"ถ้าพวกคุณยังไม่ออกไปจากบ้านหลังนี้ภายในสามวินาทีนี้ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ!"
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหละ เยียบเย็นและเฉียบคมเสียจนผู้ใหญ่บ้านตระกูลหลินและป้าสะใภ้ผู้กำลังยืนเท้าสะเอวแผดเสียงโวยวายถึงกับสะดุ้งโหยงโดยอัตโนมัติ
หลินเฟยหรี่ตามองสองสามีภรรยาที่กำลังยืนขวางประตูเรือนหลังน้อยด้วยความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะอาการป่วยไข้ตามสังขารเดิมของร่างนี้ แต่มันเป็นเพราะความทรงจำที่เพิ่งไหลทะลักเข้ามาในสมองต่างหาก! เธอนักปรุงเครื่องเทศระดับปรมาจารย์แห่งศตวรรษที่ 21 ที่กำลังตรวจสอบคลังสมุนไพรหายากในมิติลับ จู่ๆ ก็เกิดระเบิดขึ้นแล้วส่งวิญญาณเธอให้ข้ามเวลามาติดอยู่ในร่างของ "หลินเฟย" ภรรยาหมาดๆ ของทหารผ่านศึกพิการในยุค 1970 ที่กำลังถูกคนตระกูลเดิมรีดไถและบีบบังคับให้เซ็นสัญญาขับไล่ออกจากบ้านเกิดเพื่อฮุบที่ดินทำกิน
"นังตัวดี! แกกล้าด่าผู้ใหญ่เรอะ!" ป้าสะใภ้จ้าวแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ใบหน้าอวบอ้วนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางถลึงตาใส่หญิงสาวที่เพิ่งฟื้นไข้ด้วยท่าทีไร้ความยำเกรง "พี่ชายแกตายไปแล้ว พ่อแม่แกก็ทิ้งหนี้สินไว้ให้ตระกูลหลินต้องตามเช็ดตามล้าง ทรัพย์สินในบ้านนี้รวมถึงเบี้ยเลี้ยงพิการของไอ้เป๋จางหยวน สมควรตกเป็นของน้องชายแกเพื่อเอาไปใช้แต่งงาน ไม่ใช่เอามาเลี้ยงดูคนไร้ค่าอย่างพวกแกสองคน!"
หลินเฟยแค่นยิ้มออกมาเบาๆ รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนน่าขนลุก
ในโลกเก่า เธอคือนักปรุงเครื่องเทศผู้ควบคุมห่วงโซ่อาหารและสมุนไพรราคาแพงลิบลิ่ว ผ่านการเจรจาธุรกิจกับพวกหน้าเลือดมานักต่อนัก คนเหล่านี้คิดว่าเธอเป็นลูกไก่ในกำมือที่บีบก็ตายคลายก็รอดกระนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี
"ทรัพย์สินอะไรคะ? เบี้ยเลี้ยงอะไรกัน?" หลินเฟยค่อยๆ ก้าวเท้าลงจากเตียงไม้เก่าๆ ฝีเท้าของนางแม้จะยังไร้เรี่ยวแรงเล็กน้อย แต่แววตากลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งลับจนขึ้นเงา "สัญญาแบ่งแยกครอบครัวที่ท่านปู่ทำไว้ก่อนตายระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เรือนหลังนี้และที่ดินแปลงนี้เป็นสิทธิ์ขาดของฉันกับหยวนหยวน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลหลินอีก ส่วนหนี้สินที่ท่านพูดถึง... ฉันจำได้ว่าพ่อแม่ฉันจ่ายคืนพวกท่านจนหมดตั้งแต่สามปีก่อนแล้วกระมัง หรือว่าสมองของป้าสะใภ้จะเริ่มเสื่อมถอยตามอายุ ถึงได้จำตัวเลขสลับสับเปลี่ยนได้ตามอำเภอใจเช่นนี้?"
"แก... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้จ้าวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความจุกอก นางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบสั่งสอนสักฉาดใหญ่เพื่อกู้หน้า
ทว่า... มืออวบหนานั้นยังไม่ทันได้สัมผัสโดนปลายผมของหลินเฟยด้วยซ้ำ ประตูเรือนด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
จางหยวนก้าวเข้ามาในห้องด้วยร่างสูงใหญ่ที่แม้ขาข้างหนึ่งจะเดินกะเผลกเล็กน้อย แต่รัศมีกดดันรอบตัวกลับแผ่ซ่านออกมาจนคนทั้งห้องต้องกลั้นหายใจ เขาไม่ได้เอ่ยคำรามหรือตะคอกแม้แต่ครึ่งคำ ทว่าดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์คู่นั้นกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสองคนด้วยสายตาที่พร้อมจะเด็ดหัวใครก็ตามที่กล้าแตะต้องภรรยาของตน
ผู้ใหญ่บ้านตระกูลหลินที่ยืนเงียบมานานรีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความกดดันจากชายหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชนนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนหน้าเลือดอย่างพวกเขาจะรับมือได้ง่ายๆ
"ภรรยาฉันบอกให้พวกคุณออกไป" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจคน "ถ้ายังไม่ออกไปอีก... อย่าหาว่าฉันใช้กฎของกองทัพมาจัดการกับพวกบุกรุกยามวิกาล"
ป้าสะใภ้จ้าวหน้าซีดเผือด นางรู้ดีว่าจางหยวนคนนี้ต่อให้ขาพิการ แต่ฝีมือการต่อสู้ในอดีตนั้นขึ้นชื่อลือนามเพียงใด นางจึงทำได้เพียงฮึดฮัดสะบัดหน้าแล้วดึงแขนผู้ใหญ่บ้านให้ถอยร่นออกไป พร้อมกับตะโกนอาฆาตทิ้งท้าย "จำไว้พะยะค่ะ/นังพวกอกตัญญู! อย่าหวังว่าจะมีความสุขในหมู่บ้านนี้อีกเลย!"
เมื่อร่างของสองคนนั้นลับตาไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมเรือนหลังน้อยอีกครั้ง
หลินเฟยถอนหายใจยาวเหยียด นางหันกลับมามองสามีหนุ่มผู้ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างกาย แววตาที่เขามองเธอนั้นไม่มีคำถาม ไม่มีร่องรอยของการซักไซ้ไล่เลียงว่าเหตุใดภรรยาผู้อ่อนแอคนเดิมจึงกลายเป็นคนฝีปากกล้าเช่นนี้ มีเพียงความห่วงใยและความกังวลที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น
"มือคุณ... ไปโดนอะไรมาคะ?" หลินเฟยเอ่ยถามเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นรอยแผลถลอกที่หลังมือหนาของเขา
"ไปช่วยลากไม้ซุงที่ท้ายหมู่บ้านมาให้ เพื่อจะเอามาทำชั้นวางของให้คุณ" จางหยวนตอบสั้นๆ น้ำเสียงห้วนตามนิสัย แต่กลับเจือความอ่อนโยนเอาไว้จนน่าประหลาด เขาขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วยื่นห่อผ้าใบเล็กๆ ส่งให้ "นี่... ข้าวต้มป่ากับมันเทศที่ฉันแลกมาจากลุงหลี่ข้างบ้าน คุณกินรองท้องเสียก่อนเถอะ หน้าตาซีดเซียวหมดแล้ว"
หลินเฟยมองห่อผ้าในมือ ก่อนจะเหลือบไปเห็นคราบเขม่าดินและเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมของสามี หัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้แย่งชิงในโลกยุคปัจจุบันกลับไหววูบอย่างรุนแรง ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาในอกอย่างช้าๆ
ในมิติลับของเธอนั้นมีทั้งสมุนไพรล้ำค่าและเครื่องเทศวิเศษนับร้อยชนิด หากนำมาปรุงอาหารในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ รับรองว่าจะต้องสร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดการค้าได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญ... มันจะต้องทำให้สามีผู้ซื่อสัตย์คนนี้มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
"ข้าวต้มป่าธรรมดาเกินไปค่ะ" หลินเฟยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย "รอสักครู่นะคะ... วันนี้ฉันจะทำให้คุณได้ลิ้มรสชาติอาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิต ที่ต่อให้เอาเงินทองกองเท่าภูเขาก็หาซื้อไม่ได้"
พูดจบร่างเพรียวก็หันไปเตรียมเตาไฟเก่าๆ ทว่าในวินาทีที่นางเอื้อมมือไปหยิบหม้อดินเผา กลิ่นหอมฉุนกึกของเครื่องเทศชนิดหนึ่งก็โชยออกมาจากปลายนิ้วโดยไม่คาดคิด—กลิ่นหอมของ "พริกไทยเสฉวนหม่าล่า" ผสมผสานกับกลิ่นออยล์สมุนไพรโบราณที่ต่อให้ปิดล็อกหน้าต่างแน่นหนาเพียงใด ก็ยังเล็ดลอดทะลุกำแพงออกไปอบอวลอยู่ทั่วบริเวณตรอกซอกซอยของหมู่บ้าน!
และในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านที่วิ่งมาหยุดอยู่หน้าบ้านพักของพวกเขา...
"คุณจาง! คุณจางแย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ตลาดมืดแล้ว... สินค้าล็อตใหม่ที่คุณเอาไปฝากขาย จู่ๆ ก็มีคนกระเป๋าหนักยอมทุ่มเงินก้อนโตขอเหมาเกลี้ยงแผงในราคาพันหยวน แต่ปัญหาคือ... คนซื้อกำลังยืนรอพบหน้า 'เซียนเครื่องเทศ' ตัวจริงอยู่ที่หน้าบ้านของคุณแล้วตอนนี้!"
เซียนเครื่องเทศยุคเจ็ดศูนย์ กับสามีผู้ไม่เคยถามหาที่มา•ตอนที่ 1
วิญญาณใหม่ในร่างเดิม
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศยุคเจ็ดศูนย์ กับสามีผู้ไม่เคยถามหาที่มา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
