"สะใภ้รอง! แกคิดจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนกัน! แดดออกจนตูดจะไหม้แล้ว ข้าวปลาในครัวยังไม่ยอมลุกขึ้นมาขยับเขยื้อน คนอื่นเขาต้องออกไปหลังเขาลากสังขารไปเกี่ยวข้าวเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่คุณนายท่านหญิงร้อยความขี้เกียจอย่างแก กลับนอนเกลือกกลิ้งทำตัวเป็นผีดูดเลือดอยู่ในห้องเนี่ยนะ!"
เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบปริแตกดังแผดเผาเข้ามาผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าๆ ที่ผุพังจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม แรงกระแทกปังใหญ่ที่กรอบประตูตามมาติดๆ ราวกับว่าหากเปิดไม่ออก เจ้าของเสียงคงจะพังมันให้ราบคาบด้วยฝ่าเท้า
หลินว่านเฉียนรู้สึกราวกับศีรษะถูกค้อนเหล็กตีซ้ำๆ สมองอื้ออึง ปวดตุบจนแทบระเบิด ภาพสุดท้ายก่อนที่เธอจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดคือกลิ่นคาวเลือดจากอุบัติเหตุในห้องครัวภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมันขึ้นมาหยาดหยดต่อหยาดหยด แต่ทว่า... กลิ่นอายที่ลอยแตะจมูกอยู่ในเวลานี้ กลับไม่ใช่กลิ่นสเตนเลสหรือกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ หากแต่เป็นกลิ่นอับชื้นของฟางข้าวเก่าๆ กลิ่นควันไฟจากฟืนไม้สน และกลิ่นสาบดินที่อบอวลจนน่าคลื่นไส้
*นี่มันกลิ่นอะไรกัน?*
ดึงสติกลับมาได้ไม่เต็มที่ เปลือกตาหนักอึ้งก็ถูกกระชากให้เปิดออกด้วยแรงฉุดกระชากจากข้อแขน ร่างผอมแห้งไร้เรียี่ยวแรงของเธอถูกดึงกระชากให้ลุกขึ้นนั่งอย่างไม่ใยดี ปรากฏภาพของหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็ง ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความตึงเครียดและแววตาดุดتيราusร้ายกาจ นางคือ 'จ้าวชุน Hุ่ย' แม่สามีผู้ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความปากร้ายและใจดำอำมหิตที่สุดในหมู่บ้านหงซิงแห่งนี้
"นังตัวดี! ยังมีหน้ามาทำตาปริบๆ ใส่ฉันอีกรึ! ถ้าวันนี้แกไม่ยอมลุกไปต้มน้ำลวกมันเทศแล้วหุงข้าวบดให้คนงานในบ้านกิน ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านให้มาลงโทษฐานที่แกทำตัวเป็นกาฝากในครอบครัวทหารอันทรงเกียรติของตระกูลลู่!"
จ้าวชุนฮุ่ยแผดเสียงพ่นน้ำลายแทบจะรดใส่ใบหน้าของหลินว่านเฉียน ดวงตาคู่เล็กหยีมองด้วยความชิงชังรังเกียจราวกับมองสิ่งปฏิกูลบนพื้นถนน
หลินว่านเฉียนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ความทรงจำแปลกปลอมหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองอย่างรวดเรวราวกับกระแสน้ำป่า นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ 'หลินว่านเฉียน' หญิงสาวอ่อนแอขี้โรคและขี้เกียจสันหลังยาวแห่งยุค 70 ยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารหายาก ผู้คนต้องปากกัดตีนถีบเพื่อเอาชีวิตรอด สะใภ้รองผู้นี้แต่งเข้ามาเพราะการคลุมถุงชน ทว่าสามีอย่าง 'ลู่ถิงเฟิง' กลับต้องไปประจำการอยู่ชายแดนอันห่างไกล ปล่อยให้นางต้องเผชิญหน้ากับแม่สามีใจร้ายและบรรดาพี่น้องสามีที่คอยรุมทึ้งเอาเปรียบอยู่ทุกวี่วัน จนกระทั่งร่างกายและจิตใจบอบช้ำ และในที่สุดก็ตรอมใจตายคาเตียงไปเมื่อครู่—เปิดทางให้วิญญาณเชফสาวมือหนึ่งจากโลกอนาคตเข้ามาแทนที่อย่างพอดิบพอดี
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวผู้เพิ่งฟื้นคืนชีพ แววตาที่เคยหม่นหมองและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับฉายแววคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งถูกลับจนขึ้นเงา
*ตระกูลลู่... แม่สามีใจร้าย... ยุค 70 ที่ขาดแคลนงั้นหรือ? น่าสนใจไม่น้อย*
ในอดีต หลินว่านเฉียนคือเชฟอัจฉริยะผู้พลิกฟื้นร้านอาหารใกล้เจ๊งให้กลายเป็นภัตตาคารร้อยล้านด้วยสองมือ และที่สำคัญที่สุด... ในห้วงมิติลึกก้นบึ้งของจิตวิญญาณ นางสัมผัสได้ถึง 'พื้นที่ห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะ' ที่ติดตัวข้ามภพข้ามชาติมาด้วย! ที่นั่นมีทั้งวัตถุดิบชั้นเลิศ เครื่องปรุงรสครบครัน เทคโนโลยีล้ำสมัย และทรัพยากรมหาศาลที่ต่อให้คนทั้งหมู่บ้านกินไปอีกสชาติก็ไม่มีวันหมด!
"มองหน้าฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง! นังสารเลว แกกล้าดียังไงมามองแม่สามีด้วยสายตาแบบนี้!" จ้าวชุนฮุ่ยเห็นสะใภ้รองไม่เพียงแต่ไม่หวาดกลัว แต่กลับนั่งนิ่งจ้องหน้านางด้วยแววตาเยือกเย็น ยิ่งทวีความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางยกมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนให้หายแค้น
ทว่า... เร็วกว่าความคิด!
หลินว่านเฉียนคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่ส่งผ่านปลายนิ้วแม้จะดูบอบบาง แต่กลับหนักหน่วงและเด็ดขาดจนจ้าวชุนฮุ่ยต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ข้อมือราวกับถูกคีมเหล็กบีบอัด
"คุณแม่คะ..." น้ำเสียงหวานใสแต่นุ่มลึกก้องกังวานขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยไอสังหารจางๆ ที่ทำให้คนฟังต้องขนลุกซู่ "การที่ฉันแต่งเข้ามาในตระกูลลู่ ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นทาสรับใช้ที่ท่านจะมาทุบตีตามอำเภอใจได้ตามใจชอบนะคะ"
"แก... แกกล้าดึงมือฉันรึ! นังเด็กเปรตนี่! ใครก็ได้มาดูเร้ว! สะใภ้รองมันจะฆ่าแม่สามีแล้ว!" จ้าวชุนฮุ่ยแผดเสียงร้องโวยวายลั่นบ้าน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังทะลุออกไปถึงลานบ้าน ปลุกให้บรรดาสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวลู่ที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมตัวออกไปทำนาต่างพากันวิ่งกรูเข้ามามุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกตะลึง
พี่สะใภ้ใหญ่ 'หวังซิ่วอิง' กอดอกทำหน้าเยาะเย้ยถากถางทันทีที่เห็นสภาพเหตุการณ์ "ตายจริง! แม่คะ เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย? หรือว่านังนี่มันกินดีหมีหัวใจเสือถึงกล้าทำร้ายแม่ได้? ขืนปล่อยไว้บ้านเราคงร้อนเป็นไฟแน่ๆ!"
หลินว่านเฉียนค่อยๆ ปล่อยมือออกจากข้อมือของแม่สามีอย่างไม่ใส่ใจ นางปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าของตนเองเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายจะยังผอมบาง แต่ท่าทีสง่างามและแววตาดุดันทรงอำนาจกลับทำให้ผู้คนที่ยืนรายล้อมต่างพากันถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
นางกวาดสายตามองหน้าสมาชิกตระกูลลู่ทีละคนด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทำให้ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก
"ท่านแม่บอกว่าฉันตื่นสาย ขี้เกียจ และไม่ยอมทำหน้าที่ใช่ไหมคะ?" หลินว่านเฉียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ "ในเมื่อท่านแม่พูดถึงหน้าที่และความรับผิดชอบ งั้นเรามาตกลงกันให้ชัดเจนเสียก่อนดีกว่า ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันทำงานหนักเกินส่วนไปถึงไหน และพวกท่านเอาเปรียบฉันไปมากเพียงใด!"
จ้าวชุนฮุ่ยหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดจนพูดไม่ออก นางชี้หน้าสะใภ้รองตัวดีแล้วคำรามลอดไรฟัน "นังสารเลว! แกกล้าต่อปากต่อคำกับฉันรึ! ไสหัวออกไปจากบ้านคอกหมูของตระกูลลู่เดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
บรรยากาศในห้องคับแคบตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางเสียงด่าทอสาปแช่งและสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของคนในครอบครัวสามี หลินว่านเฉียนกลับยกยิ้มมุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน นางเตรียมจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้าและสั่งสอนคนพวกนี้ให้รู้สำนึกถึงความเหิมเก림
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน
ปัง!
ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มปรากฏขึ้นตรงธรณีประตู ไหล่กว้างหนั่นหนา ร่างกายกำยำแฝงไว้ด้วยพละกำลังดุจพญาเสือ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องแวบเดียว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของภรรยาตัวน้อยที่ยืนเผชิญหน้ากับมารดา
ลู่ถิงเฟิง... สามีผู้ควรจะอยู่ชายแดน กลับมายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าในเวลาที่คาดไม่ถึงที่สุด!
"แม่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความเย็นชาจนทุกคนในห้องต้องสะท้านเฮือก "เกิดอะไรขึ้นที่นี่? ใครกล้าไล่ภรรยาผมออกจากบ้าน?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาสัมผัสกลิ่นอายอดีตอันอบอุ่นและเผ็ดร้อนนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
บันทึกกลิ่นจันทร์ในม่านหมอก ยุค 70•ตอนที่ 1
ลืมตาตื่นในกลิ่นอายควันไฟยุคโบราณ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกกลิ่นจันทร์ในม่านหมอก ยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
