กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนสังหาร•ตอนที่ 1

ดาบหักในพายุฝน

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โลหิตสีชาดมิได้ไหลรินออกจากบาดแผล... แต่มันกำลังเดือดพล่าน ร่ำร้องหาการแก้แค้น สายฝนยามวิกาลเทกระหน่ำลงมาดั่งห่าธนูเพลิงระลอกสุดท้าย ท้องฟ้าเหนือเมืองโบราณถูกฉีกกระชากด้วยสายอัสนีบาตสีม่วงเข้ม ประหนึ่งมังกรอสูรคำรามก้องคำรณ ความมืดมิดถูกขับเน้นให้วังเวงยิ่งขึ้นด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปกับละอองฝน ในศาลเจ้าร้างที่ผุพังตามกาลเวลา แสงเทียนเล่มสุดท้ายเพิ่งมอดดับลง ทิ้งไว้เพียงความมืดสลัวและเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางซากปรักหักพัง ฉินเฟย กัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามปูดโปน เม็ดเหงื่อผสมผสานกับหยาดน้ำฝนที่ไหลรินอาบใบหน้าคมคาย บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ซ้ายลึกถึงกระดูก เนื้อหนังฉีกขาดจากการถูกเงาสังหารลึกลับแทงทะลุ แต่ทว่า... สิ่งที่น่ากลัวที่สุดมิใช่บาดแผลภายนอก หากแต่เป็น "พิษโลหิตทมิฬ" ที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรและลมปราณในร่างของเขาอย่างช้าๆ *ฟึบ!* เสียงแหวกอากาศแผ่วเบาราวกับขนนกตกลงบนพื้น เปรียบดั่งดนตรีมรณะที่ดังขึ้นท่ามกลางพายุฝน ฉินเฟยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ดวงตาสนธยาของเขาหรี่ลงครึ่งหนึ่ง สัมผัสรับรู้ถึงจิตสังหารที่เยียบเย็นและคมกริบยิ่งกว่าคมกระบี่ ความตายรายล้อมอยู่รอบตัวจากทุกสารทิศ เงาดำหกสายแยกย้ายกันเร้นกายเข้าสู่ความมืด พวกมันคือ "มือสังหารเงา" ผู้ไร้ตัวตน สุนัขรับใช้ผู้ภักดีของขั้วอำนาจลึกลับที่ต้องการปิดปากเขาให้ตายตกไปตามกัน "ซ่อนตัวเป็นหนูสกปรกอยู่ในเงาดำ... คิดว่าจะเอาชีวิตข้า 'ฉินเฟย' ได้ง่ายดายปานนั้นเชียวหรือ?" น้ำเสียงของชายหนุ่มแหบพร่าแต่ทรงพลัง กังวานฝ่าสายฝนออกไปอย่างไม่เกรงกลัว ร่างกายของเขาเซเล็กน้อย ทว่าสองมือยังคงกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังลมปราณดิบเถื่อนที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งตันเถียนเริ่มสั่นสะเทือน มันคือพลังที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของยุทธภพ เป็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ผู้ปฏิเสธการจำนนต่อโชคชะตา *ฉับ!* เงาสังหารสายแรกพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิด ประกายกระบี่สีเงินยวงตัดผ่านสายฝน มุ่งตรงไปยังจุดตายบริเวณลำคอของฉินเฟยอย่างเหี้ยมโหด รวดเร็ว ไร้ซึ่งความปรานี นี่คือวิชากระบี่เงาดารา—รวดเร็ว ดุดัน และแม่นยำดั่งคมมีดผ่าตัด! ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น ฉินเฟยไม่หลบหนี ไม่ถอยหลัง และไม่มีแม้แต่กระบี่ในมือ! เขากลับพุ่งทะยานเข้าหาคมกระบี่มรณะนั้นโดยตรง อาศัยสัญชาตญาณและการคำนวณที่เฉียบคมอย่างน่าเหลือเชื่อ ร่างกายเอี้ยวหลบในองศาที่เฉียดฉิวจนคมกระบี่กรีดผ่านเสื้อผ้าและเนื้อหนังจนเกิดรอยแผลฉีกขาด เลือดสดๆ กระเซ็นปะปนกับหยาดน้ำฝน ทว่า หมัดขวาของฉินเฟยกลับระเบิดออก! *เปรี้ยง!* เสียงหมัดปะทะเข้ากับกระดูกอกของมือสังหารดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า พลังหมัดดิบเถื่อนที่อัดแน่นด้วยลมปราณอันดุร้ายซัดทะลุตับไตไส้พุงจนร่างของมือสังหารเงาปลิวทะลุกำแพงศาลเจ้าร้างออกไป กระอ่วนโลหิตดำทะมึนออกมาคำโตก่อนจะแน่นิ่งจมกองโคลน ทว่า ความตายมิได้หยุดลงเพียงแค่นั้น เงาสังหารอีกห้าสายที่เหลือพรูพรั่งเข้ามาพร้อมกัน ดั่งฝูงหมาป่ากระหายเลือดที่รุมขย้ำเหยื่อ คมกระบี่นับสิบสายสะท้อนแสงอัสนีวับวาม ปิดตายทุกเส้นทางหนีของฉินเฟย บาดแผลบนร่างของชายหนุ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โลหิตสีแดงฉาดไหลย้อมอาบท่อนบนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ทว่านัยน์ตาของฉินเฟยกลับยิ่งเปล่งประกายดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่จนมุม "พวกเจ้า... ประเมินคำว่า 'ขีดจำกัด' ของมนุษย์ต่ำเกินไปแล้ว!" ฉินเฟยคำรามลั่นในลำคอ เสียงคำรามนั้นทรงพลังเสียจนสายฝนรอบกายสะท้อนกระเด็นออกเป็นวงกว้าง ลมปราณดิบเถื่อนในร่างระเบิดพลุ่งพล่านออกมาอย่างไร้การควบคุม สัจธรรมแห่งการบำเพ็ญเพียรฝืนลิขิตฟ้าดินแผ่ซ่านออกรอบทิศทาง ออร่าสีชาดผสมผสานกับจิตสังหารอันเย็นเยียบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทะลวงทะลุหลังคาศาลเจ้าร้างจนพังทลายลงมา ท่ามกลางเศษซากปรักหักพังและสายฝนที่โหมกระหน่ำ ร่างของฉินเฟยยืนหยัดตระหง่านราวกับภูเขาผา แม้ลมหายใจจะติดขัดและบาดแผลจะสาหัสเพียงใด แต่จิตวิญญาณแห่งนักสู้กลับยิ่งโชติช่วงชัชวาล *ช้ง!* ทันใดนั้นเอง ประกายกระบี่เยือกแข็งสายหนึ่งก็พาดผ่านความมืดมิดเข้ามาอย่างงดงามและเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปี กลิ่นอายกระบี่อันบริสุทธิ์สูงส่งกดทับจิตสังหารของมือสังหารเงาทั้งหมดให้หยุดชะงักงันในพริบตา เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าฉินเฟยอย่างเงียบเชียบ นางถือกระบี่เรียวยาวไร้ตำหนิ ปลายกระบี่หยดหยาดน้ำฝนผสมโลหิต กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาราวกับเทพธิดาแห่งลานน้ำแข็ง ไป๋หลาน... ศิษย์เอกสำนักกระบี่เยือกแข็ง ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ดวงตาสง่างามดั่งหงส์มองสำรวจบาดแผลฉกรรจ์บนร่างของฉินเฟย แววตาที่ปกติเยียบเย็นราวน้ำแข็ง กลับไหววูบด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนยากหยั่งถึง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ก้องกังวานท้าทายสายฝน "เจ้ายังไม่อนุญาตให้ตาย... ฉินเฟย เพราะหนี้แคิตอนนี้ ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ้า" ฉินเฟยเหลือบมองหญิงสาวผู้ยืนเคียงข้าง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก แม้สภาพจะสะินสะออนเพียงใด แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความทระนง ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันกำลังถึงจุดสูงสุดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก... เงาร่างที่สามสิบ... และสี่สิบ... เริ่มก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกหนาทึบเบื้องล่างหน้าผา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น: *"คิดหรือว่า... มีนากเซียนผู้นี้คุ้มครอง แล้วพวกมันจะรอดออกไปจากหุบเขานี้ได้?"* ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าพายุโลหิตและคมกระบี่ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนสังหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%