เสียงกระแทกของแฟ้มผลงานดีไซน์ลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่นจนกาแฟในแก้วกระเซ็นเป็นวงสีน้ำตาล พิมพ์รตาไม่สนใจคราบเปื้อนบนกระดาษราคาแพงเหล่านั้น ดวงตากลมโตคู่คมกริบจ้องเขม็งไปยังสถาปนิกหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อนตรงหน้า กรณ์ไม่มีแม้แต่รอยขมวดคิ้ว เขาก้มมองรอยเปื้อนนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับกำลังคำนวณปริมาณคาเฟอีนที่สูญเสียไปอย่างไร้ประโยชน์
"คุณทำแบบนี้อีกแล้วนะคะกรณ์" พิมพ์รตาเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เช้า "เราประชุมโปรเจกต์ 'เดอะ กลาส แคนยอน' กันมาสามรอบแล้ว ทุกครั้งที่คุณแก้แบบ คุณมักจะอ้างเหตุผลเรื่อง 'ความสมดุลเชิงโครงสร้างที่อาจสั่นคลอน' ทั้งที่มันเป็นพื้นที่จัดแสดงแฟชั่นโชว์! คุณต้องการพื้นที่โล่งเพื่อรันเวย์ แต่คุณกลับเพิ่มเสาค้ำยันคอนกรีตเสริมเหล็กเข้ามากลางโถงถึงสี่ต้นโดยไม่บอกล่วงหน้า... คุณเอาสมองส่วนไหนคิดคะ หรือว่าคุณใช้ไม้บรรทัดวัดความรู้สึกของคนดูแทนหัวใจตัวเองกันแน่"
กรณ์เงียบไปสามวินาทีเต็ม ในสายตาของหญิงสาว มันคือความหยิ่งยโสที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก แต่สำหรับกรณ์แล้ว ภายในห้วงความคิดอันมืดมิดของเขา จิตใต้สำนึกกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์
[ตรวจพบระดับความเครียดของคู่สนทนา: 87%]
[วิเคราะห์น้ำเสียง: โกรธเคือง 65%, ผิดหวัง 22%, ท้าทาย 13%]
[ประเมินความเสี่ยง: หากใช้เหตุผลเชิงวิศวกรรมอธิบายต่อ ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้น 40%]
[ข้อเสนอแนะจากระบบ: นิ่งเงียบเพื่อลดอุณหภูมิอารมณ์ จากนั้นเสนอทางเลือกที่สามซึ่งประนีประนอมที่สุด]
ดวงตาคมกราบของกรณ์กะพริบลงช้าๆ ครั้งหนึ่ง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงไร้ลม
"ถ้าผมไม่ใส่เสาค้ำยันสี่ต้นนั้น ในอีกเจ็ดปีข้างหน้า เมื่อโครงสร้างกระจกรับน้ำหนักจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ผนังด้านทิศตะวันตกจะเกิดรอยร้าวขนาดไมครอน ซึ่งจะขยายตัวจนทำให้กระจกเทมเปอร์หนาสิบมิลลิเมตรแตกกระจายลงมากลางอีเวนต์สำคัญ และหากวันนั้นคุณยืนอยู่ตรงจุดกิมมิคพอดี... อัตราการรอดชีวิตของคุณจะมีเพียงร้อยละสิบสองจุดสี่เท่านั้นครับ... เอ๊ย... เท่านั้นค่ะ" กรณ์เกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่สติที่ถูกฝึกมาอย่างเข้มงวดดึงเขากลับมาได้ทันท่วงที
พิมพ์รตาชะงักกึก รอยยوดเยาะที่เคลือบบนริมฝีปากสีแดงสดแข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจของเธอกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัวเรื่องตึกถล่ม แต่เป็นเพราะ... ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่เขาพูดออกมาเมื่อครู่
*ร้อยละสิบสองจุดสี่?*
มันเป็นตัวเลขที่จำเพาะเจาะจงเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะคาดเดาได้ในเสี้ยววินาที แถมสายตาที่เขามองมายังเธอในตอนนี้ มันไม่ใช่สายตาสะใจหรือเยาะเย้ย แต่มมันคือสายตาของคนที่กำลัง... 'คำนวณความปลอดภัย' ของเธออย่างเคร่งเครียด ราวกับเธอเป็นวัตถุเปราะบางชิ้นเดียวในโลกที่เขาต้องปกป้องด้วยสูตรคณิตศาสตร์
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสังเกตเห็นความผิดปกตินี้
ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่พวกเขาลงพื้นที่สำรวจไซต์งานก่อสร้าง พิมพ์รตากำลังจะก้าวพลาดตกหลุมเสาเข็มที่ยังไม่ได้กลบ กรณ์คว้าข้อแขนเธอไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอนอนไม่หลับมาสามคืนคือ สีหน้าของเขาในวินาทีนั้น... มันไม่ใช่สีหน้าตกใจของคนทั่วไป แต่เป็นสีหน้าของคนที่ *'รู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว'* ว่าเธอจะก้าวเท้าซ้ายลงไปในองศาที่สิบห้า และเขาก็คำนวณจุดลงน้ำหนักเพื่อดึงเธอกลับมาได้อย่างแม่นยำราวจจับวาง
หรือแม้กระทั่งเมื่อวานนี้ ตอนที่เธอสั่งกาแฟลาเต้เย็นหวานน้อย กรณ์ยืนมองแก้วในมือเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับตัวไปหยดไซรัปเพิ่มให้เธออีกสองหยดอย่างเงียบๆ โดยไม่เอ่ยปาก เมื่อเธอถาม เขากลับตอบหน้าตายว่า "ผลการวิเคราะห์ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณช่วงบ่ายมักจะตกต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้ประสิทธิภาพในการร่างแบบลดลงร้อยละสิบแปด"
*หมนี่... เขามีระบบประเมินความเสี่ยงฝังอยู่ในหัวสมองหรือยังไงกันแน่?*
พิมพ์รตาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวกรีดร้องลั่น เธอจ้องมองสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป จากความโกรธเกี้ยวกลายเป็นความหวาดระแวงปนอยากรู้อยากเห็น กรณ์ในตอนนี้ดูเหมือนอัลกอริทึมที่มีชีวิต มากกว่าจะเป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วไป
"คุณเป็นใครกันแน่... กรณ์" พิมพ์รตาหรี่ตาลง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นและจริงจัง "คุณมองฉันเป็นอะไรคะ? เป็นงานออกแบบชิ้นต่อไป เป็นโปรเจกต์ที่ต้องควบคุมความเสี่ยง... หรือเป็นแค่ตัวเลขในสมการบ้าๆ ของคุณกันแน่?"
กรณ์นิ่งงับ เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่ภายในระบบจำลองความคิดของเขากลับเกิดสัญญาณเตือนสีแดงฉานกะพริบถี่รัว
[คำเตือนระดับวิกฤต: ตัวแปร 'พิมพ์รตา' เริ่มตระหนักถึงการมีอยู่ของ 'ระบบประเมินความเป็นไปได้']
[ความเสี่ยงในการรั่วไหลของความลับ: สูงมาก]
[คำแนะนำจากระบบ: เบี่ยงเบนความสนใจ หรือเปิดเผยข้อมูลบางส่วนเพื่อรักษาความเชื่อมั่น]
ริมฝีปากบางเฉียบของสถาปนิกหนุ่มขยับขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา แต่มันกลับยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวหนתทึบและชวนอึดอัดมากขึ้นไปอีก
"ถ้าผมบอกว่า... ทุกย่างก้าวของคุณ ตั้งแต่วันที่คุณเดินเข้ามาในบริษัทนี้ จนถึงวินาทีที่คุณยืนเถียงผมอยู่ตรงนี้ ล้วนถูกบันทึกและคำนวณไว้ในแผนผังชีวิตที่ผมต้องรับผิดชอบ คุณจะเชื่อไหมล่ะครับ... เอ๊ย... คุณจะเชื่อไหมล่ะคะ" กรณ์แก้ไขคำพูดอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวทีละน้อย จนกระทั่งแผ่นหลังของพิมพ์รตาชนเข้ากับผนังกระจกใสของห้องประชุมที่มองเห็นวิวเมืองเบื้องล่าง
กลิ่นอายน้ำหอมเจือจางกลิ่นไม้จันทน์หอมจากตัวเขาโชยเข้าปะทะนางนาวี พิมพ์รตากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางพยายามดันอกแกร่งของเขาไว้ แต่กรณ์กลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาผา
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของกรณ์ ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้ดังแค่ในหัวของเขา เพราะจู่ๆ หน้าต่างโฮโลแกรมใสสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศระหว่างคนทั้งสอง สะท้อนแสงระยิบระยับในดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจของพิมพ์รตา!
[ระบบตรวจพบการซิงโครไนซ์คลื่นสมองระหว่างผู้ใช้และตัวแปรสำคัญสำเร็จ]
[ปลดล็อกภารกิจลับระดับ SSS: "รื้อถอนกำแพงหัวใจ"]
[เงื่อนไขพิเศษ: เปิดเผยความทรงจำที่ถูกล็อกไว้ในอดีตให้พิมพ์รคารับรู้ภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นระบบจะทำการรีเซ็ตความทรงจำของทั้งคู่ทั้งหมด]
กรณ์เบิกตากว้างเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความนิ่งสงบที่เคยมีมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เขารีบหันขวับไปมองหน้าต่างโฮโลแกรมที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ซึ่งตอนนี้พิมพ์รตากลังใช้ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเอื้อมออกไป... เพื่อสัมผัสกับแสงสีฟ้าพราวระยิบนั้นโดยตรง!
"นี่... นี่มันอะไรกัน..." พิมพ์รตาพึมพำเสียงสั่น ดวงตาคู่สวยมองหน้ากรณ์สลับกับหน้าต่างระบบที่มีตัวเลขถอยหลังกำลังเดินเครื่องอย่างบ้าคลั่ง "กรณ์... คุณไปทำอะไรกับ... ระบบบ้าอะไรนี่!"
ก่อนที่กรณ์จะได้เอ่ยปากอธิบาย ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้การเคาะ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดัง *คลิก... คลิก... คลิก* ตามมาด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและเยือกเย็นของอาจารย์อรุณ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่มุมปาก
"ดูท่าทาง... การทดลองเชื่อมต่อระบบจำลองความคิดของพวกเธอ จะเดินทางมาถึงบททดสอบที่อันตรายที่สุดแล้วสินะคะ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เส้นทางแห่งความท้าทายนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
---
ชานมไข่มุกหวานร้อย
สถาปนิกหนุ่มกับคุณหนูดีไซเนอร์: ขีดเส้นรักท้าชนหัวใจ•ตอนที่ 3
ระบบจำลองความคิด
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณหนูดีไซเนอร์: ขีดเส้นรักท้าชนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!