เซฟโซนของคนคลั่งรัก ดันไปพักห้องข้างๆ•ตอนที่ 1

ย้ายเข้าวันแรกก็งานเข้าซะแล้ว

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
“เฮ้ย! ไอ้กล่องบ้า อย่าเพิ่งพังตอนนี้ดิโว้ย!” เสียงตะโกนของผมดังลั่นห้องพักขนาด 30 ตารางเมตรที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงสองชั่วโมง มือของผมกำลังพยายามยื้อยุดอยู่กับกล่องโฟมบรรจุหมูกรอบผัดพริกเกลือเจ้าดังที่ซื้อมาฉลองการย้ายเข้าคอนโดใหม่ แต่อนิจจา... ความซุ่มซ่ามของปูนปั้นไม่ได้มีไว้ประดับตัวครับ เพราะวินาทีที่ผมพยายามจะแกะยางรัดที่แน่นหนาปานเชือกมัดเรือเดินสมุทร กล่องพลาสติกกลับลื่นปรื๊ดออกจากมือเหมือนมีชีวิต *โครม!* เสียงดังสนั่นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางห้องครัวขนาดจิ๋ว ไม่ใช่แค่เสียงกล่องตกกระทบพื้น แต่มันคือเสียงหายนะของมื้อเย็นที่กลายเป็นหมูกรอบสูตรพื้นกระเบื้องในชั่วพริบตา “ชิบหายแล้ว...” ผมสบถเบาๆ ก่อนจะรีบก้มลงไปมองสภาพศพมื้อเย็นของตัวเอง ทว่าก่อนที่ผมจะได้คว้าทิชชู่มาเช็ดคราบน้ำมันที่กระจายตัวเหมือนแผนที่โลกบนพื้นห้อง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้น *ปัง! ปัง! ปัง!* ไม่ใช่เสียงเคาะแบบมารยาทงาม แต่มันคือเสียงเคาะแบบคนที่จะพังประตูเข้ามาเก็บภาษีสังคม ผมรีบวิ่งไปเปิดประตูด้วยความหัวเสียเต็มทน กะว่าจะสวนกลับให้หน้าหงายสักทีข้อหาขัดจังหวะคนกำลังเสียใจกับของกิน แต่เมื่อบานประตูเปิดออก ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีเทาเรียบกริบ ผมเผ้ายุ่งเหยิงนิดๆ กำลังยืนกอดอกจ้องหน้าผมด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนผมเผลอกลั้นหายใจ “คุณครับ” เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบจนผมขนลุก “นี่มันสองทุ่มครึ่ง และนี่คือคอนโดที่เก็บเสียงได้แย่ที่สุดในย่านนี้ ถ้าคุณยังไม่หยุดทำเสียงเหมือนกำลังรื้อบ้าน ผมจะไปแจ้งนิติฯ แล้วนะ” “โธ่คุณพี่! ผมไม่ได้รื้อบ้าน ผมทำกับข้าวหก!” ผมเถียงกลับทันควันตามนิสัยคนขี้โวยวาย “แล้วนี่มันห้องผมไหมล่ะ? จะทำอะไรมันก็เรื่องของผมไหม!” คีย์—ชื่อที่ผมแอบเรียกเขาในใจว่า ‘ไอ้มนุษย์ตู้เย็น’ เพราะใบหน้าที่เรียบเฉยเหมือนคนติดลบสิบองศา—ขยับแว่นสายตาที่กรอบเริ่มเลื่อนลงมาเล็กน้อย เขาปรายตามองผ่านไหล่ผมเข้าไปเห็นสภาพกล่องข้าวที่แตกกระจายบนพื้น ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ “อ๋อ... ทำกับข้าวหกเหรอครับ? นึกว่ากำลังประกอบร่างหุ่นยนต์ยักษ์อยู่ซะอีก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบแต่จิกกัดจนผมแทบอยากจะเอาส้อมจิ้มขาเขา “คราวหน้าถ้าหิวจัดจนต้องทำอาหารตกพื้น ช่วยรบกวนหาถาดรองหรืออะไรที่มันไม่ส่งเสียงดังกว่าระเบิดลงหน่อยนะครับ เพื่อนบ้านเขาอยากนอน” “เออ! ทราบแล้วครับท่าน! พ่อคนเป๊ะ พ่อคนเจ้าระเบียบ!” ผมประชดพร้อมกับกระแทกประตูใส่หน้าเขาด้วยความโมโห *ปัง!* ผมยืนหอบหายใจอยู่หลังประตู หัวใจเต้นรัวด้วยความโกรธปนเขินที่ทำอะไรเปิ่นๆ ให้คนข้างห้องเห็นจนได้ ไอ้ผู้ชายคนนี้มันเป็นใครกัน! แค่หมูกรอบตกพื้นถึงกับต้องมาทำหน้ายักษ์ใส่เนี่ยนะ! ผมนั่งลงกับพื้น กอดเข่าตัวเองพลางถอนหายใจยาว พยายามกู้ซากหมูกรอบใส่ถุงขยะด้วยความรู้สึกหดหู่ ความตั้งใจที่จะเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายรีวิวอาหารที่สดใสที่สุดในตึกนี้ดูจะพังทลายตั้งแต่วันแรก ผ่านไปสิบนาที ผมคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันแชตกลุ่มของคอนโด กะจะพิมพ์ด่านิติฯ สักหน่อยเรื่องผนังห้องที่บางจนได้ยินเสียงหายใจ แต่จังหวะที่นิ้วโป้งกำลังจะกดรัวคีย์บอร์ด สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม ‘Key_Developer_Room405’ ไอ้หมอนั่น... มันอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเหรอ? ด้วยความที่อยากรู้อยากเห็น (หรือที่เรียกสวยๆ ว่าสอดรู้) ผมเลยกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของเขา รูปโปรไฟล์เป็นแค่รูปหน้าจอเขียนโค้ดภาษา C++ เรียบๆ ไม่มีอะไรบ่งบอกความเป็นมนุษย์ แต่ที่น่าตกใจคือโพสต์ล่าสุดที่เขาลงในไทม์ไลน์ส่วนตัว... เขากำลังรีวิว ‘กล่องเก็บอาหารสุญญากาศ’ รุ่นที่ผมเพิ่งซื้อมาแต่ใช้ไม่เป็นจนทำตกเมื่อกี้! แคปชั่นของเขาเขียนไว้ว่า *“ของดีที่ทำให้คนซุ่มซ่ามในคอนโดนี้ไม่ต้องสร้างมลภาวะทางเสียงอีกต่อไป”* ไอ้บ้าเอ๊ย! มันโพสต์ด่าผมเหรอเนี่ย! ด้วยความเลือดขึ้นหน้า ผมพิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันทีโดยไม่ยั้งคิด *“ปากดีจังนะพ่อคนเก่ง ทำตัวเป๊ะนักระวังจะไม่มีใครเอานะครับ เดี๋ยวจะส่งกล่องข้าวรุ่นนี้ไปให้ถึงที่ห้อง จะได้เอาไว้ใส่ความหยิ่งของตัวเองเก็บไว้นานๆ!”* นิ้วของผมกดส่งข้อความไปโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่า... สติที่หลุดลอยไปนานเริ่มกลับมา เมื่อผมเห็นสัญลักษณ์แจ้งเตือนว่า ‘คุณได้ส่งข้อความในฐานะผู้ดูแลกลุ่ม’ ชิบหายแล้ว... ผมลืมไปว่าตัวเองเผลอสมัครเป็นแอดมินกลุ่มไปตอนลงทะเบียนเข้าพัก และข้อความนั้นไม่ได้ส่งไปส่วนตัว แต่มันเด้งขึ้นโชว์หราในกลุ่มรวมที่มีลูกบ้านกว่าร้อยคน! ผมรีบกดค้างเพื่อจะ ‘ยกเลิกข้อความ’ แต่ในจังหวะที่มือสั่นจนกดผิดกดถูก หน้าจอโทรศัพท์ก็ดับวูบลงเสียดื้อๆ เพราะแบตเตอรี่ที่เหลือ 1% สุดท้ายแจ้งเตือนพอดี หัวใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ดังรัวไม่หยุด... ไม่ใช่แค่คนเดียวที่ทักเข้ามา แต่เป็นคีย์ที่ส่งข้อความส่วนตัวมาทิ้งท้ายไว้ก่อนที่เครื่องจะดับสนิท *‘ห้อง 406 ใช่ไหม? รอก่อนนะ... ผมกำลังเดินไปหาที่หน้าห้อง’* เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้องของผม... พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รุนแรงกว่าเดิมสามเท่า ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกนะครับ แล้วมาร่วมลุ้นกันว่าผมจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ยังไง ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งรัก ดันไปพักห้องข้างๆ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%