เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบพื้นโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงถึงกับสั่นสะเทือนระรัว ของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาปริ่มขอบ พิมพ์รตาไม่แม้แต่จะชายตามองมันด้วยซ้ำ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นตาดีไซน์เฉี่ยววาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เธอกำลังจ้องมองกระดาษแผ่นบางในมือที่เปรียบเสมือนใบประกาศิตจากขุมนรก
"บริษัทสถาปนิก ‘K-Space’ อย่างนั้นหรือคะอาจารย์? นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน!"
เสียงใสที่เจือความเกรี้ยวกราดตวัดขึ้นสูง พิมพ์รตากวาดสายตามองหญิงวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการสถาปัตยกรรมไทย อาจารย์อรุณนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของอีกฝ่ายยิ่งทำให้ดีไซเนอร์สาวรู้สึกเหมือนกำลังถูกตบหน้ากลางสาธารณชน
ตึกเก่า ‘สาทร 1912’ อาคารสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกผสมผสานกลิ่นอายโคโลเนียลที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายทศวรรษกำลังจะได้รับการชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ นี่คือโปรเจกต์ระดับมาสเตอร์พีชที่พิมพ์รตาทุ่มเทแรงกายแรงใจศึกษาประวัติศาสตร์และวางแผนงานดีไซน์แนว ‘Neo-Vintage Retro-Futurism’ มานานร่วมครึ่งปี เพื่อประกาศศักดาให้วงการออกแบบได้ประจักษ์ว่าแบรนด์ ‘Atelier Pim’ ของเธอคือที่สุด แต่วันนี้ อาจารย์อรุณกลับยื่นคำขาดให้เธอต้องแชร์โปรเจกต์นี้ร่วมกับ ‘กรณ์’ สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยارหยันและยึดติดกับตัวเลขทางคณิตศาสตร์อย่างไร้จิตวิญญาณ
"โลกของการทำงานจริงไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความชอบส่วนตัวนะคะพิมพ์รตา" อาจารย์อรุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่าเกรงขาม แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟจากเพดาน "เธอมีวิสัยทัศน์ด้านแฟชั่นและการจัดวางพื้นที่ที่ล้ำเลิศ แต่เธอขาดความแม่นยำทางโครงสร้าง และขาดความยืดหยุ่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกฎหมายควบคุมอาคารโบราณสถาน และที่สำคัญ... โปรเจกต์นี้ไม่ได้มีแค่เธอกับเขา แต่มันมี ‘ระบบประเมินศักยภาพ’ ที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมและกลุ่มทุนกำลังจับตาดูอยู่"
พิมพ์รตากัดริมฝีปากแน่นจนห้ามใจไม่อยู่ ความทรงจำในวัยเด็กที่เธอต้องดิ้นรนพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางครอบครัวนักธุรกิจที่มองศิลปะเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าผุดขึ้นมาซ้ำเติมแผลใจ ความพยายามทั้งหมดของเธอในวันนี้ กำลังจะถูกลดทอนลงเหลือเพียงแค่เบี้ยตัวหนึ่งในกระดานของคนอื่นงั้นหรือ?
"พิมพ์ไม่ร่วมมือค่ะ!" เธอประกาศกร้าว ดวงตาสتาร์วาวโรจน์ "ให้พิมพ์ไปรื้อตึกนั้นด้วยมือเปล่ายังง่ายเสียกว่าต้องไปทำงานร่วมกับหุ่นยนต์กระดาษทรายอย่างคุณกรณ์คนนั้น ผู้ชายอะไร... พูดจาแต่ละทีเหมือนมีเครื่องคิดเลขฝังอยู่ในสมอง ปราศจากความสุนทรีย์สิ้นเชิง!"
อาจารย์อรุณหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตเครื่องหรูขึ้นมาสไลด์หน้าจอ ส่งเสียงแจ้งเตือนบางอย่างดังขึ้น *ติ๊ง!*
พลัน หน้าจอโฮโลแกรมจำลองระบบโปรเจกต์เสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นกลางห้องทำงาน ระบบ ‘Project Synergy Level 1’ เริ่มต้นทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่สั่นไหวอยู่เบื้องหน้าของพิมพ์รตา
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความขัดแย้งระดับวิกฤตระหว่างหัวหน้าทีมดีไซน์ (พิมพ์รตา) และหัวหน้าทีมสถาปัตยกรรม (กรณ์)]
[เงื่อนไขบังคับ: ทั้งสองฝ่ายต้องผ่านการทดสอบภาคสนาม ณ ตึกสาทร 1912 ภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นสิทธิ์ในการถือครองโปรเจกต์จะถูกยกเลิกถาวร และถูกปรับลดสถานะทางวิชาชีพ]
[อัตราความสำเร็จปัจจุบัน: 12% — อยู่ในเกณฑ์อันตรายสูงสุด]
พิมพ์รตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่มันไม่ใช่แค่การร่วมงานธรรมดา แต่มันคือเกมเดิมพันอาชีพที่อาจารย์อรุณตั้งใจออกแบบขึ้นมาเพื่อบีบให้เธอต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง!
"อาจารย์ทำแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ?" พิมพ์รตาเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธปนความประหลาดใจ
"หมายความว่า เธอกำลังจะไม่มีทางเลือกยังไงล่ะคะพิมพ์รตา" อาจารย์อรุณวางแท็บเล็ตลงช้าๆ สายตาคมปลาบมองทะลุผ่านแว่นตา "เชิญต้อนรับสู่บททดสอบแรก... และตอนนี้ คู่หูของเธอ ก็มารออยู่ข้างล่างแล้วด้วย"
สิ้นเสียงของอาจารย์อรุณ ประตูห้องทำงานไม้สักบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและเงียบเชียบ ใบหน้าคมคายไร้อารมณ์ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่าราวกับห้วงอวกาศ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเฉียบคมที่พร้อมจะเฉือนทุกข้อโต้แย้งให้แหลกเป็นจุล กรณ์หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงาน กวาดสายตาผ่านกองเอกสารที่กระจัดกระจาย ก่อนจะหันมาสบตากับพิมพ์รตาที่กำลังยืนจ้องเขาเขม็งราวกับเสือสาวพร้อมขย้ำเหยื่อ
"หวังว่าคุณจะเตรียมตัวมาดีพอนะครับ... คุณดีไซเนอร์" กรณ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่กลับแฝงกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ทำเอาบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา
พิมพ์รตากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ความเกลียดชังในตัวผู้ชายคนนี้พุ่งทะยานจนแตะขีดสุด แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนขอบโต๊ะจนขึ้นรอยขาว ระบบแจ้งเตือนระดับ SSS ก็ดังขึ้นซ้ำอีกครั้งในหัวของเธอ พร้อมกับเสียงกริ่งเตือนภัยของโชคชะตาที่เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
[ภารกิจลับปลดล็อก: ก้าวแรกสู่เส้นขนาน — บังคับให้สถาปนิกและดีไซเนอร์ต้องเผชิญหน้ากับ 'เสียงกระซิบ' จากอดีตที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้โบราณของตึกสาทร 1912]
[คำเตือนจากระบบ: หากพวกคุณไม่สามารถก้าวข้ามความบาดหมางใน 3... 2...]
ก่อนที่ตัวเลขวินาทีสุดท้ายจะสิ้นสุดลง กรณ์ก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวพิมพ์รตาด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว ปลายจมูกของเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ สถาปนิกหนุ่มก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"อย่าทำให้ผมต้องเสียเวลาคำนวณความไร้สาระของคุณ... พิมพ์รตา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เส้นทางแห่งความท้าทายนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มกับคุณหนูดีไซเนอร์: ขีดเส้นรักท้าชนหัวใจ•ตอนที่ 1
เส้นขนานที่ถูกบังคับให้บรรจบ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณหนูดีไซเนอร์: ขีดเส้นรักท้าชนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!