กับข้าวหลังบ้านของเชฟสาวกับนาวาโทผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 1

ลาออกวันนี้ เพื่อหนีไปทำกับข้าว

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
ใบลาออกฉบับภาษาอังกฤษที่พิมพ์ด้วยกระดาษการ์ดเนื้อดีราคาแพงถูกฉีกออกเป็นสองซีก... ไม่สี่ซีก... ก่อนจะร่วงลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในถังขยะทองเหลืองขัดเงาวับวาวของโรงแรมระดับห้าดาวกลางกรุง รินรดาสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด กลิ่นอายของความกดดัน น้ำมันทรัฟเฟิลราคาแพง และความคาดหวังอันน่าคลื่นไส้ของบรรดาหุ้นส่วนตระกูลผู้ดีเก่าที่พยายามจะควบรวมร้านอาหารไทยโบราณของเธอให้กลายเป็น "ฟิวชั่นคาเฟ่โมเดิร์น" เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ มลายหายไปพร้อมกับเสียงสะท้อนของประตูห้องครัวที่เธอกระแทกปิดมันลงด้วยแรงทั้งหมดที่มี ชีวิตการเป็นเชฟมิชลินสตาร์สามปีซ้อนของเธอมันก็แค่กรงทองที่ขังวิญญาณนักปรุงยาไว้กับสูตรอาหารที่ถูกคำนวณต้นทุนกำไรทุกหย่อมหญ้า จนหลงลืมไปว่า "แกงป่า" หม้อแรกที่เธอหัดทำกับยายสมใจหลังบ้านไม้ขัดมันนั้น มีรสชาติของความสุขที่แท้จริงอย่างไร "หนูริน แน่ใจแล้วหรือลูก ทางโน้นมันมีแต่สวนรกๆ กับเรือนไม้เก่าๆ นะ" เสียงโทรศัพท์จากยายสมใจเมื่อคืนยังก้องอยู่ในหู แม้จะเอ่ยด้วยความกังวล แต่ปลายเสียงนั้นซ่อนรอยยิ้มแห่งความยินดีเอาไว้จนมิด "แน่ใจที่สุดค่ะยาย รินเบื่ออาหารที่ต้องกินด้วยตา... รินอยากทำอาหารที่กินด้วยหัวใจบ้างแล้ว" และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เวลานี้ รินรดายืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายดินชื้นและกลิ่นหอมฉุนของใบเตยหลังบ้านสวนในอำเภอเล็กๆ จังหวัดปริมณฑล บ้านไม้สักทองอายุหลายสิบปีที่โอบล้อมด้วยกอไผ่และแปลงผักสวนครัวของยายสมใจ กำลังจะกลายเป็นสนามรบแห่งใหม่ของเชฟสาวผู้ประกาศอิสรภาพจากโลกทุนนิยม กระเป๋าเดินทางใบโตถูกวางไว้ข้างแคร่ไม้ไผ่ รินรดายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ดูไม่เข้ากับความเป็นกุลสตรีชาวสวนเอาเสียเลย แต่ดวงตาคู่คมที่ทอประกายเด็ดเดี่ยวคู่นั้นบอกชัดเจนว่า เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ครืน... เสียงเครื่องยนต์กระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันโตแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้านสวน ฝุ่นดินตลบอบolเล็กน้อยก่อนจะเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงคาร์โก้เซอร์ๆ ผิวสีแทนเข้มจากแดดเลีย ใบหน้าคมคายหนวดเคราครึ้มรับกับดวงตาคมปลาบที่มองตรงมายังเธอ นาวาโทภูผา... อดีตนายทหารเรือผู้สละเครื่องแบบมาจับจั่วมวนกาแฟและทำสวนในบั้นปลายชีวิต สามีหมาดๆ ที่แต่งงานกันแบบเงียบเชียบตามใจผู้ใหญ่เมื่อสามเดือนก่อน โดยที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเคลียร์ภาระหน้าที่ของตนเอง ภูผาก้าวลงจากรถ กวาดสายตามองกระเป๋าเดินทางใบโตและร่างระหงของภรรยาที่ไม่ได้เจอกันร่วมเดือน เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นกาแฟคั่วและกลิ่นดินจางๆ ลอยมาแตะจมูก "นึกว่าคุณหนูไฮโซจะทนอยู่ได้แค่สามวันแล้วบินกลับกรุงเทพฯเสียอีก" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่นิดๆ ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แทบมองไม่เห็น รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตตวัดมองสามีหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้ "อย่าดูถูกเชฟเก่าเชียวค่ะคุณนาวาโท รินอาจจะทำสวนไม่เป็น แต่ถ้าเรื่องในครัว... รับรองว่าคุณจะได้รู้ว่านรกกับสวรรค์ผ่านลิ้นมันต่างกันยังไง" ภูผาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกกว้าง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนรินรดารู้สึกถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหา กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มเนียน "งั้นก็พิสูจน์ให้ดูหน่อยสิครับเมีย... ตั้งแต่แต่งงานกันมา คุณยังไม่เคยทำให้ผมกินสักมื้อ นอกจากส่งรูปอาหารมิชลินมาเยาะเย้ยผมทางไลน์" "คืนนี้แหละค่ะ คุณจะได้รู้ว่ากับข้าวหลังบ้านมันเด็ดจนลืมทางกลับกรุงเทพฯ ยังไง!" รินรดาลอยหน้าลอยตาตอบ แม้หัวใจดวงน้อยจะเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อฝ่ามือหนาเอื้อมมาปัดปอยผมที่ระแก้มให้อย่างเบามือ แต่ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ต่อปากต่อคำกันมากกว่านั้น เสียงท้องของภูผากลับส่งเสียง "โครกคราก" ดังสนั่นแข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบบ้านสวน ภูผานิ่งค้างไปสามวินาที ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างหาได้ยากยิ่ง ส่วนรินรดากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นสวน "อุ๊ยตาย... นาวาโทผู้เกรียงไกร กลัวเมียจนท้องร้องเลยหรือคะเนี่ย?" "หิวครับ ไม่ใช่กลัว" ภูผาแก้ตัวเสียงเข้ม แต่แววตาพราวระยับที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นเขี้ยว "ไหนล่ะครับ เชฟใหญ่ ประเดิมมือแรกให้ผมดูหน่อยซิ มีอะไรพอกินได้บ้างในครัวยาย?" รินรดายักิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มีเลศนัยบางอย่างซ่อนอยู่ เธอหันหลังเดินนำไปยังห้องครัวไทยหลังบ้านที่เปิดโล่งรับลมธรรมชาติ ทว่า... ในขณะที่มือเรียวกำลังจะผลักบานประตูไม้เก่าๆ เข้าไปเพื่อสำรวจวัตถุดิบ กริ๊งงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของภูผาดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าคมคายก็ตึงเครียดขึ้นทันตาเห็น ดวงตาคมกริบหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "เกิดเรื่องแล้วครับริน..." ภูผากล่าวเสียงเครียด "พวกสหกรณ์การเกษตรในอำเภอประกาศตัดราคาเมล็ดกาแฟล็อตนี้ของเรากะทันหัน แถมยังบีบให้เราขายสิทธิ์ในพื้นที่สวนทั้งหมดให้กับนายทุนใหญ่กลุ่มเดียวกับที่คุณเพิ่งลาออกมาเมื่อเช้า!" รินรดานิ่งงั้น รอยยิ้มบนเรียวปากสวยหุบลงฉับพลัน ความโกรธสายหนึ่งพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ นายพวกนั้น... ตามมารังควานเธอถึงนี่เชียวหรือ! ภูผากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมา รินรดาก็ยกมือขึ้นห้าม แววตาของเชฟสาวเปลี่ยนเป็นประกายคมปลาบราวกับเสือสาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็นและท้าทาย "อยากเล่นสงครามประสาทกับเชฟรินสินะคะ..." รินรดากล่าวเสียงหวานหยด แต่แววตากลับเยียบเย็นจนน่ากลัว "ในเมื่อพวกมันอยากลองดี งั้นคืนนี้เรามาเปิดตัว 'น้ำพริกปลาทูสูตรลับ' และ 'แกงคั่วกลิ้งกระดูกหมู' ฝีมือฉัน ให้พวกมันรู้สำนึกกันหน่อยดีกว่า ว่าคนอย่างฉันกับสามี ไม่ใช่เหยื่อที่จะให้ใครมาเคี้ยวเล่น!" พูดจบ รินรดาก็ผลักประตูห้องครัวเปิดออก เผยให้เห็นแสงสีทองประหลาดที่ส่องประกายวาบออกมาจาก 'ตู้กับข้าวโบราณ' ในมุมมืดของห้องครัว... ตู้กับข้าวที่ไม่มีวันพร่องวัตถุดิบ และพร้อมจะพลิกเกมชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ให้สั่นสะเทือนไปทั้งอำเภอ! ...ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดครัวบทแรกไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของเชฟสาวกับนาวาโทผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%