เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 1

จุดเริ่มต้นของหายนะ

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"ถ้าโปรเจกต์นี้พัง... ฉันจะจดจำชื่อคุณไว้ในฐานะ 'ฆาตกร' คนแรกของวงการอินทีเรียค่ะคุณรวิศ" สุ้มเสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่า่ามกลางความเงียบงันระดับที่ได้ยินกระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ประโยคท้าทายนั้นไม่ได้ถูกเปล่งออกมาด้วยอาการสั่นเทา หากแต่ออกมาจากริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงกุหลาบของ มินตรา ดีไซเนอร์อิสระมือฉกาจผู้ยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับพร้อมจะขย้ำคู่สนทนาให้แหลกคอหอย รวิศ สถาปนิกดาวรุ่งเจ้าของโปรเจกต์รีสอร์ทหรูริมผา ชะงักมือที่กำลังหมุนปากกาฟاونเทนเพนราคาแพงบนโต๊ะประชุมตัวยาว เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเย่อหยิ่งและความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่คมคายภายใต้กรอบแว่นสายตาสายตาเฉียบ "ฆาตกรเหรอครับ... เอ่อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันติดปาก" รวิศหยุดชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำสรรพนามผิดเพี้ยนไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาใช้น้ำเสียงเยียบเย็นตามเดิม "ผมว่าคุณควรเปลี่ยนจากมานั่งขู่ผม ไปเช็คสติปัญญาและรสนิยมการออกแบบของตัวเองก่อนจะดีกว่านะคะ ดีไซเนอร์มินตรา เพราะเท่าที่ผมเห็นแบบแปลนที่คุณส่งมาเมื่อคืน มันเหมือนงานโปรเจกต์ของเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งหัดใช้โปรแกรม 3D มากกว่าจะเป็นงานระดับพรีเมียมที่บริษัทเราจ้างมา" บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดังระอุขึ้นมาทันที อุณหภูมิจากแอร์แปรผันตรงข้ามกับบรรยากาศมาคุระหว่างคนทั้งคู่ ดร.อรรถ หัวหน้าโครงการผู้มีศักดิ์เป็นตัวแปรสำคัญที่ลากทั้งสองคนมาปะทะกัน ได้แต่ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้า ตั้งแต่เริ่มประชุมมาได้ยี่สิบนาที โต๊ะประชุมตัวนี้ก็แทบจะกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมๆ ที่เต็มไปด้วยเศษซากอารมณ์กรุ่นโกรธ มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเดือดดาลที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงริ้วคอ เธอยืดตัวตรง ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะประชุมฝั่งตรงข้ามที่รวิศนั่งอยู่ ฝ่ามือเรียวบางตบลงบนพื้นโต๊ะไม้สักทองเสียงดังสนั่น *ปัง!* จนผู้ช่วยสถาปนิกที่นั่งมุมห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว "คุณรวิศ!" มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่เอาแต่ตีสีหน้านิ่งเฉย "กรุณาให้เกียรติผลงานของคนอื่นด้วยค่ะ แบบแปลนชิ้นนั้นฉันใช้เวลาอดหลับอดนอนทำมันสามวันสามคืนเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างบ้าๆ ที่คุณออกแบบไว้ให้มันลงตัวที่สุด! ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเก่งนัก ทำไมไม่ก้มหัวลงมาดูรายละเอียดทีละจุดด้วยตาตัวเองล่ะคะ หรือว่าสายตาอันสูงส่งของคุณมันมองไม่เห็นความพยายามของคนอื่นนอกจากเงาหัวตัวเองกันแน่!" รวิศเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ระยะห่างระหว่างกันเพียงแค่โต๊ะประชุมกั้น ความใกล้ชิดที่กะ습ทันหันทำให้มินตราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษเพศจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังที่ลอยมาแตะจมูก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาทีด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก แต่มันถูกกลบฝังด้วยความถือดีอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะสัมผัสกับไออุ่นจากลมหายใจของหญิงสาว รวิศจ้องมองดวงตาดุดันคู่นั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวนและกวนประสาทในเวลาเดียวกัน "ถ้าผมก้มลงไปดูใกล้ๆ แบบที่คุณต้องการ... คุณคิดเหรอครับว่าจะทนรับความจริงไม่ได้ว่า *งานของคุณมันห่วย* จริงๆ" "คุณ...!" มินตราโกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด กำปั้นเล็กๆ กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ถ้ากฎหมายไม่ห้ามการทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงาน ป่านนี้รอยประทับจากฝ่ามือของเธอคงไปปรากฏอยู่บนหน้าหล่อๆ ของผู้ชายปากเสียคนนี้เรียบร้อยแล้ว "ปากจัดแบบนี้ ชาตินี้จะมีใครเขารักคุณลงบ้างไหมคะเนี่ย หรือต้องรอให้ขึ้นคานทองพร้อมกับตึกที่คุณออกแบบ!" "ปากจัดเฉพาะกับคนบางคนเท่านั้นแหละครับ โดยเฉพาะ... คนที่ชอบทำตัวอวดเก่งแต่ข้างในกลวงเปล่าอย่างคุณ" รวิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเจ็บแสบถึงทรวงใน ดวงตาคมกราบกรานสำรวจเรือนร่างระหงภายใต้ชุดสูทเข้ารูปของหญิงสาวด้วยสายตาที่ทำเอาเธอรู้สึกเหมือนถูกลูบคมทางสายตา "แต่ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องรัก... ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าเป็นคุณมาลองรักดู ผมอาจจะเปลี่ยนใจจากสถาปนิกมาเป็นนักบำบัดคนปากเก่งก็ได้นะ" คำพูดสองแง่สองง่ามพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของรวิศทำเอาห้องประชุมแทบหยุดหายใจ มินตราเสียวสันหลังวาบ เธอยืนนิ่งค้างไปชั่วขณะด้วยความคาดไม่ถึงว่าคนเคร่งขรึมอย่างเขาจะกล้าหยอดคำพูดแทะโลมกลางที่ประชุมเช่นนี้ "คุณมัน..." *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะคารมที่กำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต ร่างโปร่งบางของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ส่งตรงมายังรวิศ "พี่รวิศขา... รวิศอยู่ที่นี่เอง น้องรอนานมากเลยรู้ไหมคะเนี่ย" มินตราหันไปมองผู้มาใหม่ตามสัญชาตญาณ ขณะที่รวิศขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาของมินตรากวาดไปเห็นใบหน้าของผู้หญิงที่เพิ่งเดินเข้ามา หัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม โลกทั้งใบคล้ายจะหมุนควายเคว้งคว้าง เมื่อผู้หญิงคนนั้นหันมาสบตากับเธอพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ปิดไม่มิด... *ชsตาฟ้าลิขิต หรือความวิบัติที่จงใจจัดฉาก* เพราะผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "ศัตรูหัวใจ" คนสำคัญในอดีตที่เธอเกลียดเข้าไส้นั่นเอง! และก่อนที่มินตราจะได้ตั้งตัว รวิศก็เอ่ยประโยคที่ทำให้เธอแทบอยากจะทรุดลงไปกองกับพื้นห้องประชุม "อ๋อ... นี่แฟนผมเองครับ คุณมินตรา... พอดีเรากำลังคุยเรื่องโปรเจกต์กันอยู่ แต่ดูเหมือนคุณจะต้อนรับ 'ว่าที่พี่สะใภ้' ของคุณดีเกินไปหน่อยนะ" *** (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมวงความแซ่บในตอนแรกนี้นะคะ อย่าเพิ่งหนีไปไหนเพราะสงครามประสาทเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ!) — **ไวโอเล็ตการ์เด้น**
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%