อัลกอริทึมวุ่นลุ้นหัวใจ นายเนิร์ดสายฟิสิกส์กับยัยตัวตึงสายโซเชียล•ตอนที่ 6

อย่าหลงเชื่อสารให้ความหวาน

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"ดรณ์! ไอ้น้ำตาลเทียมในกระป๋องเนี่ย ถ้ากินเข้าไปเยอะๆ สมองฉันจะกลายเป็นวุ้นเหมือนที่เพจนั้นเขาปั่นกระแสกันไหม?" ฟ้าใสสะบัดโทรศัพท์หน้าจอแตกพัดลมพึ่บพับใส่หน้าผม พลางยัดเยียดกระป๋องเครื่องดื่มสีสันฉูดฉาดมาตรงหน้า กลิ่นสังเคราะห์ของมันตีจมูกจนผมต้องขยับแว่นสายตาหนีไปทางอื่น "ถามจริงเถอะฟ้าใส เธอเอาเวลาว่างไปนั่งอ่านคอมเมนต์ดราม่าพวกนั้น แทนที่จะอ่านฉลากโภชนาการที่เขาระบุไว้ชัดเจนเนี่ยนะ?" ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามรักษามาดสุภาพบุรุษนักฟิสิกส์เอาไว้ แต่ในใจอยากจะเขกหัวยัยตัวตึงตรงหน้าสักที "ก็มันเป็นคอนเทนต์! ถ้าฉันทำคลิป 'รีวิวสารให้ความหวานอันตราย' ยอดวิวต้องพุ่งกระฉูดแน่ๆ ช่วยเช็กให้หน่อยสิ ว่าเจ้าสารนี่มันเข้าไปทำลายสมองฉันได้ยังไงบ้าง" ผมดึงกระป๋องนั่นมาวางบนโต๊ะไม้ขัดเงา ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ จ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเธอ จนฟ้าใสเริ่มชะงักและกะพริบตาถี่ๆ "ฟังนะคุณอินฟลูฯ ตัวตึง... สมองเราน่ะมันขี้โกงกว่าที่คุณคิดเยอะ สารให้ความหวานหรือพวกน้ำตาลเทียมอย่างแอสปาร์แตมหรือซูคราโลส มันไม่ได้เข้าไปทำลายสมองโดยตรงเหมือนที่คุณไปอ่านเจอมาหรอก แต่มันเข้าไป 'หลอก' ระบบรางวัลของสมองต่างหาก" ผมใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ที่โต๊ะเป็นจังหวะตามการบรรยาย "สมองเรามีวงจรที่เรียกว่า Reward System เวลาเรากินน้ำตาลจริง ร่างกายจะหลั่งโดปามีนออกมาเพราะได้รับพลังงาน แต่พอกินน้ำตาลเทียม... สมองมันจะงงครับ ว่าทำไมรสหวานถึงไม่มีพลังงานตามมา มันเหมือนคุณสั่งอาหารแล้วพนักงานเสิร์ฟเดินมาวางจานเปล่าให้ สุดท้ายสมองคุณก็จะโหยหาของจริงมากขึ้นเรื่อยๆ จนคุมตัวเองไม่อยู่ กลายเป็นวงจรที่เรียกว่า Sweet Addiction ต่างหาก" "หา? คือฉันไม่ได้สมองฝ่อ แต่ฉันแค่กำลังโดนมันปั่นหัวอยู่ว่างั้น?" ฟ้าใสเอียงคอทำหน้ามึนๆ จนผมเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ "ถูกต้องครับ และที่สำคัญ... กระแสที่บอกว่าสารพวกนี้เป็นสารก่อมะเร็งร้ายแรงน่ะ มันคือการตีความงานวิจัยในหนูที่ใช้โดสสูงเกินจริงหลายพันเท่ามนุษย์ ถ้าคุณอยากได้ผลกระทบแบบนั้นจริงๆ คุณคงต้องดื่มเครื่องดื่มนี้รวดเดียวสักสามร้อยกระป๋องต่อวัน ถึงตอนนั้นคุณคงตายเพราะน้ำท่วมปอดหรือภาวะโซเดียมในเลือดต่ำไปก่อนมะเร็งจะถามหานะครับ" ฟ้าใสอ้าปากค้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอขยับตัวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ประจำ "โอ้โห... อธิบายซะเห็นภาพเลยนะเนี่ย ดรณ์จ๋า... ถ้ารู้เยอะขนาดนี้ สนใจมาเป็นที่ปรึกษาประจำตัวให้ฉันเลยไหมล่ะ? เดี๋ยวจะแบ่งส่วนแบ่งโฆษณาให้ ไม่ต้องทำตัวเป็นเนิร์ดสายฟิสิกส์หนีความวุ่นวายหรอก" "ไม่ล่ะครับ ผมชอบความสงบมากกว่า" ผมรีบถอยฉาก แต่สายตาเจ้ากรรมดันไปเห็นข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของฟ้าใสพอดี ข้อความจากไอดีปริศนาที่ผมคุ้นเคยดี มันไม่ใช่ข้อความจากสปอนเซอร์ แต่มันคือรูปถ่ายผมกับเธอในร้านกาแฟเมื่อช่วงเช้านี้... พร้อมกับแคปชั่นว่า *'ดูสิ... ความลับของเนิร์ดฟิสิกส์กำลังถูกเปิดเผย'* มือผมเย็นเฉียบ บรรยากาศอบอุ่นในร้านกาแฟแห่งนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นความกดดันที่ผมอธิบายไม่ได้ "ฟ้าใส... เธอรู้จักคนที่ส่งข้อความมานี่ไหม?" ผมถามเสียงเรียบ พยายามคุมอาการไม่ให้สั่น ฟ้าใสชะงัก เธอคว้าโทรศัพท์ไปดู ก่อนที่ใบหน้าสดใสจะซีดเผือดลงทันที "ดรณ์... คนนี้ไม่ใช่แค่คนติดตามทั่วไปนะ นี่มัน... นี่มันไอดีของคนที่เคยขู่ว่าจะเปิดโปงข้อมูลส่วนตัวฉันเมื่อเดือนก่อนนี่!" ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นพร้อมกันรัวๆ ข้อความส่งตรงถึงผมในแชทส่วนตัวพร้อมไฟล์วิดีโอหนึ่งไฟล์ที่แนบมาด้วย *‘รู้เรื่องฟิสิกส์ดีนี่... งั้นลองอธิบายทฤษฎีความโชคร้ายหน่อยไหมล่ะ ดรณ์?’* วิดีโอเริ่มเล่น... มันเป็นภาพห้องทำงานของผมในมหาวิทยาลัยที่ถูกรื้อค้นจนพินาศ และบนโต๊ะทำงานของผมมีกล่องพัสดุปริศนาวางอยู่ พร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือผมเองว่า 'ของขวัญวันครบรอบ' ทั้งที่ผมไม่เคยเขียนและไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับวันนั้นเลยสักนิด! หัวใจผมเต้นรัวด้วยความสับสน หรือว่า... ปริศนาครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับอดีตที่ผมพยายามลืมมาตลอดชีวิต? ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของดรณ์และฟ้าใสในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมวุ่นลุ้นหัวใจ นายเนิร์ดสายฟิสิกส์กับยัยตัวตึงสายโซเชียล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%