เส้นสีแดงบนกระดาษไขแผ่นนั้นไม่ได้ผิดพลาด แต่มันกำลังท้าทายกฎฟิสิกส์ทุกข้อที่วิศวกรโครงสร้างถูกกรอกหูมาตั้งแต่ปีหนึ่ง
"คุณใช้สมองส่วนไหนคิดครับเนี่ย สถาปนิกพินิจ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระAดับแม็กซ์ดังขึ้นเหนือหัว ก่อนที่ม้วนแบบแปลนฉบับปรับปรุงครั้งที่ห้าจะถูกกระแทกลงบนโต๊ะสนามชั่วคราวเสียงดังปัง ฝุ่นปูนและกลิ่นเหงื่อจากการก่อสร้างรอบด้านถูกละเลยไปทันทีเมื่อสนามอารมณ์ตรงหน้ากำลังเดือดระอุ
พินิจเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพของชายหนุ่มร่างสูงในชุดเซฟตี้สีส้มสะท้อนแสง หมวกนิรภัยสีขาวถูกถอดเหน็บไว้ข้างลำตัว เผยให้เห็นเส้นผมชื้นเหงื่อที่ลู่ลงแนบหน้าผาก และสันจوડโด่งคมกริบที่กำลังขยับด้วยความไม่สบอารมณ์
อัคคี... วิศวกรคุมงานหน้าใหม่ประจำโปรเจกต์รีสอร์ตหรูริมผา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบจนน่ารำคาญ และความปากร้ายระดับร้อยแรงม้า
"ผมใช้สมองส่วนที่ทำให้ตึกนี้ไม่กลายเป็นอนุสาวรีย์ความล้มเหลวครับ คุณวิศวกรอัคคี" พินิจสวนกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา นิ้วเรียวเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเน้นย้ำจุดขัดแย้ง "เสาต้นนี้ถอยร่นเข้ามาอีกสองเมตร ทัศนียภาพของห้องเพนต์เฮาส์จะเปิดกว้างรับวิวทะเลแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มันคือจุดขายของโครงการนี้ ถ้าคุณเอาเสาไปค้ำบังตรงนั้น ใครเขาจะอยากจ่ายคืนละหลายหมื่นมานอนมองตอม่อสะพาน"
"แต่โครงสร้างรับน้ำหนักมันจะวิกฤต!" อัคคีโน้มตัวลงมาประชิดโต๊ะ มือหนาท้าวขอบโต๊ะไม้จนเส้นเลือดที่แขนปูดโปน ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนพินิจได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ "คุณเข้าใจคำว่าโมเมนต์ดัดไหมครับ? ตรงนี้มันคานยื่น ถ้ายื่นออกไปตามใจรสนิยมศิลปินขี้มโนของคุณ อีกสามปีตึกทรุด ตัวคุณนั่นแหละที่จะต้องไปนอนในคุก ไม่ใช่ผม!"
"นี่คุณว่าใครขี้มโนฮะ!" พินิจดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่ช่วงไหล่ แต่รังสีความพยศในตัวไม่ได้เป็นรองเลยแม้แต่น้อย "แบบแปลนนี้ผ่านการคำนวณส,ถ. มาแล้วสามรอบ ถ้าคุณคำนวณใหม่แล้วมันตกเกณฑ์ นั่นแปลว่าความสามารถในการแก้ปัญหาของคุณมันขึ้นสนิมต่างหาก ไม่ใช่ดีไซน์ผมมีปัญหา"
บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานชั่วคราวกลางไซต์งานร้อนระอุขึ้นมาทันที คนงานก่อสร้างที่เดินผ่านไปมาต่างรีบจ้ำอ้าวหลีกทาง เมื่อเห็นรัศมีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของวิศวกรหนุ่มจอมระเบียบกับสถาปนิกปากกล้าคู่นี้ ซึ่งเปิดฉากปะทะคารมกันตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเข้ามาในไซต์งานเมื่อสองชั่วโมงก่อน และดูท่าทีแล้ว ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันเลยแม้แต่นิดเดียว
อัคคีแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าหมั่นไส้ ไล่จากกรอบแว่นลงมาถึงริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ
"ปากดีแบบนี้ คอยดูเถอะว่าถ้าคณะกรรมการตรวจแบบรอบหน้าตีตก คุณจะยังกล้าเชิดใส่ผมแบบนี้อยู่ไหม" อัคคีหรี่ตามองด้วยความหมั่นไส้ระคนทึ่งลึกๆ ในความหัวรั้นของอีกฝ่าย
"รอให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะครับ แล้วค่อยมากลืนน้ำลายตัวเอง" พินิจเชิดคางขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาถือไว้แนบอก "ตอนนี้ขอตัวก่อนนะครับ พอดีผมมีงานที่ 'มีสาระ' กว่าการมายืนเถียงกับวิศวกรหัวโบราณต้องทำ"
พินิจหมุนตัวเตรียมจะเดินหนีเพื่อตัดบทสนทนาที่รังแต่จะทำให้เสียสุขภาพจิต แต่ทว่า...
"เดี๋ยวก่อน" เสียงทุ้มต่ำเอבขึ้น พร้อมกับมือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวรั้งไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่ให้หลุดหนีไปไหน
พินิจสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมามองด้วยความตกใจและไม่พอใจ "ปล่อยนะเว้ย! จะมาจับมือถือแขนทำไม เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น"
อัคคีไม่ได้ปล่อยมือ ตรงกันข้าม เขากลับออกแรงดึงรั้งให้อีกฝ่ายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ลมพัดผ่าน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกปนดื้อรั้นอย่างชัดเจน
"เรื่องแบบแปลนยังเคลียร์ไม่จบ..." อัคคีโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มพร่าจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมฟังเหตุผล... ผมมีวิธีลงโทษสถาปนิกปากเก่ง ที่รับรองว่าคุณจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตแน่"
พินิจอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะรุกฆาตที่เปลี่ยนโหมดจากโกรธเกรี้ยวมาเป็นคุกคามทางสายตาแบบกะทันหัน หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดที่ข้อมือ และลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอต่างหากที่กำลังทำลายสติสัมปชัญญะของเขาจนยับเยิน
ก่อนที่พินิจจะได้อ้าปากด่ากลับเพื่อกู้หน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากด้านหลังก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
"คุณพินิจครับ! ทางเขตส่งแฟกซ์ด่วนเรื่องใบอนุญาตถมดินมาแล้ว... เอ๊ะ ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?"
รินรดา เพื่อนสนิทและผู้ช่วยสาวมือขวาของพินิจ ก้าวเข้ามาหยุดชะงักที่หน้าประตูห้องทำงานชั่วคราว ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—สถาปนิกหนุ่มหัวรั้นกำลังถูกวิศวกรตัวโตตรึงไว้กับโต๊ะด้วยท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าจะเรียกว่าการคุยเรื่องงาน
อัคคีค่อยๆ ปล่อยมือออกจากข้อมือเรียวช้าๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายืดตัวตรง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังเดิมราวกับพลิฝ่ามือ ก่อนจะปรายตามองพินิจที่กำลังยืนหน้าแดงก่ำ หอบหายใจถี่ด้วยความโกรธปนเขินอาย
"ไม่เป็นไรครับ... เราคุยกัน 'จบ' พอดีแล้ว" อัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ก่อนจะคว้าหมวกนิรภัยขึ้นสวมแล้วเดินสวนออกไปจากห้อง ทิ้งให้พินิจยืนแข็งทื่อ กำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจที่ถูกต้อนจนมุมอย่างเจ็บแสบ
รินรดากระพริบตาปริบๆ หันมามองเพื่อนสนิทที่ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู "ย... ยัยนินทร์ เมื่อกี้มันอะไรกันยะ สายตาผู้ชายคนนั้น... แววตาแบบนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องงานแล้วนะแก!"
พินิจเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สายตามองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินลับตาไปอย่างฮึดฮัด
*ไอ้คุณวิศวกรบ้า... ฝากไว้ก่อนเถอะ!*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความกวนและเคมีเดือดๆ ในบทนี้นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนหัวรั้น•ตอนที่ 1
ยินดีที่ได้เกลียด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนหัวรั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
