ไอสังหารเย็นเยียบดุจคมมีดโกนกรีดผ่านชั้นบรรยากาศเหนือหุบเขาอเวจี กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปนไปกับกลิ่นอายดินที่ถูกแผดเผาจนเกรียมไหม้ จวินอู๋เฉินก้าวเดินผ่านม่านหมอกสีชาดด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่งดุจน้ำค้างนิ่งสนิทบนยอดใบไผ่ แม้อาภรณ์สีขาวสะอาดตาของเขาจะถูกละอองเลือดที่ลอยฟุ้งในอากาศแตะต้องจนเป็นด่างพร้อย แต่นัยน์ตาคู่คมกริบดุจหยกเย็นกลับไม่ฉายแววสะทกสะท้านใดๆ
“เจ้ามาสาย… จวินอู๋เฉิน” เสียงแหบพร่าดังก้องขึ้นจากเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ หากแต่เป็นเสียงของจิตที่แตกสลาย
จวินอู๋เฉินหยุดฝีเท้า มือเรียวยาวดุจหยกขาวกรีดผ่านอากาศเพียงแผ่วเบา เปลวเพลิงสีฟ้าครามปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะสลายหมอกพิษที่ปกคลุมพื้นที่รอบตัวเขาออกเป็นวงกว้าง เผยให้เห็นร่างหนึ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่กลางวงล้อมของซากศพนักพรตชั้นผู้น้อยที่ถูกสับเป็นชิ้นๆ ด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว
เฟิ่งหลิง… เทพสงครามผู้เกรียงไกร บัดนี้เหลือเพียงร่างที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตสีชาด ปราณหยินที่รุนแรงจนทำลายเส้นชีพจรของนางเองพุ่งพล่านออกมาจากบาดแผลดุจพายุหมุน นางยังคงกำด้ามกระบี่แน่น แม้ปลายนิ้วจะแตกละเอียดจนเห็นกระดูก
“กฎสวรรค์ข้อที่เก้าว่าด้วยการสังหารผู้บริสุทธิ์ ข้ามาเพื่อตักเตือน เจ้าทำเกินไปแล้ว” จวินอู๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว หรือความเวทนา
เฟิ่งหลิงเค้นหัวเราะออกมาเป็นเลือด นางพยายามพยุงกายขึ้นแต่ทว่าไอหยินในกายกลับตีกลับจนกระอักโลหิตออกมาอีกครา ดวงตาที่เคยคมกล้าดุจพญาอินทรีบัดนี้หม่นแสงลงเหลือเพียงความว่างเปล่าที่ล้ำลึก “ผู้บริสุทธิ์? ฮึ... พวกมันที่รุมสังหารศิษย์ของข้าจนสิ้นลมในที่แห่งนี้คือผู้บริสุทธิ์งั้นหรือ? จวินอู๋เฉิน... ในใจของเจ้าเคยมีคำว่ายุติธรรมอยู่บ้างหรือไม่ หรือมีเพียงแค่ตราชั่งแห่งกฎสวรรค์ที่เอนเอียงตามคำสั่งของจักรพรรดิเทียนตี้!”
จวินอู๋เฉินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เงาในดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดผ่าน เขาเดินเข้าไปใกล้ มือข้างหนึ่งหยิบโอสถเม็ดสีทองที่เรืองแสงอ่อนๆ ออกมา แต่มันกลับถูกตบปัดทิ้งด้วยแรงอารมณ์ของนาง
“อย่าได้ใช้ของสกปรกของเจ้ามาแตะต้องตัวข้า! โอสถของเจ้า... มันก็แค่เครื่องมือที่คอยฉุดรั้งชีวิตที่ควรจะดับสูญ ให้ต้องอยู่รับใช้แผนการชั่วช้าของเบื้องบนต่อไป!”
“หากเจ้าตายที่นี่ เจ้ารู้ดีว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไร” จวินอู๋เฉินก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาไม่สนคำปฏิเสธ มือที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าคว้าข้อมือของนางไว้แน่นเพื่อสกัดจุดปราณ “จักรพรรดิเทียนตี้กำลังรอเวลาที่กายหยาบของเจ้าแตกสลาย เพื่อจะใช้มันเป็นภาชนะบรรจุจิตแห่งบรรพกาล เจ้าจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้สติปัญญาไปตลอดกาล เจ้าต้องการเช่นนั้นหรือ เฟิ่งหลิง?”
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจนาง เฟิ่งหลิงชะงักงัน แรงต้านทานในกายค่อยๆ อ่อนลงตามจังหวะชีพจรที่เต้นช้าลงทุกที นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า ใบหน้าของเขาแม้จะเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี แต่ในแววตานั้น... นางเห็นความสั่นไหวบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเป็นเซียนผู้ไร้ใจ
“ทำไมถึงช่วยข้า...” นางถามด้วยเสียงแผ่วเบาแทบขาดใจ “ในเมื่อข้าถูกตราหน้าว่าเป็นมารร้าย เป็นภัยต่อสวรรค์ เหตุใดเซียนโอสถผู้เที่ยงธรรมเช่นเจ้า ถึงยังกล้ามือเปื้อนเลือดเพื่อคนอย่างข้า”
จวินอู๋เฉินไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เขาค่อยๆ โคจรพลังปราณสายบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างของนางเพื่อพยุงชีวิตที่กำลังริบหรี่ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรสวรรค์อบอวลไปทั่วบริเวณ กระแสพลังของเขาร้อนแรงดุจเปลวเพลิงที่แฝงด้วยความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
“ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าเพราะความเป็นธรรม” จวินอู๋เฉินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของนาง ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกับผิวแก้มที่ซีดเผือด “แต่ข้าช่วยเจ้า... เพราะเจ้าเป็นคนเดียวในใต้หล้านี้ ที่มีความกล้าหาญพอจะฉีกกระชากกฎสวรรค์ที่ข้าเกลียดชังทิ้งไปต่อหน้าต่อตาข้า”
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าที่หม่นหมองเหนือหุบเขาอเวจีก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีทองฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่งรอบทิศทาง กองกำลังสวรรค์นับพันปรากฏตัวขึ้นบนยอดหน้าผา ธงศึกโบกสะบัดพร้อมกับเสียงประกาศก้องจากผู้ที่อยู่เหนือเมฆา
“จวินอู๋เฉิน! เจ้าบังอาจขัดขวางลิขิตแห่งสวรรค์และให้ที่พักพิงแก่เทพมารผู้ถูกเนรเทศ โทษทัณฑ์นี้จักถูกจารึกไว้ในหอคลังอักขระสวรรค์ และขุมนรกทั้งเก้าจะเป็นที่รองรับวิญญาณของเจ้า!”
จวินอู๋เฉินไม่แม้แต่จะปรายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขากระชับอ้อมแขนที่โอบอุ้มร่างของเฟิ่งหลิงไว้แน่น แล้วหยิบกระบี่ไม้สลักลายมังกรเพลิงที่แขวนไว้ข้างกายออกมา ชักมันออกจากฝักจนเกิดเสียงดังกังวานไปทั่วหุบเขา ไอสังหารที่พุ่งพล่านออกมาจากตัวเขาในยามนี้รุนแรงจนแผ่นดินใต้เท้าแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“ลิขิตฟ้าหรือ... หากวันนี้ฟ้าจะลิขิตให้เจ้าดับสูญ ข้าจะเป็นผู้ที่ฝืนลิขิตนั้นด้วยเลือดและโอสถของข้าเอง”
เขามองสบตาเฟิ่งหลิงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกองทัพสวรรค์ที่กำลังพุ่งลงมาดุจฝนห่าใหญ่ โดยไม่รู้เลยว่า... สิ่งที่อยู่ภายในร่างของเฟิ่งหลิงที่เขากำลังปกป้องอยู่นั้น ไม่ใช่เพียงแค่จิตเทพที่บาดเจ็บ แต่เป็นพันธสัญญาโลหิตที่กำลังจะเปิดเผยความลับที่สั่นคลอนรากฐานของสามโลก
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายเซียนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์เทพผู้สยบลิขิต•ตอนที่ 1
หิมะแดงกลางเขาเซียน
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์เทพผู้สยบลิขิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
