนอร์หนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูป และแว่นตากันแดดแบรนด์ดังที่เหน็บไว้ตรงกระเป๋าเสื้อ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองตรงมาที่เรย์ด้วยแววตาท้าทาย ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อตำแหน่งหัวหน้าทีมสถาปนิกแม้แต่น้อย
"คุณพายุ" เรย์กดเสียงต่ำ ลากสายตากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกดูแคลน "แต่งตัวแบบนี้มาเดินไซต์งาน นึกว่ากำลังเดินอยู่บนรันเวย์แฟชั่นวีคสินะครับถึงได้ลืมเอาสมองส่วนเหตุผลมาด้วย"
พายุเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ายวนแต่กวนประสาทในเวลาเดียวกัน เขาเดินเข้ามาใกล้เรย์ทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความสดชื่นของซีตรัสลอยมาแตะจมูกเรย์ท่ามกลางกลิ่นฝุ่นปูน
"สมองผมทำงานปกติครับคุณเรย์ และทำงานดีกว่าการนั่งก้มหน้าก้มตาจำแต่ตำราเรียนสถาปัตย์เล่มหนาเตอะจนมองไม่เห็นความงามของชีวิตจริงซะด้วยสิ" พายุหยุดยืนประชิดตัวจนแทบจะแนบชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเกินกว่าที่คนร่วมงานทั่วไปควรรักษาระยะ "ที่คุณโวยวายอยู่นี่ เพราะผนังตรงนั้นมันขัดหูขัดตาหลักการคำนวณ หรือเพราะมันทำให้แบบแปลนที่คุณภูมิใจนักหนามีรอยตำหนิกันแน่ครับ?"
เรย์ไม่ถอยหลังหนี เขากลับก้าวประชิดเข้าไปอีกจนแผงอกเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้
"มันคือความปลอดภัยของชีวิตคน และความถูกต้องตามกฎหมายครับคุณพายุ ถ้าคุณอยากเล่นสนุกกับสีสันและแสงเงา เชิญกลับไปละเลงสีบนผ้าใบในสตูดิโอส่วนตัวของคุณเถอะ ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่สำหรับเด็กฝึกงานที่เอาแต่ใจตัวเอง"
"เด็กฝึกงานเหรอ?" พายุหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "ถ้าเด็กฝึกงานคนนี้ไม่มีไอเดียเจ๋งๆ ป่านนี้เซฟเฮาส์หลังนี้ก็คงเป็นแค่กล่องปูนทึบตันไร้ชีวิตชีวาที่คุณออกแบบไว้ขังตัวเองในโลกแคบๆ ของคุณนั่นแหละ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นพล่าน เมฆที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับกับเคมีที่เดือดพล่านจนน่ากลัวของคนทั้งคู่ ทั้งสองคนต่างยืนหยัดในจุดยืนของตัวเองอย่างไร้รอยต่อ เรย์ผู้ยึดมั่นในความเนี้ยบและระเบียบวินัย ปะทะกับพายุผู้แหกทุกกฎเกณฑ์เพื่อความสุนทรีย์ทางอารมณ์
เรย์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Muscle นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขานานขนาดนี้ ร่างสูงใหญ่ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับคนอวดดีตรงหน้า
"งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมล่ะครับ ว่าแบบของคุณกับแปลนของผม อันไหนพังก่อนกัน" เรย์เอ่ยเสียงกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ของอีกฝ่ายจนพายุชะงักไปชั่วขณะ
ก่อนที่พายุจะทันได้ตอบโต้อะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงเรียกชื่อก็ดังขึ้นจากทางเข้าไซต์งาน
"คุณเรย์ครับ! คุณพายุครับ! แย่แล้วครับ..."
ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างเสียดาย ชายหนุ่มทั้งคู่หันไปมองตามเสียงเรียก เห็นผู้รับเหมาหลักวิ่งหน้าตาตื่นถือโทรศัพท์มือถือเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด
"มีอะไรวะ เสียงดังโวยวายอยู่ได้" พายุปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แม้หัวใจจะยังเต้นผิดจังหวะจากการประชิดตัวเมื่อครู่
ผู้รับเหมากลืนน้ำลายเอื้อมมือส่งโทรศัพท์ให้เรย์ "คือ... เจ้าของโครงการตัวจริงเพิ่งโทรมาแจ้งด่วนครับ เขาบอกว่า... เขาจะเข้ามาตรวจไซต์งานด้วยตัวเองในอีกสิบนาทีนี้ และ..."
เรย์รับโทรศัพท์มาถือไว้ ขมวดคิ้วมุ่น "และอะไร?"
"และเขาบอกว่า เขาเกลียดทั้งสถาปนิกที่หัวโบราณเกินไป และเกลียดทั้งอินทีเรียที่ทำตัวเหนือคำสั่ง... ถ้าไซต์งานนี้ยังเถียงกันไม่จบ เขาจะสั่งรื้อทิ้งทั้งหมดแล้วยกเลิกโปรเจกต์ทันทีครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 1
ศึกแรกที่หน้าไซต์งาน
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดีไซน์เนอร์กับคุณชายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!