โลหิตสีชาดมิได้ไหลรินออกจากบาดแผล... แต่มันกำลังเดือดพล่าน ร่ำร้องหาการแก้แค้น
สายฝนยามวิกาลเทกระหน่ำลงมาดั่งห่าธนูเพลิงระลอกสุดท้าย ท้องฟ้าเหนือเมืองโบราณถูกฉีกกระชากด้วยสายอัสนีบาตสีม่วงเข้ม ประหนึ่งมังกรอสูรคำรามก้องคำรณ ความมืดมิดถูกขับเน้นให้วังเวงยิ่งขึ้นด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปกับละอองฝน
ในศาลเจ้าร้างที่ผุพังตามกาลเวลา แสงเทียนเล่มสุดท้ายเพิ่งมอดดับลง ทิ้งไว้เพียงความมืดสลัวและเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางซากปรักหักพัง
ฉินเฟย กัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามปูดโปน เม็ดเหงื่อผสมผสานกับหยาดน้ำฝนที่ไหลรินอาบใบหน้าคมคาย บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ซ้ายลึกถึงกระดูก เนื้อหนังฉีกขาดจากการถูกเงาสังหารลึกลับแทงทะลุ แต่ทว่า... สิ่งที่น่ากลัวที่สุดมิใช่บาดแผลภายนอก หากแต่เป็น "พิษโลหิตทมิฬ" ที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรและลมปราณในร่างของเขาอย่างช้าๆ
*ฟึบ!*
เสียงแหวกอากาศแผ่วเบาราวกับขนนกตกลงบนพื้น เปรียบดั่งดนตรีมรณะที่ดังขึ้นท่ามกลางพายุฝน
ฉินเฟยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ดวงตาสนธยาของเขาหรี่ลงครึ่งหนึ่ง สัมผัสรับรู้ถึงจิตสังหารที่เยียบเย็นและคมกริบยิ่งกว่าคมกระบี่ ความตายรายล้อมอยู่รอบตัวจากทุกสารทิศ เงาดำหกสายแยกย้ายกันเร้นกายเข้าสู่ความมืด พวกมันคือ "มือสังหารเงา" ผู้ไร้ตัวตน สุนัขรับใช้ผู้ภักดีของขั้วอำนาจลึกลับที่ต้องการปิดปากเขาให้ตายตกไปตามกัน
"ซ่อนตัวเป็นหนูสกปรกอยู่ในเงาดำ... คิดว่าจะเอาชีวิตข้า 'ฉินเฟย' ได้ง่ายดายปานนั้นเชียวหรือ?"
น้ำเสียงของชายหนุ่มแหบพร่าแต่ทรงพลัง กังวานฝ่าสายฝนออกไปอย่างไม่เกรงกลัว ร่างกายของเขาเซเล็กน้อย ทว่าสองมือยังคงกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังลมปราณดิบเถื่อนที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งตันเถียนเริ่มสั่นสะเทือน มันคือพลังที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของยุทธภพ เป็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ผู้ปฏิเสธการจำนนต่อโชคชะตา
*ฉับ!*
เงาสังหารสายแรกพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิด ประกายกระบี่สีเงินยวงตัดผ่านสายฝน มุ่งตรงไปยังจุดตายบริเวณลำคอของฉินเฟยอย่างเหี้ยมโหด รวดเร็ว ไร้ซึ่งความปรานี
นี่คือวิชากระบี่เงาดารา—รวดเร็ว ดุดัน และแม่นยำดั่งคมมีดผ่าตัด!
ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น ฉินเฟยไม่หลบหนี ไม่ถอยหลัง และไม่มีแม้แต่กระบี่ในมือ! เขากลับพุ่งทะยานเข้าหาคมกระบี่มรณะนั้นโดยตรง อาศัยสัญชาตญาณและการคำนวณที่เฉียบคมอย่างน่าเหลือเชื่อ ร่างกายเอี้ยวหลบในองศาที่เฉียดฉิวจนคมกระบี่กรีดผ่านเสื้อผ้าและเนื้อหนังจนเกิดรอยแผลฉีกขาด เลือดสดๆ กระเซ็นปะปนกับหยาดน้ำฝน
ทว่า หมัดขวาของฉินเฟยกลับระเบิดออก!
*เปรี้ยง!*
เสียงหมัดปะทะเข้ากับกระดูกอกของมือสังหารดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า พลังหมัดดิบเถื่อนที่อัดแน่นด้วยลมปราณอันดุร้ายซัดทะลุตับไตไส้พุงจนร่างของมือสังหารเงาปลิวทะลุกำแพงศาลเจ้าร้างออกไป กระอ่วนโลหิตดำทะมึนออกมาคำโตก่อนจะแน่นิ่งจมกองโคลน
ทว่า ความตายมิได้หยุดลงเพียงแค่นั้น
เงาสังหารอีกห้าสายที่เหลือพรูพรั่งเข้ามาพร้อมกัน ดั่งฝูงหมาป่ากระหายเลือดที่รุมขย้ำเหยื่อ คมกระบี่นับสิบสายสะท้อนแสงอัสนีวับวาม ปิดตายทุกเส้นทางหนีของฉินเฟย บาดแผลบนร่างของชายหนุ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โลหิตสีแดงฉาดไหลย้อมอาบท่อนบนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ทว่านัยน์ตาของฉินเฟยกลับยิ่งเปล่งประกายดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่จนมุม
"พวกเจ้า... ประเมินคำว่า 'ขีดจำกัด' ของมนุษย์ต่ำเกินไปแล้ว!"
ฉินเฟยคำรามลั่นในลำคอ เสียงคำรามนั้นทรงพลังเสียจนสายฝนรอบกายสะท้อนกระเด็นออกเป็นวงกว้าง ลมปราณดิบเถื่อนในร่างระเบิดพลุ่งพล่านออกมาอย่างไร้การควบคุม สัจธรรมแห่งการบำเพ็ญเพียรฝืนลิขิตฟ้าดินแผ่ซ่านออกรอบทิศทาง ออร่าสีชาดผสมผสานกับจิตสังหารอันเย็นเยียบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทะลวงทะลุหลังคาศาลเจ้าร้างจนพังทลายลงมา
ท่ามกลางเศษซากปรักหักพังและสายฝนที่โหมกระหน่ำ ร่างของฉินเฟยยืนหยัดตระหง่านราวกับภูเขาผา แม้ลมหายใจจะติดขัดและบาดแผลจะสาหัสเพียงใด แต่จิตวิญญาณแห่งนักสู้กลับยิ่งโชติช่วงชัชวาล
*ช้ง!*
ทันใดนั้นเอง ประกายกระบี่เยือกแข็งสายหนึ่งก็พาดผ่านความมืดมิดเข้ามาอย่างงดงามและเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปี กลิ่นอายกระบี่อันบริสุทธิ์สูงส่งกดทับจิตสังหารของมือสังหารเงาทั้งหมดให้หยุดชะงักงันในพริบตา
เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าฉินเฟยอย่างเงียบเชียบ นางถือกระบี่เรียวยาวไร้ตำหนิ ปลายกระบี่หยดหยาดน้ำฝนผสมโลหิต กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาราวกับเทพธิดาแห่งลานน้ำแข็ง
ไป๋หลาน... ศิษย์เอกสำนักกระบี่เยือกแข็ง ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
ดวงตาสง่างามดั่งหงส์มองสำรวจบาดแผลฉกรรจ์บนร่างของฉินเฟย แววตาที่ปกติเยียบเย็นราวน้ำแข็ง กลับไหววูบด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนยากหยั่งถึง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ก้องกังวานท้าทายสายฝน
"เจ้ายังไม่อนุญาตให้ตาย... ฉินเฟย เพราะหนี้แคิตอนนี้ ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ้า"
ฉินเฟยเหลือบมองหญิงสาวผู้ยืนเคียงข้าง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก แม้สภาพจะสะินสะออนเพียงใด แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความทระนง
ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันกำลังถึงจุดสูงสุดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก...
เงาร่างที่สามสิบ... และสี่สิบ... เริ่มก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกหนาทึบเบื้องล่างหน้าผา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น: *"คิดหรือว่า... มีนากเซียนผู้นี้คุ้มครอง แล้วพวกมันจะรอดออกไปจากหุบเขานี้ได้?"*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าพายุโลหิตและคมกระบี่ไปด้วยกันนะครับ!
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนสังหาร•ตอนที่ 1
ดาบหักในพายุฝน
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนสังหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
