กลิ่นฟอร์มาลินและไอเย็นจัดจากห้องเก็บศพใต้ดินติดลบสี่องศาเซลเซียส ไม่เคยทำให้สมองของ ดร.อคิราห์ ช้าลงแม้แต่นินทเดียว ร่างไร้วิญญาณบนเตียงสเตนเลสสตีลสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนจนน่าปวดหัว ศพนี้ถูกส่งมาจากกองปราบปรามโดยคำสั่งด่วนที่สุดของสารวัตรภูผา นายตำรวจผู้ขึ้นชื่อเรื่องการเหยียบเบรกไม่เป็นและเกลียดการรอคอยยิ่งกว่าสิ่งใด
"คุณมาช้าไปสามนาที สารวัตร"
อคิราห์เอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากแฟ้มประวัติการชันสูตรเบื้องต้น นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงพลิกกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า เสียงกระดาษพลิกดังแซรกท่ามกลางความเงียบงันราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง
ประตูห้องผ่าตัดเปิดผางพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของสารวัตรภูผาที่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักหน่วง ไอเย็นจากภายนอกลอยวนรอบตัวนายตำรวจหนุ่มผู้มีหยดเหงื่อซึมตามไรผม แม้สภาพอากาศข้างนอกจะหนาวเหน็บจนน้ำค้างแข็งเกาะกระจกก็ตาม ดวงตาคมกริบของภูผาจ้องมองนิติพยาธิแพทย์หนุ่มด้วยความหงุดหงิดระคนทึ่ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ต่อให้ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพเน่าเฟะ ก็ยังคงสง่างามราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ
"รถติดบนสะพานข้ามแม่น้ำครับ หมออคิราห์... และผมคิดว่าคดีนี้มันสำคัญกว่าการตรงต่อเวลาสามนาทีของคุณนะ" ภูผาก้าวเข้าไปใกล้เตียงผ่าตัด รัศมีคุกคามแผ่ออกมาจากตัวนายตำรวจหนุ่มราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ "ผมต้องการคำตอบว่าไอ้เวรนี่เป็นใคร และใครเป็นคนฆ่ามัน ก่อนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะลุกเป็นไฟ"
อคิราห์วางปากกาลงบนถาดเครื่องมือแพทย์อย่างช้าๆ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความเงียบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนายตำรวจรุ่นพี่ ดวงตาสีดำสนิทไร้ซึ่งประกายอารมณ์ใดๆ นอกจากความเย็นชาที่ผ่านการคำนวณมาแล้วทุกองศา
"ความตายไม่เคยรีบร้อนสารวัตร... มีแต่พวกมนุษย์ที่ตื่นตระหนกไปเอง" อคิราห์เดินอ้อมเตียงผ่าตัดมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าภูผา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวภูผาปะทะเข้ากับกลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อบนตัวอคิราห์ กลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและท้าทาย "ศพไร้ชื่อ ไม่มีรอยสัก ไม่มีกระเป๋าเงิน ลายนิ้วมือถูกลบด้วยกรดอย่างประณีต เสื้อผ้าเป็นแบรนด์เนมราคาแพงที่ตัดป้ายออกทั้งหมด... คุณส่งขยะชิ้นนี้มาให้ผม เพราะคุณจนปัญญาใช่ไหมครับ"
ภูผากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาที่ราวกับหลุมดำคู่นั้นของอคิราห์ มือหนากำหมัดเข้าหากันแน่นด้วยความอัดอั้น
"ถ้าผมไม่จนปัญญา ผมคงไม่มาเหยียบห้องผ่าตัดอัปลักษณ์นี่หรอก หมอ" ภูผาเค้นเสียงลอดไรฟัน "พวกมันต้องการส่งสารบางอย่างถึงกรมตำรวจ ศพนี้ถูกทิ้งไว้หน้าประตูบ้านท่านรองผบ.ตร. เมื่อคืนนี้ตอนตีสาม... คุณบอกผมหน่อยสิครับว่าวิทยาศาสตร์เย็นชาของคุณจะช่วยหาตัว 'ท่านเซอร์' คนนั้นเจอได้ยังไง ในเมื่อแม้แต่หน้าตาของมัน เรายังจำแนกแทบไม่ได้"
อคิราห์ไม่สะทกสะท้านต่อคำเย้ยหยัน รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น เป็นรอยยิ้มที่ภูผาเกลียดนักหนาเพราะมันมักจะสื่อว่าเขากำลังทำตัวเป็นเด็กน้อยในสายตาของแพทย์หนุ่ม
"วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกครับสารวัตร... ต่างจากสัญชาตญาณดิบๆ ของคุณ" อคิราห์หันหลังกลับไปหยิบมีดผ่าตัดสเตนเลสขึ้นมาถือไว้ในมือ "เชิญคุณยืนดูเงียบๆ แล้วเปิดสมองที่เต็มไปด้วยอคติของคุณให้กว้างเข้าไว้... เรามาดูกันว่าความลับอะไรที่ศพไร้ชื่อนี้พยายามซ่อนไว้"
ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่เหนือเตียงผ่าตัดถูกเปิดขึ้น แสงสีขาวสว่างจ้าส่องกระทบผิวหนังซีดเซียวของศพ อคิราห์ลงมือกรีดเปิดผิวหนังบริเวณหน้าอกตามแนวขวางด้วยความแม่นยำไร้ที่ติ เสียงคมมีดเฉือนเนื้อเยื่อดังชัดเจนในความเงียบ เลดี้ในความดูแลของเขาคือผืนผ้าใบแห่งความจริงอันมืดหม่น
ภูผายืนกอดอกพิงผนังห้อง สายตาคมกราบกรานสำรวจทุกการเคลื่อนไหวของอคิราห์ เขายอมรับว่าแม้จะหมั่นไส้ความเย่อหยิ่งของหมอนี่แค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายามที่อคิราห์อยู่หน้าโต๊ะผ่าตัด ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์บางอย่างที่สะกดสายตา ลีลาการใช้เครื่องมือราวกับศิลปินกำลังบรรจงสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกบนร่างที่ไร้ลมหายใจ
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน มีเพียงเสียงเครื่องมือกระทบกันและเสียงอธิบายขั้นตอนเบาๆ ของอคิราห์ จนกระทั่งเขาลงลึกถึงอวัยวะภายใน
"หยุดก่อน..." อคิราห์พึมพำกับตัวเอง เสียงเรียบเฉยนั้นเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่เฉียบคมขึ้นจนภูผาต้องขยับตัวเข้ามาใกล้โดยอัตโนมัติ
"เจออะไร?" ภูผาถาม เสียงทุ้มต่ำเจือความกระวนกระวาย
อคิราห์ใช้คีมปลายแหลมคีบบางสิ่งออกมาจากช่องอกบริเวณใต้ลิ้นปี่ ใกล้กับกล้ามเนื้อหัวใจที่หยุดเต้นไปตลอดกาล มันไม่ใช่กระสุนปืน ไม่ใช่รอยแผลจากคมมีด และไม่ใช่ร่องรอยของโรคประจำตัว
แสงไฟสะท้อนวัตถุชิ้นนั้นจนเกิดประกายสีเงินวาววับ
ภูผาขมวดคิ้วมุ่น เพ่งมองสิ่งที่อยู่บนปลายคีมของอคิราห์ด้วยความไม่เข้าใจ มันคือแผ่นโลหะทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กจิ๋ว บางเฉียบ สลักลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนพื้นผิวโลหะแผ่นนั้น มีรอยประทับของสัญลักษณ์รูป 'งูพันคบเพลิง' ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ลับที่หน่วยข่าวกรองสืบสวนตามหามานานนับปี
อคิราห์หันกลับมามองหน้าภูผา ดวงตาคู่นั้นไม่มีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความตระหนักรู้บางอย่างที่สั่นคลอนความสมดุลทั้งหมดของคดีนี้
"ดูเหมือนว่า... ศพไม่มีชื่อคนนี้ จะไม่ใช่เหยื่อฆาตกรรมธรรมดาอย่างที่คุณคิดแล้วล่ะครับสารวัตร" อคิราห์เอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งกรีดผ่านเนื้อเยื่อ "และบางที... คนที่วางแผนฆ่าเขา อาจจะกำลังยืนมองเราอยู่จากที่ไหนสักแห่งในตอนนี้"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้นะครับ
นิติเวชเลือดเย็นกับนายตำรวจเลือดร้อน•ตอนที่ 1
ศพที่ไม่มีชื่อ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเลือดเย็นกับนายตำรวจเลือดร้อน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
