เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ดังโครมครามราวกับจะพังมิพังแหล่ พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของนางเฝิงที่แผดเผาเข้ามาในความเงียบงัน
"อีสะใภ้ขี้โรค! นอนตายหรือไงวะ! แดกข้าวแดยาบ้านฉันจนหมดเปลืองแล้วยังทำตัวเป็นภาระ จะรอให้ฉันต้องลากหัวแกไปเร่ขายให้ตาแก่โรงงานแป้งหมี่จริงๆ ใช่ไหม!"
หลินอวี้รู้สึกเหมือนสมองถูกผ่าออกเป็นสองซีก ความทรงจำนับพันปีในฐานะเซียนปรุงโอสถผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเซียน หลอมรวมเข้ากับความทรงจำอันแห้งแล้งและขมขื่นของเด็กสาวชาวนาในยุค 1970 กลิ่นอับชื้นของห้องดินเหนียว คละเคล้ากับกลิ่นสาบโคลนและกลิ่นยาจีนราคาถูกที่ติดอยู่บนฟูกนอนเก่าๆ ทำให้เธอต้องขมวดคิ้วมุ่น
นี่เธอดับสูญระหว่างทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า... แต่ไฉนดวงจิตจึงมาติดอยู่ในร่างของสะใภ้ขี้โรคที่กำลังจะถูกแม่สามีใจอำมหิตขายทิ้งเพื่อแลกกับแป้งสาลีสองกระสอบเล่า?
ร่างบางในชุดผ้าฝ้ายปะชุนขยับกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ แม้ลมหายใจจะยังติดขัดและเรียวแรงแทบไม่มี ทว่าแววตาคู่คมกลับทอประกายเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน นางเฝิงผู้นี้ช่างกล้าหาญนัก กล้าดียังไงมาคิดจะ "ขาย" เซียนโอสถผู้เคยปรุงยาทิพย์พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน!
แอด... เสียงบานประตูไม้ผุกร่อนถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี นางเฝิงก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่าทีพองขนราวกับแม่ไก่ป่า ใบหน้าย่นยู่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง สายตาดุจงูพิษกวาดมองร่างเพรียวบางที่นั่งพิงผนังดิน
"ยังไม่ลุกอีก! หน้าด้านหน้าทนจริงๆ ผัวแกส่งเงินมาให้ครั้งสุดท้ายก็หมดไปกับค่าหยูกยาไร้ค่าของแกตั้งนานแล้ว ตระกูลเฉินของเราไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนใกล้ตาย! วันนี้แหละ แกต้องไปตกลงกับเถ้าแก่หวังที่สหกรณ์ตำบลซะ!"
นางเฝิงพูดพลางยื่นมือเหี่ยวย่นหมายจะกระชากแขนของหลินอวี้ให้ลุกขึ้น แต่ทว่า...
หมับ!
เรียวมือขาวซีดราวหยกสลักคว้าข้อมือของนางเฝิงไว้มั่น แรงบีบนั้นดูเหมือนไม่ได้มีมากมายนัก แต่กลับทำให้แม่สามีตัวแสบรู้สึกราวกับถูกคีมเหล็กเผาไฟหนีบเข้าจนกระดูกแทบร้าว นางเฝิงอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเจ็บปวด
"แก... อีเด็กเปรต! กล้าจับมือฉันเรอะ!" นางเฝิงแผดเสียงแหลมด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว
หลินอวี้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาดำขลับคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง มุมปากยกยิ้มบางเบา แต่น่ากลัวจนทำให้ลมหายใจของนางเฝิงสะดุดกึกโดยไม่รู้ตัว
"แม่สามี... ท่านพูดเรื่องอะไรหรือเพิ่งตื่นนอนแล้วละเมอ?" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งหลุดออกมาจากเรียวปากซีดเซียว "สามีฉัน... เฉินเหว่ย ส่งเงินและตั๋วอาหารมาให้ทุกเดือนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และ 'ค่ากินอยู่' ของฉัน เงินจำนวนนั้นไปอยู่ที่ไหนหมดล่ะ? หรือว่า... มันถูกเอาไปปรนเปรอพี่ใหญ่เฉินกับลูกสาวตัวดีของท่านจนหมดเกลี้ยงแล้ว?"
คำพูดนี้ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ นางเฝิงหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทิเพราะความจริงถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตา เงินที่เฉินเหว่ยส่งมาในฐานะทหารเกณฑ์แนวหน้า ถูกนางแอบซุกซ่อนไว้ให้ลูกชายคนโตสร้างบ้านและซื้อจักรยานเสือภูเขาไปเสียหมดสิ้น!
"แก... อีสารเลว! กล้าใส่ร้ายฉันเรอะ!" นางเฝิงกรีดร้องด้วยความร้อนตัว งื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าลูกสะใภ้ให้หายแค้น
ทว่าหลินอวี้เร็วกว่า นางสะบัดข้อมือนางเฝิงออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายจะยังอ่อนแอ แต่วิถีลมปราณตกค้างในร่างทำให้รัศมีรอบตัวเธอน่าเกรงขามอย่างประหลาด นางก้าวเข้าไปใกล้นางเฝิงทีละก้าว จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ
"อยากขายฉันนักใช่ไหม?" หลินอวี้หัวเราะในลำคอ แววตาดุจพญามารจำแลง "ได้... แต่อย่าลืมนะว่า ทะเบียนสมรสของฉันกับเฉินเหว่ยยังอยู่ครบถ้วนตามกฎหมาย ถ้าฉันตายในบ้านหลังนี้ หรือถูกใครลักพาตัวไปขายโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเฉินเหว่ย... คุณภาพชีวิตของลูกชายคนโปรดของท่านในกองทัพ จะยังสดใสอยู่หรือเปล่านะ?"
ชื่อของ "เฉินเหว่ย" เปรียบเสมือนยันต์สะกดวิญญาณ ทำให้นางเฝิงชะงักงัน หน้าซีดเผือดลงทันที ทหารหนุ่มผู้นั้นทั้งแข็งแกร่ง หัวดื้อ และเด็ดขาด หากเขารู้ว่าแม่รังแกภรรยาจนถึงขั้นเอาไปขาย มีหวังบ้านหลังนี้คงลุกเป็นไฟแน่!
"แก... นังตัวแสบ..." นางเฝิงชี้หน้าสั่นระริก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ทำได้เพียงกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง
หลินอวี้หาได้สนใจสายตาอาฆาตของแม่สามีไม่ นางกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง ข้าวสารในไหมีเพียงก้นถังหยิบมือเดียว มันเทศขึ้นราไม่กี่หัว และแป้งหยาบกร้านที่แทบกินไม่ได้ วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ในยุค 70 ที่แสนกันดารนี้ ช่างท้าทายความสามารถของอดีตเซียนปรุงโอสถผู้สามารถเนรมิตทิพย์โอสถจากเศษวัชพืชเสียจริง
ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสเธอกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางย่อมไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนมาสูบเลือดสูบเนื้อเด็ดขาด!
หลินอวี้หยิบหม้อดินเก่าๆ ขึ้นมาใบนึง นางตั้งใจจะใช้มิติลับในจิตวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ สกัดเอาสมุนไพรวิญญาณจากรากไม้ป่าข้างบ้าน มาปรุงเป็น "โอสถฟื้นพลังปราณและบำรุงโลหิต" เพื่อรักษาอาการป่วยเรื้อรังของร่างนี้เสียก่อน เป็นอันดับแรก
ไม่นานนัก กลิ่นหอมประหลาดราวกับดอกไม้ป่าผสมผสานกับกลิ่นอายความสดชื่นบริสุทธิ์ ก็ค่อยๆ โชยออกมาจากหม้อต้มยาใบเล็ก ท่ามกลางความตกตะลึงของนางเฝิงที่ยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าประตู
กลิ่นหอมนี้ช่างแปลกประหลาดนัก... มันไม่ใช่กลิ่นยาจีนเหม็นเขียวที่เคยต้มกินทุกวัน แต่มันหอมหวานชื่นใจจนต่อมหิวของทุกคนในละแวกบ้านเริ่มสั่นสะท้าน!
ทว่า ในขณะที่หลินอวี้กำลังจะยกลงจากเตา เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน
กึก... กึก... กึก...
เงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินและเหงื่อไคลก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าประลอง สันจมูกโด่งเป็นสัน ใบหน้าคมคายดุดันแต่แววตากลับฉายความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เฉินเหว่ย... สามีผู้ซื่อสัตย์กลับมาถึงบ้านเร็วกว่ากำหนด!
หลินอวี้ชะงักมือที่กำลังถือทัพพี นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหนุ่มผู้ไม่เคยพบหน้าในความทรงจำเดิม ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยฝีเท้าของเฉินเหว่ยที่กวาดสายตามองมายังภรรยาและแม่ของตนด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความกดดันอันน่าสะพรึงกลัว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะคะ
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้ขี้โรคแห่งยุค 70•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในบ้านโทรมๆ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้ขี้โรคแห่งยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
