“นี่คุณ! จะไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ? ลายเส้นน่ะ มันแก้ได้ แต่จะให้ฉันรื้อโครงสร้างใหม่ทั้งตึกแบบนี้ ฉันเอาเวลาที่ไหนไปหายใจคะ?”
เสียงของมินนี่ดังลั่นสตูดิโอคณะสถาปัตย์ จนเพื่อนร่วมคณะที่กำลังปั่นงานดึกดื่นต้องหันมามองเป็นตาเดียว หญิงสาวสะบัดหน้าใส่ร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ข้างโต๊ะดราฟต์ ดวงตาคู่คมของธันวาหรี่ลงเล็กน้อย เขายังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยเหมือนรูปปั้นที่ไม่มีความรู้สึก ผิดกับมินนี่ที่ตอนนี้แก้มใสเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโมโห
“ถ้าหายใจไม่ออก ก็ไปใช้เครื่องช่วยหายใจที่โรงพยาบาลค่ะ อย่ามาใช้เครื่องมือดราฟต์ของผมประชดชีวิต”
ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดเหมือนใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เขาขยับเข้ามาใกล้จนมินนี่สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นดินสอเขียนแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นพี่ปีสี่คนนี้ เขาใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนกระดาษไขที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดง
“งานโปรเจกต์มรณะนี้ ถ้าคุณทำไม่ได้มาตรฐานของผม ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ก็ไปเก็บของกลับบ้านซะ มินนี่”
“แต่ฉันเป็นแค่ปีสองนะคะ! ทำไมต้องมาโดนพี่ต้อนให้จนมุมขนาดนี้ด้วย ไม่ยุติธรรมเลย!”
“โลกของสถาปัตย์ไม่มีคำว่ายุติธรรม มีแต่คำว่า ‘ผ่าน’ กับ ‘พัง’ และงานของคุณตอนนี้... มันพังไม่เป็นท่าค่ะ”
ธันวาคว้าสมุดสเก็ตช์ของเธอไปเปิดดูหน้าถัดไปอย่างถือวิสาสะ มินนี่พยายามจะแย่งคืนแต่เขากลับยกสูงขึ้นเหนือศีรษะ เธอที่ตัวเล็กกว่าจึงทำได้เพียงกระโดดคว้าด้วยความหัวเสีย ก่อนจะเสียหลักชนเข้ากับโต๊ะทำงานจนแจกันดอกไม้แห้งข้างๆ ล้มระเนระนาด
*โครม!*
เสียงของตกแตกดึงดูดสายตาของทุกคนในห้อง คีย์ที่นั่งจิบกาแฟอยู่มุมห้องรีบวางแก้วแล้วปรี่เข้ามาทันที “ใจเย็นๆ กันก่อนน่า ธันวา แกก็ไปแกล้งน้องแรงเกินไปแล้ว ยัยมินนี่เขาก็ตั้งใจทำนะเว้ย ดูดิ... หน้าแดงหมดแล้วนั่น”
“ฉันไม่ได้แกล้งคีย์ ฉันกำลังสอน” ธันวาส่งสมุดคืนมินนี่ด้วยท่าทางเฉยชา “ถ้าจะทำงานคู่กับผม ต้องทิ้งความรู้สึกส่วนตัวไว้ที่หน้าประตูคณะ”
มินนี่รับสมุดคืนมาพลางกำแน่น สายตาของเธอไม่ได้โกรธแค้นเพียงอย่างเดียว แต่มันมีความน้อยใจแฝงอยู่ลึกๆ เธอรู้ดีว่าที่ธันวาเข้มงวดขนาดนี้เพราะเขาเป็นอัจฉริยะที่แบกความคาดหวังของครอบครัวไว้มหาศาล แต่การมาลงกับเธอมันก็เกินไปหน่อย
“ได้ค่ะ ในเมื่อพี่อยากให้รื้อ... ฉันจะรื้อให้ดู แต่ถ้าผลงานออกมาดีกว่าที่พี่คิด พี่ต้องเลี้ยงกาแฟฉันหนึ่งเดือนเต็ม!”
ธันวาเลิกคิ้วมองหญิงสาวที่ตอนนี้ยืนจ้องหน้าเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นความถูกชะตาที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้
“ได้ แต่ถ้างานล้มเหลว... คุณต้องมาเป็นทาสรับใช้ผมหนึ่งเทอม”
คีย์ได้แต่เอามือกุมขมับ “เฮ้ยๆ สัญญาอะไรกันเนี่ย! เอาจริงดิ?”
มินนี่ไม่สนใจคำทักท้วงของคีย์ เธอคว้าดินสอกดคู่ใจขึ้นมาแล้วลงมือร่างแบบใหม่ด้วยความเร็วที่ทำเอาคนทั้งสตูดิโอต้องทึ่ง บรรยากาศความตึงเครียดเริ่มเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่มีเพียงเสียงฝนที่เริ่มตกกระทบหลังคาอาคารสถาปัตย์
หลายชั่วโมงผ่านไปจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืน เพื่อนๆ ต่างทยอยกลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงมินนี่ที่ฟุบหลับอยู่กับกองกระดาษด้วยความอ่อนเพลีย ธันวาที่เพิ่งเดินกลับมาจากห้องน้ำหยุดยืนมองร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ใต้โต๊ะทำงานของเขา เขาถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของตัวเองมาคลุมให้เธออย่างเบามือ
กลิ่นจางๆ จากเสื้อตัวนั้นทำให้มินนี่ขยับตัวเล็กน้อย เธอละเมอออกมาเบาๆ “แมว... อย่าดื้อสิ...”
ธันวาชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันที เขาเผลอยกมือขึ้นแตะเส้นผมที่ปรกหน้าผากของเธอ แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้น ตัดความเงียบสงบไปจนหมด
เขากดอ่านข้อความที่ส่งมาจาก 'คุณแม่' หน้าจอแสดงภาพข้อความยาวเหยียดเกี่ยวกับกำหนดการดูตัวงานแต่งงานที่เขาไม่ได้ต้องการ ธันวาขมวดคิ้วแน่นด้วยความอึดอัด ก่อนจะหันไปมองมินนี่ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
เขากดพิมพ์ข้อความกลับไปหาแม่ แต่ในจังหวะที่มือสั่นด้วยความโกรธ นิ้วเขากลับเผลอไปกดเข้าที่แชตกลุ่มงานของคณะที่มินนี่เป็นสมาชิกอยู่ แล้วกดส่งสติกเกอร์รูปหัวใจสีชมพูฟูฟ่องลงไปในแชตมินนี่โดยไม่รู้ตัว
มินนี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาในจังหวะที่เสียงแจ้งเตือนดัง *ติ๊ง!* พอดี เธอขยี้ตาแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความล่าสุดในแชตส่วนตัวจาก ‘ธันวา’
*‘พี่ธันวา: พี่ชอบน้องนะ’*
มินนี่ตัวแข็งทื่อ เธอเงยหน้าขึ้นมองธันวาที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ เขากำลังพยายามกดยกเลิกข้อความอย่างลนลาน แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงประตูด้านหลังก็เปิดออกพร้อมกับร่างของคีย์ที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา “เฮ้ย! ธันวา! มินนี่! รีบไปดูที่ไซต์งานเร็วเข้า เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
มินนี่หันกลับไปมองข้อความนั้นอีกครั้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่มันเรื่องล้อเล่นหรือเรื่องจริงกันแน่?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับจุดเริ่มต้นที่วุ่นวายและหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะในตอนแรกนี้กับ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" นะคะ!
เซียนสถาปัตย์ปากแจ๋วกับแมวเหมียวภาคสนาม•ตอนที่ 1
โปรเจกต์มรณะกับรุ่นพี่จอมเฮี้ยบ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสถาปัตย์ปากแจ๋วกับแมวเหมียวภาคสนาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
