เซฟเฮาส์เดือดกับเชฟปากร้ายคนนั้น•ตอนที่ 1

ใบสมัครที่ไม่มีวันผ่าน

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"ถ้าคุณคิดว่าการยืนดัดจริตจับตะหลิวเหมือนกำลังร่ายรำบัลเล่ต์จะทำให้ซุปถ้วยนี้มีรสชาติขึ้น ผมแนะนำให้คุณย้ายไปเปิดโรงเรียนสอนเต้นแทนการเปิดร้านอาหารนะครับ เชฟ" เสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องครัวระดับมิชลินสตาร์ บรรยากาศที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศกลับกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม รินทร์ในคราบหนุ่มแว่นพนักงานพาร์ทไทม์ใหม่ถอดด้ามยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์สเตนเลส สายตาคมกริบจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ลดละ คีย์หยุดมือที่กำลังจัดวางชิ้นเนื้อวากิวลงบนจานเซรามิกราคาสูง เขาไม่ได้หันมามองคนพูดทันที แต่ความเงียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับกดดันจนคนรอบข้างแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่เชฟหนุ่มจะค่อยๆ วางแหนบสแตนเลสลงอย่างใจเย็นแล้วหันมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก "ปากดีแบบนี้ หวังว่าฝีมือล้างจานจะดีกว่าฝีปากนะ" คีย์ขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทำให้รินทร์รู้สึกเหมือนถูกสายตาเย็นเยียบของนักล่าจ้องมอง "คุณชื่ออะไรนะ... อ้อ รินทร์ ถ้าคุณคิดว่างานในครัวระดับโลกคืองานอดิเรกที่เอาไว้ใช้เล่นลิ้น ก็เชิญออกไปรับเงินค่าแรงรายวันแล้วไสหัวกลับบ้านไปได้เลย" "ผมมาสมัครงานเพื่อทำงานครับ ไม่ได้มาเพื่อฟังคำสั่งสอนเรื่องมารยาทจากคนที่ทำตัวเหมือนเจ้าชายหิมะ" รินทร์สวนกลับทันควัน ขยับแว่นสายตาที่พยายามใส่มาเพื่ออำพรางตัวตนนักสืบเอกชนของตนเอง คีย์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง เขาเดินตรงเข้ามาหารินทร์จนระยะห่างลดน้อยลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และกลิ่นเหล็กกล้าจากตัวอีกฝ่าย เชฟหนุ่มก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ผมไม่ได้สอนเรื่องมารยาท แต่ผมกำลังสอนวิธีรอดชีวิตในครัวของผม" คีย์หยิบจานซุปที่เพิ่งปรุงเสร็จมายัดใส่มือรินทร์ "ถ้าคุณคิดว่าตัวเองแน่จริง ก็เอาไอ้นี่ไปเสิร์ฟให้โต๊ะวีไอพีที่นั่งอยู่มุมมืดนั่น แล้วถ้าลูกค้าตำหนิแม้แต่นิดเดียว... คุณไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้หรอก ออกไปเดี๋ยวนี้" รินทร์รับจานมาด้วยมือที่มั่นคง เขาไม่ได้หวาดหวั่นต่อรัศมีอำนาจของคนตรงหน้า ตรงกันข้าม หัวใจนักสืบที่กำลังตามล่าเบาะแสของมาร์ค คู่แข่งทางธุรกิจที่คาดว่าใช้ร้านของคีย์เป็นแหล่งฟอกเงิน กลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น นี่คือโอกาสที่เขาจะสืบข้อมูลจากภายในได้ง่ายที่สุด "ได้ครับ" รินทร์ตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินเชิดหน้าตรงไปยังโต๊ะเป้าหมาย การเสิร์ฟอาหารดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนทั่วไป แต่นี่คือร้านคีย์ เชฟที่มีมาตรฐานสูงลิบลิ่วจนเป็นตำนาน ทันทีที่รินทร์วางจานลงบนโต๊ะ เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาของชายวัยกลางคนที่จ้องเขม็งมา ความผิดปกติบางอย่างในแววตานั้นทำให้รินทร์รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ลูกค้าธรรมดา ในจังหวะที่เขากำลังจะผละตัวออกมา มือของเขากลับไปปัดเอาแก้วไวน์บนโต๊ะจนล้มระเนระนาด น้ำไวน์สีแดงฉานสาดกระจายเปรอะเปื้อนสูทราคาแพงของลูกค้า รินทร์ไม่ได้ตกใจ เขาถือโอกาสก้มลงเก็บเศษแก้วเพื่อจังหวะในการแอบติดเครื่องดักฟังใต้โต๊ะ แต่ทว่า... ข้อมือของเขากลับถูกใครบางคนคว้าไว้แน่น "ผมบอกแล้วว่าอย่าให้มีปัญหา" เสียงคีย์ดังอยู่เหนือหัว รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายที่เดินตามมาดูผลงาน "เชฟครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่ลูกค้าคนนี้..." "ไม่ต้องแก้ตัว" คีย์กระชากตัวรินทร์ให้ลุกขึ้น แรงบีบที่ข้อมือนั้นหนักแน่นจนรินทร์รู้สึกเจ็บแปลบ เชฟหนุ่มหันไปโค้งขอโทษลูกค้าอย่างเป็นทางการก่อนจะลากตัวรินทร์ออกมาที่หลังร้านอย่างรวดเร็ว ประตูห้องครัวปิดปังลงพร้อมกับเสียงล็อค คีย์เหวี่ยงตัวรินทร์ไปพิงผนังตู้แช่เย็น แรงปะทะทำให้เครื่องดักฟังที่เขาซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อหลุดร่วงลงบนพื้น เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *เคร้ง* จนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที คีย์ก้มลงหยิบเครื่องดักฟังขนาดจิ๋วขึ้นมาพิจารณา ดวงตาเรียวคมของเขาสั่นไหวด้วยความโกรธปนสงสัย เขามองหน้าคนตรงหน้าอย่างพินิจ ก่อนจะบีบคางรินทร์ให้เงยขึ้น "พนักงานพาร์ทไทม์ที่ไหนเขามีของเล่นราคาแพงแบบนี้ติดตัวมาทำงานกันครับ คุณรินทร์?" คีย์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ฟังดูน่ากลัวกว่าการตะคอก "หรือผมควรจะเรียกว่า 'นักสืบ' ดี?" รินทร์พยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่เชฟหนุ่มที่ดูบอบบางกลับมีแรงมหาศาล เขาตรึงร่างของรินทร์ไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน "บอกมาว่าใครส่งคุณมา... ถ้าคำตอบไม่ถูกใจ อย่าหาว่าผมใจร้ายนะ" รินทร์หอบหายใจถี่ หัวใจเต้นรัวแรงไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะระยะห่างที่อันตรายนี้ "คุณไม่มีทางรู้หรอกว่ามาร์คกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าคุณไม่ยอมปล่อยให้ผมทำงาน" คีย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น ทว่าทันใดนั้น ประตูหลังร้านกลับถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์ชุดดำสามคนที่เดินเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ โดยมีมาร์คยืนแสยะยิ้มอยู่เบื้องหลัง "ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะมาถึงเร็วกว่าที่คิดนะ คีย์... แล้วก็นายด้วย นักสืบตัวน้อย" รินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นกระบอกปืนที่ถูกยกขึ้นเล็งมาทางพวกเขา ความลับที่เขาพยายามขุดคุ้ยกำลังจะนำไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึง และในเสี้ยววินาทีที่กระสุนนัดแรกถูกลั่นออกมา คีย์กลับตัดสินใจทำสิ่งที่รินทร์คาดไม่ถึงที่สุด เขากระชากคอรินทร์ลงมาหลบหลังเคาน์เตอร์เหล็กพร้อมกับคว้าตัวคนตัวเล็กมากอดไว้แน่นจนจมอก ความร้อนจากไออุ่นของเชฟหนุ่มแผ่ซ่านท่ามกลางวิถีกระสุนที่เจาะทะลุประตูเหล็กเข้ามา "อยู่นิ่งๆ" คีย์กระซิบชิดใบหู "ถ้าอยากรอดไปจากที่นี่... คืนนี้คุณต้องฟังผมคนเดียว" นี่คือจุดเริ่มต้นของการร่วมมือที่ไม่เต็มใจและเดิมพันด้วยชีวิตที่ไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกแล้ว --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งใหม่นี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ! - แบล็กสมิธในตำนาน
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์เดือดกับเชฟปากร้ายคนนั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%