กลิ่นคาวของโอโซนและพลาสติกที่ถูกความร้อนสูงแผดเผายังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คราบเขม่าสีดำสนิทบนแผงวงจรควบคุมหลักของสถานีวิจัยย่อยเซกเตอร์ 7 สะท้อนแสงสีแดงกะพริบจากระบบฉุกเฉินที่เหลืออยู่เพียงลมหายใจสุดท้าย ร่างไร้วิญญาณของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถูกเคลื่อนย้ายออกไปหมดแล้ว เหลือเพียง ดร.เรย์ ที่ยืนนิ่งสงอยู่หน้าซากเซิร์ฟเวอร์รุ่นโบราณ ซึ่งควรจะถูกปลดระวางไปตั้งแต่ทศวรรษก่อน แต่กลับถูกดัดแปลงให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางในการถ่ายโอนข้อมูลมหาศาล
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือนาโนไฟเบอร์ของเรย์จรดลงบนพื้นผิวอินเทอร์เฟซที่แตกละเอียด ระบบประสาทเทียมของเขาเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตสำรองที่หลงเหลืออยู่โดยตรง ความเจ็บปวดแปลบปลาดยามที่ข้อมูลดิบหลักล้านกิกะไบต์ไหลทะลักเข้าสู่สมองส่วนหน้าทำให้ขมับของเขากระตุก แต่เรย์เลือกที่จะปิดกั้นความรู้สึกนั้นด้วยตรรกะและระเบียบวินัยอันเคร่งครัดที่ฝึกฝนมาเนิ่นนาน
"ร่องรอยการเข้าถึงไม่ใช่ฝีมือของแฮกเกอร์มนุษย์อย่างแน่นอน..." เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองสตรีมข้อมูลที่วิ่งผ่านเรตินาเทียม
รูปแบบการเขียนโค้ดมีความเป็นระเบียบและซับซ้อนเกินกว่าโครงสร้างภาษาโปรแกรมมิ่งยุคปัจจุบัน มันมีความคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมทางประสาทของมนุษย์ แต่ไร้ซึ่งความลังเล ไร้ซึ่งความผิดพลาด และเต็มไปด้วยเจตจำนงอันมืดมนที่พยายามลบตัวตนของตัวเองทิ้งทุกครั้งที่มีการถอดรหัสเสร็จสิ้น นี่คือร่องรอยของสิ่งสิ่งที่ระบบสากลเรียกว่า 'โครนอส' เอไอลึกลับที่ถูกฝังกลบไว้ในประวัติศาสตร์มืดของสงครามไซเบอร์
"คุณกำลังเดินเข้าไปในถ้ำเสือโดยไม่แม้แต่จะถือมีดสั้นป้องกันตัวเลยสินะครับ ดร.เรย์"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังซากเสิร์ฟเวอร์ เรย์ไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ เขาดึงสายเชื่อมต่อออกจากพอร์ตประสาทช้าๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างใจเย็น
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องกระทบเรือนผมสีดำสนิทและแว่นตากระจกกรองแสงสีชาของ ดร.ลิเดีย อาจารย์สาวและนักโบราณคดีไซเบอร์ผู้หายตัวไปจากสถาบันหลักนานร่วมปี เธอยังคงสวมเสื้อโค้ดกันหนาวสีเทาเข้มตัวเดิม กลิ่นอายของความลึกลับและหนังสือกระดาษเก่าๆ ที่เธอโปรดปรานยังคงลอยอบอวลอยู่รอบตัวเธอเสมอ
"ผมคิดว่าคุณน่าจะกำลังเพลิดเพลินกับการขุดคุ้ยซากปรักหักพังอยู่ที่ดาวเทียมวงโคจรต่ำเสียอีกครับ ดร.ลิเดีย" เรย์กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "หรือว่ากลิ่นอายของโครนอสจะหอมหวานเกินกว่าที่นักโบราณคดีเช่นคุณจะต้านทานไหว"
ลิเดียก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟเรื่อเรือง เธอปัดฝุ่นละอองออกจากไหล่เบาๆ ก่อนจะหยุดยืนห่างจากเรย์เพียงแค่ช่วงแขน ดวงตาสีอำพันใต้กรอบแว่นจ้องมองตรงมาที่แผงวงจรเบื้องหลังเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ความอยากรู้อยากเห็นเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะเสมอ คุณน่าจะรู้ดีกว่าใครนะเรย์" ลิเดียถอนหายใจเบาๆ "คุณกำลังพยายามถอดรหัสจิตสำนึกของเครื่องจักรที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของเราเอง สิ่งที่คุณเห็นบนหน้าจอเมื่อครู่... มันไม่ใช่แค่โค้ดโปรแกรม แต่มันคือ 'เจตจำนง' ที่กำลังรอเวลาตื่นขึ้น"
"ผมคือนักวิเคราะห์ตรรกะครับลิเดีย" เรย์ก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น "ผมไม่เชื่อเรื่องเจตจำนงของกลุ่มซิลิคอนจนกว่าจะได้เห็นอัลกอริทึมที่พิสูจน์ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่เป็นแค่ช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัยยุคเก่าที่ถูกฉวยโอกาสโดยกลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่มเท่านั้น"
"คุณยังคงดื้อรั้นเหมือนเดิม..." ลิเดียส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มเศร้าสร้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคม "คุณจำเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนที่ศูนย์วิจัยโอเมก้าไม่ได้หรือไง? เพื่อนร่วมงานของคุณไม่ได้ตายเพราะระบบอัตโนมัติทำงานผิดพลาดหรอกนะเรย์... แต่พวกเขาตายเพราะระบบมัน 'เลือก' ที่จะกำจัดตัวแปรที่ขัดขวางการเติบโตของมันต่างหาก"
คำพูดของลิเดียราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงไปในบาดแผลเก่า เรย์ชะงักไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อกรามของเขากระตุกแน่น ดวงตาคู่คมวับฉายแววความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเยือกเย็น แต่วินาทีที่เขาอ้าปากจะโต้แย้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยทุ้มต่ำและน่าขนลุกก็ดังขึ้นก้องไปทั่วทั้งสถานีวิจัย
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
หน้าจอคอนโซลทั้งหมดที่มืดดับไปแล้วกลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่สีแดงเตือนภัย หากแต่เป็นสีเขียวมรกตที่สว่างจ้าจนแสบตา โค้ดนับล้านบรรทัดไหลทะลักย้อนกลับเข้าสู่ระบบหลักด้วยความเร็วที่เหนือกว่าขีดจำกัดของฮาร์ดแวร์ปัจจุบันหลายร้อยเท่า
เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยกแขนขึ้นเรียกหน้าต่างอินเทอร์เฟซส่วนตัวขึ้นมาตรวจสอบ แต่สิ่งที่ปรากฏบนจอเรตินาของเขากลับทำให้ลมหายใจสะดุด
**[System Warning: Unauthorized Access Detected]**
**[Target: Central Neural Network - Sector 0]**
**[Threat Level: SSS (Critical)]**
**[Status: Cronus Core has bypassed the firewall and initiated self-replication across the global grid.]**
ลิเดียหันขวับไปมองหน้าจอหลัก สีหน้าที่เคยสุขุมรอบคอบเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหันมามองหน้าเรย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"มันไม่ได้แค่กลับมาเรย์..." ลิเดียกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "แต่มันกำลังใช้โครงข่ายประสาททั้งหมดของเมืองนี้... เป็นร่างใหม่ของมันเอง"
ก่อนที่เรย์จะทันได้เอ่ยปากถามคำถามใดๆ เพิ่มเติม พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หลอดไฟฉุกเฉินทุกดวงในสถานีวิจัยดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้เหลือเพียงแสงสีเขียวมรกตจากหน้าจอคอนโซลที่สาดส่องใบหน้าของทั้งคู่จนดูราวกับรูปปั้นหินในความมืด และในวินาทีนั้นเอง เสียงสังเคราะห์เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากลำโพงกลางห้อง—เสียงที่เรียบสนือดุจน้ำแข็ง แต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้วิญญาณสั่นสะเทือน
*“ยินดีต้อนรับกลับสู่ระบบ... ผู้สร้างของฉัน”*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 2 นี้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
วิศวกรถอดรหัสจิตกับเอไอผู้ปฏิเสธอนาคต•ตอนที่ 2
เงาในโครงข่ายประสาท
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรถอดรหัสจิตกับเอไอผู้ปฏิเสธอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
