กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของคลังสินค้าเก่าริมท่าเรือเขตสาม ไม่เคยเป็นมิตรกับปอดของใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... กับสารวัตรหนุ่มหัวขบถอย่างศิลา ที่ในเวลานี้กำลังใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือยางเขี่ยชายผ้าใบกันเปื้อนสีมอซอออก เผยให้เห็นรอยสักรูปงูพิษพันกุหลาบสีดำสนิทที่ต้นคอของร่างไร้วิญญาณ ซึ่งนอนแข็งทื่ออยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ
"ตายมาไม่ต่ำกว่าหชั่วโมง... สภาพแบบนี้ไม่ได้อุบัติเหตุแน่ รอยช้ำที่ลำคอชัดเจนว่าถูกรัดด้วยลวดสลิง หรือไม่ก็วัสดุโลหะหน้าแคบที่มีความตึงสูง" ศิลาพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากอนามัย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองรอบบริเวณอย่างพินิจพิจารณา พื้นที่ตรงนี้คือเขตรอยต่อระหว่างท่าเรือพาณิชย์และโกดังเก็บสินค้าปลอดภาษี ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น "เขตอิทธิพล" แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ของเรย์มอนด์ เจ้าพ่อมาเฟียข้ามชาติผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง
การที่ศิลาซึ่งเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบแอบย่องเข้ามาในเขตหวงห้ามยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากรงเสือโดยไม่ถืออาวุธ แต่ความอยากรู้อยากเห็นและปมในใจเรื่องการตายของพ่อที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพลนี้ มันผลักดันให้เขาต้องก้าวข้ามเส้นตายนั่นมา
"กล้าดีนี่ครับสารวัตร... เดินเข้ามาในบ้านคนอื่นยามวิกาลแถมยังถือวิสาสะชันสูตรศพของฝากจากผมอีก"
เสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบหวิว ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังเสาคอนกรีตต้นใหญ่
ศิลาชะงักมือที่กำลังถือไฟฉาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟสลัวจากเพดานโกดังตกกระทบลงบนใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่นัยน์ตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งของเรย์มอนด์ เจ้าของอาณาจักรแห่งนี้
"ของฝากงั้นเหรอครับคุณเรย์มอนด์? ผมนึกว่านี่คือขยะเปียกที่คุณลืมกวาดทิ้งเสียอีก" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ปิดบังความตื่นตระหนกภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองและรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เรย์มอนด์สาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของอีกฝ่ายเงียบเชียบราวกับนักล่าผู้ช่ำชอง กลิ่นอายน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่คิวבהจางๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เรย์มอนด์หยุดยืนห่างจากศิลาเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของตำรวจหนุ่มด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน... เสียดายที่รอยยิ้มอวดดีนั่น มักจะใช้ผิดที่ผิดเวลาเสมอ" เรย์มอนด์เอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าโน้มเข้ามาใกล้จนศิลาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ แต่ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางเหล็กด้านหลังเสียแล้ว
"ถอยไปหน่อยครับคุณเรย์มอนด์ พื้นที่ตรงนี้กว้างตั้งเยอะ ทำไมต้องมาเบียดผมด้วยล่ะครับ หรือว่ากลัวผมจะขโมยศพนี้ไปเป็นหลักฐานมัดตัวคุณกันแน่" ศิลาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ แม้ว่าหัวใจในอกข้างซ้ายจะเต้นแรงผิดจังหวะด้วยสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ความกลัวก็ตาม
เรย์มอนด์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่แทบไม่ถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังทำลายล้างความมั่นใจของศิลาลงได้อย่างราบคาบ มือหนาเอื้อมออกไปแตะที่ปีกหมวกแก๊ปของศิลาอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวปัดเส้นผมที่ชื้นเหงื่อออก1ปอยอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่จงใจยั่วเย้าทำให้ศิลาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"หลักฐานเหรอครับ? สารวัตร... คุณคิดจริงๆ เหรอว่าศพนี้คือหลักฐานที่จะลากคอผมเข้าคุกได้?" เรย์มอนด์กระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนศิลาต้องกัดฟันกรอดด้วยความเคือง "ในเขตนี้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยที่ผมไม่รู้... และไม่มีศพไหน ที่จะนอนอยู่ตรงนี้ได้ถ้าผมไม่อนุญาต"
"หมายความว่าไง..." ศิลาขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกระแวงพุ่งทะยานถึงขีดสุด
แต่ก่อนที่เรย์มอนด์จะได้เอ่ยคำตอบใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเข้าโกดัง พร้อมกับแสงไฟฉายสודสว่างจ้าหลายดวงที่กราดเข้ามาในพื้นที่
"ตำรวจ! ทุกคนอยู่เฉยๆ ห้ามขยับ!" เสียงตะโกนก้องของลูกน้องในสังกัดของศิลา ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
เรย์มอนด์ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับใช้มือข้างหนึ่งรวบเอวบางของศิลาเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนแนบชิด แรงดึงมหาศาลทำให้ศิลาเซถลาปะทะกับแผ่นอกแกร่ง ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันในระยะประชิด
"ปล่อยผมนะไอ้บ้า..." ศิลาพยายามดิ้นรน กระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห
"ถ้าไม่อยากให้ลูกน้องของคุณเห็นสารวัตรหนุ่มอนาคตไกล กำลังยืนกอดกับมาเฟียที่ตัวเองกำลังไล่ล่า... ก็อยู่นิ่งๆ ซะครับคนดี" เรย์มอนด์กระซิบขู่ชิดริมฝีปาก สายตาดุดันแต่พราวระยับด้วยความสนุกสนาน
ในวินาทีที่แสงไฟฉายกวาดมาหยุดตรงซอกเสาที่พวกเขายืนอยู่ เรย์มอนด์ก็ใช้มืออีกข้างดึงสลักนิรภัยของกล่องควบคุมไฟฉุกเฉินบนผนังลงอย่างแม่นยำ
พรึบ!
ทั่วทั้งโกดังตกอยู่ในความมืดสนิททันที ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงตะโกนโกลาหลของตำรวจด้านนอก เรย์มอนด์ก้มลงกระซิบข้างริมฝีปากของคนที่อยู่ในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงที่ทิ้งปมปริศนาอันตรายเอาไว้
"ศพนั้นไม่ใช่ฝีมือผมหรอกครับสารวัตร... แต่มันคือ 'คำเตือน' ที่ส่งถึงผม และ... ส่งถึงคุณด้วยเหมือนกัน ระวังตัวให้ดีเถอะครับ เพราะคนที่ฆ่ามัน... กำลังยืนมองเราอยู่แถวนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลเดือดเชือดปริศนา: เมื่อนายตำรวจหัวขบถต้องปะทะกับมาเฟียข้ามพรมแดน•ตอนที่ 1
ศพในเขตหวงห้าม
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา: เมื่อนายตำรวจหัวขบถต้องปะทะกับมาเฟียข้ามพรมแดน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
