"ถ้าพวกแกยังกล้าเอาข้าวสารก้นถุงของบ้านเราไปเจือจางให้บ้านใหญ่กินอีกล่ะก็ วันนี้แหละ... ฉันจะเอาตักข้าวราดหัวพวกแกให้ดู!"
เสียงตบโต๊ะไม้เก่าๆ ดังสนั่นจนฝุ่นควันคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงคับแคบ กลิ่นอับชื้นของดินโคลนผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลในยุคเจ็ดศูนย์ลอยเตะจมูก ลู่เหมยหลินกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามัว ปลายประสาทรับรู้เริ่มทำงานอย่างเชื่องช้า ความเจ็บแปลบที่บริเวณขมับซ้ายและรสคาวเลือดในปากบ่งบอกว่า เจ้าของร่างเดิมเพิ่งผ่านการปะทะคารมและกำลังใจแตกสลายจนตรอมใจตายไปเมื่อครู่
แต่บัดนี้... ดวงตาคู่คมที่เคยหม่นหมองและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา กลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายระยับ เยียบเย็น และเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ
"สะใภ้รอง นอกเหนือจากความกตัญญูแล้ว เธอยังมีความสำนึกต่ำต้อยเกินไปกระมัง?" เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่เฉินฮุ่ยหลานดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก นางกอดอกมองน้องสะใภ้ที่นั่งทรุดอยู่บนพื้นดินเหนียวด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ "พี่ใหญ่กับแม่สามีอนุญาตให้พวกเธอแบ่งข้าวสารมาสมทบกองกลาง ถือเป็นบุญคุณท่วมหัวแล้ว ยังกล้ามาโวยวายหาเรื่องอีกหรือ? ผู้หญิงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเช่นเธอ สมควรโดนสามีตบสั่งสอนเสียบ้าง!"
ลู่เหมยหลินแค่นหัวเราะในลำคอ *ตบหรือ? ฝันไปเถอะ!*
เชฟสาวมือหนึ่งจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดผู้ครอบครองเชนร้านอาหารชื่อดังและสวนเกษตรอัจฉริยะในมิติลับ ไม่มีทางยอมให้ใครมาตบหน้าฟรีๆ แน่ ความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก ร่างนี้ถูกครอบครัวสามีสูบเลือดสูบเนื้อ แม่สามีใจร้ายจอมลำเอียง พี่ใหญ่จอมเกียจคร้าน และสะใภ้ใหญ่ปากร้าย คอยกลั่นแกล้งรังแก สั่งให้ทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แถมยังยึดเอาปันส่วนอาหารและเงินเดือนทหารที่จางหย่งส่งกลับมาบ้านไปจนหมดเกลี้ยง ปล่อยให้สองสามีภรรยาบ้านรองต้องอดมื้อกินมื้อ จนร่างเดิมตรอมใจตายไปในที่สุด
ช่างเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ "ท้าทาย" เสียจริงนะครับ
"บุญคุณท่วมหัวงั้นหรือ?" เหมยหลินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษฝุ่นตามเนื้อตัวด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางพญา แม้เสื้อผ้าจะเป็นชุดผ้าฝ้ายเก่าขาดวิ่นและมีรอยปะชุน แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับทำให้เฉินฮุ่ยหลานชะงักไปวูบหนึ่ง "เอาข้าวสารสามสิบชั่งที่สามีฉันส่งมาให้พวกเรากินประทังชีวิตไปแปะป้ายว่าเป็น 'กองกลาง' แล้วเหลือเศษข้าวขึ้นราให้พวกฉันกำมือเดียว แบบนี้เขาเรียกว่าปล้นกลางวันแสกๆ ต่างหาก พี่สะใภ้ใหญ่... สมองของท่านเสื่อมถอยจนจำตัวเลขพื้นฐานไม่ได้ หรือว่าสันดานปล้นชิงมันฝังรากลึกจนแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ออกแล้วล่ะครับ?"
"เธอ... นังสะใภ้สารเลว! กล้าดียังไงมาว่าฉัน!" เฉินฮุ่ยหลานหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด นางชี้หน้าด่ากราด "แม่คะ! ดูมันสิคะ มันกล้าปีนเกลียวตบะแตกด่าพี่สะใภ้ ลามปามถึงตระกูลจางของเราแล้ว!"
แม่สามีจางผู้ชราภาพที่นั่งสูไปป์ใบยาสูบอยู่มุมห้อง ขยับตัวช้าๆ แววตาทอประกายขุ่นเคือง นางกระแทកไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังลั่นบ้าน "ลู่เหมยหลิน! แกแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านจาง ต้องเชื่อฟังคำสั่งของบ้านใหญ่ ตระกูลจางไม่เลี้ยงคนอกตัญญู ถ้าแกยังไม่รู้จักสำนึก วันนี้จางหย่งกลับมา ฉันจะสั่งให้มันหย่ากับแกแล้วไล่ออกไปจากหมู่บ้านซะ!"
คำขู่เรื่องการหย่าร้างและขับไล่นี้ หากเป็นร่างเดิมคงหวาดกลัวจนตัวสั่นและคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนไปแล้ว
ทว่า... สำหรับลู่เหมยหลิน นางกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ
*หย่างั้นหรือ? ช่างเป็นข้อเสนอที่ประเสริฐเสียจริง!*
นางกำลังเบื่อหน่ายสามีผู้เงียบขรึมและชีวิตบ้านไร่ชนบทเต็มทน หากได้ใบหย่าแล้วแยกบ้านออกมาใช้ชีวิตอิสระ พร้อมกับมิติลับสวนเกษตรอัจฉริยะในมือ นางคงตั้งตัวเป็นเศรษฐีินียุคเจ็ดศูนย์ได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องมาทนฟังเสียงเห่าหอนของคนพวกนี้ให้ปวดประสาท
"หย่าก็ดีเหมือนกันนะครับ..." เหมยหลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใดๆ ทั้งสิ้น รอยยิ้มของนางทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที "แต่ก่อนจะพูดเรื่องหย่า เรามาเคลียร์บัญชีทรัพย์สินกันก่อนดีกว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมา เงินเดือนทหารของจางหย่งรวมแปดร้อยหยวน และปันส่วนเนื้อสัตว์กับผ้าฝ้ายอีกนับไม่ถ้วน ถูกพวกท่านสูบเอาไปใช้จ่ายปรนเปรอให้ลูกชายคนโปรดสอบจอหงวนในเมือง ถ้าฉันหอบหลักฐานพวกนี้ไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านและสำนักงานคอมมูน... พวกท่านคิดว่าตระกูลจางจะเหลือหน้าเอาไว้เดินในหมู่บ้านอีกไหมครับ?"
"แก... แกพูดเหลวไหลอะไร!" แม่สามีหน้าซีดเผือด มือที่ถือไปป์สั่นระริก ปากอ้าพะงาบๆ แต่เถียงไม่ออก เพราะสิ่งที่เหมยหลินพูดคือความจริงทุกประการ
ในยุคนี้ ชื่อเสียงและความถูกต้องตามนโยบายพรรคเป็นเรื่องใหญ่หลวง หากทางการตรวจสอบพบว่ามีการขูดรีดและรังแกทหารผู้เสียสละเพื่อชาติ ตระกูลจางย่อมถูกประณามหยามเหยียดและอาจถึงขั้นถูกยึดทรัพย์สินทำกิน
เหมยหลินก้าวเท้าเข้าไปใกล้สะใภ้ใหญ่ทีละก้าว แรงกดดันจากแววตาเด็ดเดี่ยวทำให้อีกฝ่ายต้องถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว "ถ้าไม่อยากให้เรื่องบานปลาย วันนี้... ข้าวสารทั้งหมดต้องคืนมาให้ฉัน และนับจากนี้ บ้านรองจะ 'ขอแยกบ้าน' เด็ดขาด ห้ามใครหน้าไหนมายุ่มย่ามกับทรัพย์สินของเราอีก!"
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทุกคนต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ไม่มีใครคาดคิดว่าสะใภ้รองผู้เงียบงันและอ่อนแอ จะกลายร่างเป็นพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมขย้ำทุกคนได้ภายในชั่วข้ามคืน
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม
ร่างสูงใหญ่ของบุรุษในชุดทหารสีเขียวเข้มที่มอมแมมไปด้วยฝุ่นดินและหยาดเหงื่อก้าวเข้ามา จางหย่ง... สามีผู้เงียบขรึมและมีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย บาดแผลเป็นจางๆ บริเวณหางตาเพิ่มความดุดันให้แก่ใบหน้านั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ในห้องที่มีเศษข้าวหกเรี่ยราดและภรรยายืนจ้องหน้าแม่สามีอย่างไม่เกรงกลัว
จางหย่งขมวดคิ้วมุ่น เขาก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาตามสัญชาตญาณของการปกป้อง ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ทำให้ทุกคนในห้องสะท้าน
"เกิดอะไรขึ้น... ใครกล้ารังแกเมียผม?"
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ลู่เหมยหลินช้อนสายตาขึ้นมองสามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าคลั่งรักภรรยาคนนี้ ก่อนที่มุมปากของนางจะกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากแผ่นหลังกว้างของเขา
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังขึ้นโครมใหญ่ พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาตะโกนลั่น
"แย่แล้ว! จางหย่ง! เหมยหลิน! หัวหน้ากองกำลังคอมมูนพาคนมาตรวจค้นบ้าน บอกว่าบ้านพวกเธอซุกซ่อน 'สินค้าต้องห้าม' ผิดกฎหมาย กำลังจะพากลุ่มคนมาจับกุมตัวพวกเธอแล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาสัมผัสความอบอุ่นและรสชาติชีวิตในยุค 70 ด้วยกันนะครับ
- ใบชาหอมหมื่นลี้ -
แม่ครัวสายสตรองกับนายทหารผู้ขยันถอนหญ้า•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างสะใภ้รอง
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวสายสตรองกับนายทหารผู้ขยันถอนหญ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
