“คุณกวินตราคะ เอกสารสัญญาฉบับนี้ทางฝั่งผู้ซื้อขอให้คุณช่วยทบทวนเงื่อนไขเรื่องส่วนแบ่งกำไรอีกครั้งค่ะ”
เสียงของเลขาฯ สาวที่ดังขึ้นจากปลายสายไม่ได้ทำให้กวินตราละสายตาไปจากภาพวาดระบายสีที่เปรอะเปื้อนบนกระดาษ A4 บนพื้นพรมราคาแพง เธอสูดหายใจเข้าลึก ผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้าที่ตึงเครียดจากการเจรจาธุรกิจตลอดทั้งวัน ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและทรงพลังตามแบบฉบับนักเจรจาอสังหาริมทรัพย์มือหนึ่งของประเทศ
“บอกเขาไปว่าเงื่อนไขนี้คือจุดต่ำสุดที่ฉันจะยอมรับได้ค่ะ ถ้าเขาไม่พอใจ... ก็บอกให้เขาไปหาที่ปรึกษาคนใหม่ได้เลย ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะมานั่งแก้ตัวเลขในสัญญาเดิมที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว”
กวินตรากดวางสาย ทิ้งโทรศัพท์เครื่องหรูลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังนุ่ม สองตานิ่งค้างอยู่ที่มุมห้อง—ตรงที่ ‘กวิน’ ลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบกำลังขะมักเขม้นกับการหยิบจับแท่งสีเทียน รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ ความแข็งกร้าวจากโลกภายนอกมลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่นั้นเงยขึ้นมามอง
“หม่ามี้ครับ ดูนี่สิครับ... กวินวาดรูปบ้าน”
เด็กน้อยคลานเข่าเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางเตาะแตะ มือป้อมๆ ชูรูปภาพที่มีเส้นขีดเขียนยุ่งเหยิงมาตรงหน้า กวินตราย่อตัวลงไปนั่งกับพื้น ใช้สองแขนโอบกอดร่างเล็กไว้แนบอก กลิ่นหอมสะอาดแบบเด็กน้อยช่างเยียวยาทุกบาดแผลที่เคยได้รับมาตลอดสามปีที่ผ่านมา
สามปี... ช่วงเวลาที่เธอเปลี่ยนจากหญิงสาวผู้บอบช้ำในคฤหาสน์น้ำแข็ง กลายเป็นนักธุรกิจหญิงที่ใครต่างก็ยำเกรง เธอสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมา โดยที่ไร้ซึ่งอคิน... ชายผู้เคยฝากรอยแผลไว้ในหัวใจ
“สวยจังเลยค่ะ ลูกชายหม่ามี้เก่งที่สุดเลย” เธอกดจมูกลงบนแก้มนุ่มซ้ำๆ อย่างรักใคร่ “เราไปหาอะไรทานกันดีไหมคะวันนี้ วันหยุดทั้งที หม่ามี้จะพาไปทานไอศกรีมร้านโปรด”
กวินน้อยหัวเราะชอบใจจนตาหยี รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของกวินตรากระตุกวูบทุกครั้ง เพราะมันเหมือนกับคนคนนั้นเหลือเกิน เหมือนเสียจนเธอกลัวว่าถ้าวันหนึ่งอคินมาเห็น เขาจะฉกชิงทุกอย่างไปจากเธอ
...ทว่า โลกใบนี้ช่างกลั่นแกล้งนัก
ในเย็นวันนั้น ณ ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน กวินตราจูงมือลูกชายเดินทอดน่องไปตามโถงทางเดิน กวินน้อยหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าตู้กระจกบานใหญ่ของร้านจำหน่ายโมเดลรถยนต์คันหรู นิ้วชี้ป้อมๆ เคาะลงบนกระจกอย่างตื่นเต้น
“มี้ครับ... รถสีน้ำเงิน คันนั้นสวยจังเลย”
กวินตราหัวเราะเบาๆ เตรียมจะคว้าตัวลูกชายเพื่อเดินต่อ แต่แล้วบรรยากาศรอบข้างกลับเย็นเยียบลงอย่างประหลาด เสียงอื้ออึงของผู้คนในห้างดูเหมือนจะเงียบหายไปในทันที สัญชาตญาณบางอย่างเตือนให้เธอหันไปมองฝั่งตรงข้าม และหัวใจของเธอก็ร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของอคินยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาคมกริบของเขาจับจ้องมาที่ร่างเล็กข้างกายเธอ... ดวงตาที่เคยมองเธอด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความสับสนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
อคินก้าวเท้าออกมาจากกลุ่มผู้ติดตามของเขา ใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงความเย็นชาหากแต่มีร่องรอยของความโหยหาที่ปิดไม่มิด เขาหยุดลงเบื้องหน้ากวินตรา ลมหายใจของเธอติดขัดจนแทบจะขาดห้วง
“กวินตรา...” เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่า เขาไม่ได้สนใจเธอด้วยซ้ำ สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงไปยังเด็กน้อยที่ยังคงจ้องมองรถโมเดลด้วยความใสซื่อ
กวินตราก้าวขวางหน้าลูกชายไว้ทันควัน สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว “คุณมาทำอะไรที่นี่ คุณอคิน? และกรุณาหยุดมองลูกของฉันด้วยสายตาแบบนั้นด้วยค่ะ”
อคินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าลงบนพื้นห้างจนสายตาของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กน้อย กวินน้อยเอียงคอมองชายแปลกหน้าด้วยความสงสัย ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา
“สวัสดีครับคุณลุง... คุณลุงชอบรถคันนี้เหมือนกวินไหมครับ?”
วินาทีนั้น อคินหน้าซีดเผือด มือหนาของเขาที่วางอยู่บนเข่าสั่นระริก สายตาที่เขามองเด็กน้อยเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดและตกใจอย่างถึงที่สุด เขารู้ดีว่าเด็กคนนี้อายุเท่าไหร่ และรู้ดีว่าเขาสูญเสียเธอไปเมื่อสามปีก่อนด้วยเงื่อนไขอะไร
“กวินตรา... บอกฉันมาสิว่าเด็กคนนั้น ไม่ได้มีใบหน้าถอดแบบมาจากฉันเพียงแค่เพราะความบังเอิญ”
อคินถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ราวกับคนกำลังจะขาดใจ เขายื่นมือออกไปหวังจะสัมผัสกลุ่มผมนุ่มของเด็กชาย ทว่ากวินตรากลับคว้ามือเขาไว้แน่นแล้วผลักออกห่างอย่างไร้เยื่อใย
“นั่นไม่ใช่เรื่องของคุณ และขอบเขตของคุณสิ้นสุดลงตั้งแต่สามปีก่อนแล้วค่ะ” เธอคว้าตัวลูกชายขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินหนีไปจากฝันร้ายที่เพิ่งหวนกลับมา
แต่เสียงทุ้มที่ไล่หลังมากลับทำให้ฝีเท้าของเธอต้องหยุดชะงัก “ฉันมีผลตรวจ DNA ในมือ... กวินตรา ฉันรู้ความจริงตั้งแต่วันที่เธอเดินออกไปแล้ว และไม่ว่าเธอจะยอมรับหรือไม่ แต่เด็กคนนี้... คือทายาทเพียงคนเดียวของฉัน!”
กวินตราตัวชาดิก หันกลับมามองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความร้าวรานของอคิน ก่อนที่เขาจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูยับยู่ยี่มาให้เธอ ภายในนั้น... คือสิ่งที่พังทลายโลกใบใหม่ที่เธออุตส่าห์สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาจนหมดสิ้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเอาใจช่วยกวินตราในเส้นทางสายดราม่าที่เข้มข้นนี้ไปพร้อมกับเข็มฉายานิศนะคะ
กับดักกามเทพในคฤหาสน์น้ำแข็ง•ตอนที่ 3
โลกใบใหม่ที่ไร้เขา
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกามเทพในคฤหาสน์น้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
