หน้าจอคอมพิวเตอร์พ่ายแพ้ให้กับความมืดมิดของห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัด มีเพียงแสงสีฟ้าจากมอนิเตอร์ขนาดสามสิบสองนิ้วที่สาดกระทบใบหน้าซูบเซียวของสถาปนิกสาว ขอบตาดำคล้ำราดด้วยความอ่อนล้าจากการโหมงานติดต่อกันสามสิบหั่วโมงเต็ม พิมพ์รตากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ลำคอของเธอแห้งผากราวกับถูกแผดเผาด้วยทะเลทราย แค่จะขยับปลายนิ้วคลิกเมาส์แก้แบบแปลนห้างสรรพสินค้าคอมเพล็กซ์ให้เจ้าปัญหาอย่างคณิน เธอยังรู้สึกเหมือนร่างจะแหลกสลายเป็นจุล
"ให้ตายสิ... ไอ้ตาสระอูหน้าเลือดนั่น ส่งอีเมลมาจิกกัดอะไรนักหนากลางดึก"
พิมพ์รตาพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงแหบพร่า มือเรียวพยายามเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะ ทว่าปลายนิ้วกลับสั่นเทาจนปัดแก้วเซรามิกหล่นลงมาแตกกระจายบนพื้นห้อง เศษกระเบื้องคมกริบกระจายเกลื่อน แต่เจ้าตัวกลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะก้มลงไปมอง อาการเวียนหัวอย่างหนักจู่โจมเข้าเล่นงานจนร่างบางต้องฟุบหน้าลงแนบกับโต๊ะทำงานอย่างไร้การควบคุม โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง สติสัมปชัญญะค่อยๆ ดับวูบท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักยามวิกาล
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น ทว่าไร้ซึ่งการตอบรับจากคนข้างใน
ปัง!
เสียงถีบประตูไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหวจนกลอนประตูพังกระเด็นหลุดออกจากวงกบ ปรินทร์ก้าวพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพห้องที่รกเรื้อและร่างระหงที่นอนฟุบอยู่กับโต๊ะทำงาน หัวใจของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อวิกฤตการณ์ร้อยล้านกลับกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็พุ่งเข้ามาถึงตัวเธอ ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือหนาสัมผัสเข้าที่หน้าผากมนร้อนผ่าว ปรินทร์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน
"พิมพ์รตา! คุณเป็นบ้าอะไรถึงขนาดนี้ ห๊ะ!"
เสียงทุ้มต่ำเอ็ดตะโรด้วยความตกใจปนความเกรี้ยวกราดที่พยายามกลบเกลื่อนความห่วงใยอันล้นปรี่ ปรินทร์ช้อนร่างบางขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม สัมผัสได้ถึงความเบาหวิวราวกับขนนกของคนที่เอาแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อเอาชนะเขาในโปรเจกต์นี้ เขาวางเธอนอนราบลงบนโซฟาตัวยาวอย่างระมัดระวัง ก่อนจะจัดการถอดสูทและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านบนออกเพื่อให้อากาศถ่ายเท
จังหวะนั้นเอง ระบบประเมินพฤติกรรมในหัวของปรินทร์ก็ทำงานขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: อุณหภูมิร่างกายผู้ป่วย 39.2 องศาเซลเซียส / อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ / ระดับสารอาหารในเลือดต่ำเกินเกณฑ์มาตรฐาน]
[คำแนะนำจากระบบ: หากปล่อยไว้เกิน 2 ชั่วโมง อาจช็อกหมดสติถาวร กรุณาดำเนินการปฐมพยาบาลด่วนที่สุด]
"ไม่ต้องมาสั่ง ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร!" ปรินทร์พึมพำตอบระบบในหัวของตัวเองด้วยความหัวเสีย
เขาผุดลุกขึ้นเดินตรงไปยังครัวขนาดเล็ก เปิดตู้เย็นและตู้เก็บของอย่างคุ้นเคย (เพราะเคยแอบมาสำรวจห้องนี้หลายครั้ง) หยิบหม้อใบเล็กออกมาต้มน้ำ พร้อมกับเปิดถุงโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปและหยิบไข่ไก่สดในตู้เย็นออกมาจัดการปรุงอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะเป็นถึงซีอีโอหมื่นล้านที่ชีวิตนี้มีแต่เชฟมิชลินคอยปรนเปรอ แต่ฝีมือการต้มโจ๊กยามฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตยายตัวแสบปากแจ๋วคนนี้ เขาก็ทำออกมาได้กลิ่นหอมกรุ่นน่ากินไม่เบา
ผ่านไปสิบนาที ปรินทร์เดินกลับมาพร้อมถ้วยโจ๊กอุ่นๆ และชามใส่น้ำกับผ้าขนหนูผืนเล็ก
เขานั่งลงข้างโซฟา วางชามโจ๊กไว้บนโต๊ะเตี้ย ก่อนจะบรรจงใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตามกรอบหน้าลำคอระหงและฝ่ามือเรียวที่ร้อนจัด สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้พิมพ์รตาที่กำลังสะลึมสะลือรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาทีละน้อย เปลือกตาหนักอึ้งกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า
ภาพใบหน้าคมคายของปรินทร์ที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล ปรากฏชัดขึ้นในคลองสายตา
"คุณ... ปรินทร์?" พิมพ์รตาเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน เธอนึกว่าตัวเองกำลังฝันไป "ฉันคงเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ถึงได้เห็นเจ้าหนu้ากากน้ำแข็งมานั่งทำหน้ายักษ์อยู่ในห้องนอนตัวเอง"
"ปากคอระรานไม่เปลี่ยนแม้แต่ตอนไข้ขึ้นสูงสินะคุณพิมพ์รตา" ปรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตาที่มองเธอกลับฉายแววตัดพ้อระคนโล่งอก "ลุกขึ้นมานั่งกินนี่เดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากให้ผมอุ้มกรอกปาก"
"ฉัน... ไม่มีแรง" พิมพ์รตาเบือนหน้าหนีด้วยความดื้อรั้น แม้ร่างกายจะร้าวรานไปหมด แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ เธอยังไม่อยากยอมจำนนให้ผู้ชายคนนี้เห็นมุมที่อ่อนแอที่สุดของตัวเอง "คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไงเนี่ย มันเป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลนะ!"
ปรินทร์ถอนหายใจยาวเหยียดกับความดื้อรั้นที่ไม่รู้จักเวลากล่ำเวลาของเธอ เขาไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยอีกต่อไป มือหนาช้อนประคองร่างบางให้ลุกขึ้นพิงกับอกแกร่งของเขาโดยปริยาย พิมพ์รตาพยายามขัดขืนแต่เรี่ยวแรงที่มีมันน้อยนิดเกินกว่าจะต้านทานแรงดึงดูดจากอ้อมแขนนั้นได้
"อ้าปากครับ" ปรินทร์ตักโจ๊กอุ่นๆ ขึ้นเป่าเบาๆ จนไอความร้อนจางลง แล้วจ่อช้อนมาที่ริมฝีปากแห้งผากของเธอ
"ฉันกินเองได้..."
"ถ้าไม่อ้าปากดีๆ ผมจะป้อนด้วยวิธีอื่นแทน... อยากลองไหมล่ะ ว่าวิธีไหนจะเร็วกว่ากัน" ปรินทร์หรี่ตามองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แฝงความจริงจัง ชนิดที่ทำเอาสถาปนิกสาวถึงกับหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือเพราะคำขู่หน้าไม่อายกันแน่
พิมพ์รตากลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ยอมอ้าปากรับโจ๊กอุ่นๆ รสชาติกลมกล่อมเข้าปากอย่างจำยอม รสสัมผัสอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วท้อง ปลุกพลังชีวิตที่เหือดแห้งให้กลับคืนมาทีละนิด โดยมีสายตาคมกราบของซีอีโอหนุ่มคอยจ้องมองทุกการเคี้ยวอย่างไม่วางตา ราวกับกลัวว่าเธอจะสำลัก
"อร่อยไหม" เขาเอถามเสียงนุ่ม น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิมทำให้หัวใจของพิมพ์รตากระตุกแปลกๆ
"ก็... พอกินได้ ไม่เห็นจะอร่อยเท่าไหร่" ปากแจ๋วๆ ยังคงทำงานสวนทางกับท้องที่ยอมรับโจ๊กจนหมดชามอย่างรวดเร็ว
ปรินทร์วางชามเปล่าลงบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบยาพาราเซตามولและแก้วน้ำยื่นให้เธอจัดการกินตามลงไป ทันทีที่ยาออกฤทธิ์ ความง่วงงุนก็เข้าจู่โจมพิมพ์รตาอีกระลอก ร่างบางทิ้งตัวพิงซบลงกับลาดไหล่กว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าเธอผลอยหลับไปด้วยความเพลีย
ปรินทร์มองคนที่หลับตาพริ้มซบอยู่บนอกของตน มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นบางๆ มือหนายกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างเบามือที่สุด เขากำลังจะขยับตัววางเธอนอนราบลงดีๆ แต่ทว่า...
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้นขัดจังหวะ ปรินทร์หันไปมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืด ชื่อผู้ส่งคือ "คณิน" พร้อมข้อความที่ทำให้ดวงตาคมกรามของซีอีโอหนุ่มลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะในเสี้ยววินาที
[พิมพ์... พรุ่งนี้เช้าส่งแบบแปลนไฟนอลมาให้ผมนะ ถ้าไม่ทัน... ระวังบริษัทสถาปัตยกรรมของคุณจะไม่มีแผ่นดินจะ100]
ปรินทร์หรี่ตาลงอย่างอันตราย มืออีกข้างคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดโทรหาเลขาส่วนตัวทันทีโดยไม่ลังเล
"จัดการซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทไอ้คณินให้หมดภายในคืนนี้... แล้วเตรียมเอกสารฟ้องร้องข้อหาข่มขู่คุกคามทางธุรกิจให้จบก่อนฟ้าสาง!"
เมล่อนโซดาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้คู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า รับรองว่าแผนกวาดล้างศัตรูหัวใจจะเผ็ดร้อนจนสะใจกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
สถาปนิกปากแจ๋วกับคุณชายระบบคุมความประพฤติ•ตอนที่ 9
คะแนนความห่วงใยพุ่งทะลุปรอท
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับคุณชายระบบคุมความประพฤติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!