หมากกระดานสุดท้ายของอาลักษณ์ไร้ใจ•ตอนที่ 1

อาลักษณ์ใต้เงาจันทร์

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
หมึกจีนสีชาดหยดลงกระทบเนื้อกระดาษสาเนื้อดี เสียง *‘ติ๋ง’* นั้นดังก้องกังวานในความเงียบงันของหอจดหมายเหตุหลวงราวกับเสียงคำรามของอสุนบาต เซี่ยซีอวิ๋นไม่แม้แต่จะกะพริบตา ปลายพู่กันขนกระต่ายในมือของนางยังคงลากเส้นอักษรต้วนอันเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยความเร็วและแม่นยำ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและฝุ่นผงที่ลอยวนในลำแสงจันทร์สลัวจากช่องหน้าต่างทรงกลม สำหรับผู้อื่น หอจดหมายเหตุยามวิกาลคือสุสานของกาลเวลา แต่สำหรับนางที่นี่คือสมรภูมิรบ—สมรภูมิที่ชัยชนะมิได้ตัดสินด้วยคมดาบ หากแต่ตัดสินด้วยความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารนับหมื่นแผ่น “ใต้เงาจันทร์เช่นนี้ อาลักษณ์เซี่ยยังขยันขันแข็งถึงเพียงนี้เชียวหรือ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่เจือแววเยار์หยันดังขึ้นจากมุมมืดหลังชั้นตำราอักษร ‘เทียน’ ร่างสูงสง่าในชุดเกราะอ่อนสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาสลัว รองเท้าหนังบู้ทกระทบพื้นหินส่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ถูกควบคุมน้ำหนักไว้อย่างดี จางเหิงอวี้—แม่ทัพผู้คุมกฎแห่งกองกำลังพิทักษ์นครหลวง ปรากฏกายขึ้นราวกับภูตพรายที่ก้าวออกมาจากความมืดมิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองนางนิ่งนาน คล้ายกำลังประเมินน้ำหนักของชีวิตนางบนตาชั่งแห่งความยุติธรรมที่เขายึดถือ เซี่ยซีอวิ๋นวางพู่กันลงอย่างช้าๆ นางไม่สะดุ้งสะเทือน ไม่แสดงพิรุธแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากที่ถูกยกขึ้นอย่างระมัดระวัง เป็นรอยยิ้มที่ว่างเปล่าและเย็นชาพอกันกับเขา “ใต้เสนาบดีหรือใต้ฝ่าบาทก็มิได้บัญญัติไว้ว่า หอจดหมายเหตุมีเวลาเปิดปิดสำหรับอาลักษณ์ชั้นผู้น้อยเช่นข้ากระมังเจ้าคะ ท่านแม่ทัพจางเองก็ดูจะมีงานราษฎร์งานหลวงที่ล้นมือ จนต้องมาเดินตรวจตราความเรียบร้อยถึงเขตหวงห้ามเช่นนี้เชียวหรือ” จางเหิงอวี้หยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของนางเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากสนามรบที่เขายังมิได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์โชยเข้าปะทะนาสิกของนาง ชายหนุ่มกวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะที่กระจัดกระจายอย่างเป็นระบบ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเอกสารเหล่านั้นไม่ใช่รายงานประจำวันธรรมดา หากแต่เป็นบันทึกคดีลับของตระกูลขุนนางใหญ่เมื่อสิบปีก่อน “เจ้ากำลังหาอะไรอยู่... เซี่ยซีอวิ๋น” เขาสืบเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กดดันนางด้วยส่วนสูงและรัศมีอำนาจที่กดทับจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง “คดีชำระสะ้างตระกูลเซี่ยสิ้นสุดลงไปนานแล้ว ทุกคนยอมรับสารภาพ ความยุติธรรมได้รับความกระจ่างแล้ว การที่เจ้ายังขุดคุ้ยเอกสารเน่าเฟะเหล่านี้ขึ้นมาอีก มันไม่ใช่ความมุ่งมั่น... แต่มันคือความดื้อรั้นที่กำลังนำพาคอของเจ้าไปพาดอยู่บนแท่นประหาร” เซี่ยซีอวิ๋นเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความเจ็บแค้นที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้สติอันสุขุม นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าเวทนา “ความยุติธรรมงั้นหรือเพคะ?” นางทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ท่านแม่ทัพจางผู้เที่ยงธรรม ท่านเคยใช้สายตาคู่นั้นมองทะลุกรอบกฎระเบียบที่ท่านกอดไว้แน่นหนาหรือไม่ ว่าสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมในราชสำนักนี้ แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงเครื่องมือของสุนัขป่าที่ไว้ใช้ขย้ำเหยื่อที่อ่อนแอกว่า ตระกูลเซี่ยของข้าบริสุทธิ์ บิดาข้าก้มหน้ารับโทษทัณฑ์ที่ไม่ได้ก่อ เพียงเพราะลายมือในฎีกาฉบับนั้น... ลายมือที่ถูกปลอมแปลงขึ้นอย่างแนบเนียน ท่านจะบอกว่านั่นคือความยุติธรรมที่ท่านปกป้องด้วยชีวิตอย่างนั้นหรือ” บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นจนแทบมีประกายไฟแลบแปล๊บ จางเหิงอวี้ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาก้าวเข้ามาประชิดจนโต๊ะไม้ตัวใหญ่กั้นกลางระหว่างเขากับนางไว้เพียงน้อยนิด มือหนาเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มงวดและจริงจังขึ้น “ข้าทำหน้าที่ตามกฎหมาย เซี่ยซีอวิ๋น กฎคือสิ่งที่ค้ำจุนแผ่นดิน หากไร้ซึ่งกฎ บ้านเมืองก็ไม่ต่างอะไรกับแดนมิคสัญที่มีแต่การฆ่าฟัน เจ้าคิดว่ามีเพียงเจ้าคนเดียวหรือที่มีบาดแผลในอดีต? เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าการสะกิดแผลเก่านี้จะทำให้ใครต้องเดือดร้อนบ้าง หยุดเสีย ก่อนที่ข้าจะไม่มีเหตุผลที่จะปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือของคนเบื้องบน” “ข้าไม่เคยต้องการความเมตตาจากท่าน... และยิ่งไม่ต้องการการปกป้องจากผู้ที่ปิดตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เห็นความเน่าเฟะของราชสำนัก!” นางสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว เคมีที่ดึงดูดและผลักไสระหว่างคนทั้งสองพุ่งพล่านราวกับกระแสคลื่นใต้น้ำ พวกเขาเป็นเหมือนเหยี่ยวสองตัวที่บินอยู่บนนภาเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างฉลาด ทันกัน และมีอุดมการณ์ที่พร้อมจะแผดเผาอีกฝ่ายให้เป็นจุล แต่กระนั้น ในห้วงลึกของดวงตาทั้งสองคู่ กลับมีความเข้าใจอันแปลกประหลาดซ่อนอยู่—ความเข้าใจของคนที่ต่างก็โดดเดี่ยวในเส้นทางของตนเอง จางเหิงอวี้ชะงักไปชั่วขณะ ยามที่นางจ้องมองมาด้วยความดื้อรั้นและเปี่ยมด้วยปัญญาเช่นนี้ หัวใจที่ด้านชาจากการสูญเสียและความเข้มงวดของกฎเกณฑ์กลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่สตรีในห้องหอที่รอคอยความเมตตา แต่นางคือหมากตัวสำคัญที่กำลังจะพลิกกระดานทั้งหมดด้วยมือของตนเอง “เจ้าดื้อด้านเกินไปแล้ว...” เขากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว “หากเจ้ายังดึงดันจะหาหลักฐานที่ไม่มีอยู่จริง...” “ใครว่าไม่มีจริงล่ะเพคะ?” เซี่ยซีอวิ๋นตัดบทขึ้นอย่างกะทันหัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก นางไม่ได้ถอยหนีใบหน้าที่โน้มเข้ามาใกล้ หากแต่จงใจเอนตัวเข้าหาเขาเล็กน้อย เพื่อดึงให้เขาเข้ามาติดกับดักที่นางร้อยเรียงไว้ตลอดค่ำคืน นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของนางเลื่อนไปหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้กองฎีกาเก่าคร่ำคร่า มันเป็นกระดาษสาบางๆ ที่มีรอยไหม้เกรียมที่ขอบ และที่สำคัญที่สุด... ลายมือตราประทับลับของสำนักอาลักษณ์หลวงที่ไม่มีใครสามารถปลอมแปลงได้ง่ายๆ จางเหิงอวี้ก้มมองตามปลายนิ้วของนาง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น—มันคือรายชื่อของผู้มีอำนาจที่ร่วมกันสับเปลี่ยนฎีกาเมื่อสิบปีก่อน และหนึ่งในนั้น... มีลายมือชื่อของบุคคลที่เพิ่งเสียชีวิตไปอย่างปริศนาเมื่อสามวันก่อน ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องจดหมายเหตุอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันเป็นความเงียบก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งก็แว่วมาจากทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังหอจดหมายเหตุแห่งนี้ด้วยความเร่งรีบ! จางเหิงอวี้หน้าเปลี่ยนสีในเสี้ยววินาที เขาคว้าข้อมือเรียวของเซี่ยซีอวิ๋นไว้แน่นด้วยพละกำลังดุจคีมเหล็ก ดึงร่างของนางให้หลบเข้าไปหลังชั้นตำราสูงใหญ่ที่มืดทึบอย่างไร้ซุ่มเสียง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดอยู่ข้างใบหูของนางขณะที่เขากระซิบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่แทบจะเป็นคำสั่ง “เงียบ... มีคนมา!” รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนเรียวปากของเซี่ยซีอวิ๋นในความมืด นางไม่ได้ขัดขืนอ้อมแขนที่ทรงพลังของเขาแม้แต่น้อย ดวงตาสุกใสเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้น เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... และใครบางคนกำลังเดินมาตกหลุมพรางที่นางขุดรอไว้พอดี ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในหมากกระดานนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายของอาลักษณ์ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%