"ถ้าคุณคิดจะใช้มุกคลาสสิกด้วยการอ้างว่า 'ระบบเครือข่ายล่ม' หรือ 'ข้อมูลอยู่ในระหว่างการกู้คืน' เพื่อยื้อเวลาให้ผมรอเก้อล่ะก็... ผมแนะนำให้คุณเก็บเอกสารพวกนั้นกลับใส่กระเป๋า แล้วเดินออกไปจากห้องนี้ซะตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่าครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดอย่างไม่คิดจะปิดบังดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานขนาดกะทัดรัดที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ภีมพล นักสืบหนุ่มเจ้าของสำนักงานสืบสวนเอกชน ‘พิทักษ์ธรรม’ นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองเอกสารในมือด้วยความรู้สึกระอา
เขากำลังเผชิญหน้ากับลูกค้าที่เขาลงความเห็นในใจว่าเป็น 'ตัวปัญหา' ตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบสำนักงานแห่งนี้
"พูดจาได้รื่นหูดีนี่คะ สมกับเป็นนักสืบมือหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและไร้มนุษยสัมพันธ์อันดับต้นๆ ของเมือง"
เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังสวนกลับทันควัน รินรดา ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องที่เปิดค้างไว้ รอยยิ้มที่มุมปากของเธอมิได้ส่งไปถึงดวงตากลมโตคู่นั้นแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านผายมือเชิญ
ภีมพลขมวดคิ้วมุ่น ปลายปากกาในมือหยุดชะงัก เขามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า รินรดาอยู่ในชุดสูทลำลองเข้ารูปสีเทาอ่อน ดูทะมัดทะแมงและฉลาดเป็นกรด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจ เท่ากับความอวดดีที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น ผู้หญิงคนนี้ไม่มีความเกรงกลัวเขาเลยสักนิด... ทั้งที่เธอกำลังมาขอความช่วยเหลือ
"ผมไม่ได้มีเวลาว่างพอจะมาต่อปากต่อคำกับนักเขียนนิยายตกอับที่คิดว่าโลกนี้หมุนรอบตัวเองหรอกนะครับคุณรินรดา" ภีมพลวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง "ข้อมูลที่คุณส่งมาทางอีเมลเมื่อคืน มันคือขยะชิ้นหนึ่งที่ไม่มีน้ำหนักพอจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้เลย ถ้าคุณไม่มีหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผมระบุไว้ในสัญญา เชิญป้ายหน้าครับ"
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
"ถ้าหลักฐานชิ้นนั้นมันหามาได้ง่ายๆ ป่านนี้ฉันคงไม่ต้องมานั่งทนเหม็นหน้าคุณอยู่ในห้องนี้หรอกค่ะคุณภีมพล" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคม "และที่สำคัญ... ฉันไม่ใช่คนตกอับ นิยายของฉันขายดีติดอันดับท็อปของเว็บไซต์ และตอนนี้ฉันกำลังเอาชีวิตของน้องชายตัวเองมาเดิมพันกับความสามารถที่คุณโอ้อวดนักหนา"
บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนแทบจะติดลบ สายตาของคนทั้งคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปลบปลาบ ภีมพลชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า 'เดิมพันด้วยชีวิตน้องชาย' ความทรงจำสีเทาในอดีต ภาพของน้องสาวที่ต้องจบชีวิตลงเพราะความประมาทเลินเล่อของเขาเองผุดวาบขึ้นมาในหัว ราวกับมีใครเอามือมาบีบขั้วหัวใจของเขาให้แน่นขึ้น
แต่ภีมพลเป็นมืออาชีพพอที่จะซ่อนความร้าวรานนั้นไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา เขายืดตัวตรง ประสานมือไว้บนโต๊ะแล้วจ้องเธอกลับด้วยแววตานิ่งสนิท
"น้องชายของคุณ... นายกรณ์ ไปพัวพันกับอะไรมาล่ะครับ ถึงทำให้คนระดับ กวิน ส่งคนตามล่าขนาดนั้น"
ชื่อของ 'กวิน' ทำให้รินรดาชะงักไปเสี้ยววินาที รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของเธอเลือนหายไปแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่ปิดไม่มิด มือบางที่ประสานกันอยู่บนตักเริ่มบีบเข้าหากันแน่นจนข้อ้วนิ้วขาวซีด
"คุณรู้..."
"ผมเป็นนักสืบนะครับ การบ้านแค่นี้ถ้าผมไม่รู้ ผมคงเอาปี๊บคลุมหัวเดินออกจากสำนักงานนานแล้ว" ภีมพลตัดบท น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ยังคงความแข็งกระด้างไว้ตามนิสัย "กวินเป็นพวกนักสะสมงานศิลปะที่ใช้แกลเลอรีบังหน้า แต่เบื้องหลังคือการฟอกเงินรายใหญ่ของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ น้องชายคุณเป็นแค่เด็กฝึกงานบัญชีธรรมดาๆ ไปบังเอิญเห็นบัญชีม้าชุดไหนเข้าล่ะ ถึงได้วิ่งแจ้นเอาไฟล์ข้อมูลสำคัญมาซ่อนไว้ที่คุณ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งทึ่งในความฉลาดเป็นกรดของเขา และหวาดกลัวในความอันตรายของสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญ
"กรณ์ไม่ได้ตั้งใจ..." เสียงของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบ ความเข้มแข็งเมื่อครู่สั่นคลอนลงเล็กน้อย "เด็กคนนั้นแค่กลัว... เขายังเด็กเกินกว่าจะมารับมือกับปีศาจแบบกวิน ฉันมีเวลาเหลืออีกไม่มากก่อนที่พวกมันจะหาตัวกรณ์เจอ หลักฐานชิ้นนั้น... แฟลชไดรฟ์ที่บันทึกเส้นทางการเงินทั้งหมด อยู่ที่นี่"
เธอยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ออกมาวางไว้บนโต๊ะ ภีมพลก้มมองแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทชิ้นนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมัน
"นี่คือลมหายใจสุดท้ายของน้องชายฉัน" รินรดาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย แต่ยังคงพยายามรักษาความมั่น and their own pride ไว้ "และฉันจ้างคุณ... ด้วยเงินเก็บทั้งหมดที่ฉันมี เพื่อพาเราสองคนออกไปจากขุมนรกนี่ให้ได้"
ภีมพลเงียบไป อากาศในห้องราวกับหยุดนิ่ง เขามองผู้หญิงตรงหน้า ปากที่ชอบต่อปากต่อคำ ตอนนี้กลับเม้มแน่นเพื่ออดกลั้นความหวาดกลัวและความเจ็บปวด เธอกำลังแบกรับภาระที่หนักเกินกว่าผู้หญิงตัวคนเดียวจะรับไหว และในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง... แม้ปากเขาจะร้ายกาจแค่ไหน แต่สัญชาตญาณในการปกป้องก็ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
"เงินของคุณ... อาจจะซื้อเวลาของผมได้ไม่นานนักหรอกครับคุณรินรดา" ภีมพลเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังขึ้น "แต่ในเมื่อคุณกล้าเอาตัวเข้ามาแลกขนาดนี้ ผมก็จะรับงานนี้ไว้"
เขายื่นมือไปหยิบแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะมาช้าๆ ปลายนิ้วของเขาบังเอิญสัมผัสโดนปลายนิ้วของรินรดาที่ยังคงแตะอยู่บนวัตถุชิ้นนั้น ความอุ่นจากเรียวปลายนิ้วของเธอส่งผ่านความเย็นเยียบเข้ามาในหัวใจของนักสืบหนุ่ม ทำให้เขาต้องชะงักไปชั่วขณะ รินรดาก็สะดุ้งเล็กน้อยเช่นกัน เธอดึงมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าเนียนสวยขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว
ภีมพลกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อรักษาฟอร์ม
ปัง!
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงกระจกหน้าต่างด้านข้างที่แตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับลำแสงสีแดงจากกระบอกปืนเลเซอร์ที่พาดผ่านแก้วกาแฟบนโต๊ะทำงานตกลงมาทาบทับอยู่บนหน้าอกของรินรดาพอดี!
"หมอบลง!"
ภีมพลไม่รอช้า เขาลุกพรวดจากเก้าอี้ พุ่งตัวข้ามโต๊ะทำงานเข้าไปกระชากร่างของรินรดาลงมาหลบหลังตู้เซฟเหล็กหนาหนักด้วยความเร็วสูง แรงกระแทกทำให้ร่างของทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้นในอ้อมแขนของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยวนอยู่ปลายจมูกท่ามกลางเศษกระจกที่ยังคงร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย
"เกิด... เกิดอะไรขึ้น..." รินรดาหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างมองหน้าเขาในระยะห่างเพียงคืบเดียว
ภีมพลกดศีรษะเธอให้ซุกเข้ากับอกของเขาเพื่อป้องกันกระสุนที่อาจจะทะลุผนังเข้ามาอีกระลอก มืออีกข้างชักปืนพกสั้นออกมาจากซองใต้รักแร้ขึ้นขึ้นลำกล้องอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและเย็นยะเยือกราวกับมัจจุราช
"ดูเหมือนว่า... พวกมันจะมาเร็วกว่าที่เราคิด" ภีมพลกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุบประตูกระจกด้านนอกดังขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องทำงานของพวกเขา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนที่ 1 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความมันส์ที่ทวีคูณยิ่งขึ้นนะครับ!
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลับจับโกหก•ตอนที่ 1
ลูกค้าที่น่ารำคาญที่สุดในโลก
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลับจับโกหก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
