กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางของคณินไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด มันเป็นกลิ่นของความสำเร็จ กลิ่นของอำนาจ และที่สำคัญที่สุด... มันเป็นกลิ่นของความเย็นชาที่ปาริมาทนสูดดมมาตลอดระยะเวลาห้าปีเต็ม
ปาริมาวางกระดาษสีครีมแผ่นหนึ่งลงบนพื้นผิวโต๊ะไม้โอ๊คเนื้อเรียบเนียน เสียงแผ่วเบาของกระดาษที่กระทบพื้นผิวโต๊ะกลับดังสะท้อนก้องกังวานในความรู้สึกของเธอราวกับเสียงคำรามของพายุ เธอไม่ได้รอให้เขากลับมาเห็นด้วยตา แต่เธอทิ้งมันไว้ในจุดที่เด่นชัดที่สุด ราวกับจะประกาศว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป พื้นที่ตรงนี้จะไม่มีเธออีกต่อไป
เธอกวาดสายตามองห้องนี้เป็นครั้งสุดท้าย ปลายปากกาหมึกซึมของเธอยังคงทิ้งรอยหยดหมึกจางๆ ไว้บนมุมกระดาษ—รอยหยดที่เปรียบเสมือนหยดน้ำตาที่ไม่มีวันไหลออกมาอีกแล้ว
*‘ความรักที่เปรียบดั่งกวีไร้สัมผัส เมื่อบรรทัดสุดท้ายสิ้นสุดลง ก็ถึงเวลาที่ต้องวางปากกา’*
ข้อความสั้นๆ ในจดหมายฉบับนั้นถูกเรียบเรียงขึ้นอย่างประณีต แต่มันแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่แตกสลายจนยากจะเยียวยา เธอหันหลังเดินออกจากห้อง ปิดประตูอย่างแผ่วเบา ไม่มีความอาลัย ไม่มีความลังเล มีเพียงหัวใจที่เบาหวิวราวกับขนนกที่ถูกปล่อยให้ลอยไปตามกระแสลมแห่งการปลดแอก
***
หกชั่วโมงต่อมา
คณินก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยตามนิสัย แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนกระทบใบหน้าคมสันที่ดูเหนื่อยล้าจากการประชุมที่ยาวนาน เขาโยนสูทตัวนอกลงบนโซฟาหนังก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน สายตาของเขาสะดุดเข้ากับกระดาษสีครีมที่วางเด่นอยู่บนแฟ้มเอกสารสำคัญ
เขามองมันด้วยแววตาสงสัย ก่อนจะหยิบขึ้นมาอ่าน ลายมือบรรจงที่เขาคุ้นตามาห้าปีปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่เนื้อหาข้างในกลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก
“ใบหย่า...”
เขาสบถออกมาเบาๆ ขณะที่สายตาไล่อ่านจดหมายลาตายเชิงกวีฉบับนั้น ความเย็นชาที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายปีเริ่มถูกกัดเซาะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านอยู่ในอก มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือความรู้สึกเหมือนบางอย่างที่เขาคิดว่าเขาสามารถบงการได้ตลอดไป กำลังหลุดลอยหายไปจากอุ้งมือ
“ปาริมา... เล่นอะไรของเธอ” เขาพึมพำกับความว่างเปล่า
เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะทำเช่นนี้ ผู้หญิงที่เขามองว่าเงียบเชียบและยอมคนเสมอมา ผู้หญิงที่เขาคิดว่าต่อให้เขาละเลยเพียงใด เธอก็จะยังคงนั่งรอเขาอยู่ที่เดิม... เหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้านที่ไม่มีวันลุกเดินหายไปไหน
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืด เขาหยิบมันขึ้นมาดู ข้อความจากเลขาส่วนตัวส่งภาพถ่ายบางอย่างมาให้ เป็นภาพวงจรปิดจากล็อบบี้คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมือง
ในภาพนั้น... ปาริมากำลังเดินจูงมือเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง
หัวใจของคณินกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กคนนั้น... ดวงตากลมโตที่ดูสุกสกาว แววตาที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาแต่มั่นคง และสันกรามที่คมชัดแม้จะอยู่ในวัยเพียงสี่ขวบ ทุกอย่างบนใบหน้าของเด็กคนนั้น... มันไม่ใช่ใครที่ไหนเลย มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่ผิดเพี้ยน
มือที่ถือโทรศัพท์ของคณินสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว
นี่มันหมายความว่าอย่างไร? เขาไม่เคยรู้เลยว่าปาริมามีลูก และเด็กคนนี้... เด็กที่หน้าเหมือนเขาอย่างกับถอดพิมพ์ออกมาจากเบ้าเดียวกัน... คืออะไรกันแน่?
ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวและความสับสนที่พุ่งพล่าน เขาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะแล้วก้าวเดินออกจากห้องด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ ความรู้สึกเดียวที่ขับเคลื่อนเขาในเวลานี้ คือการต้องไปให้ถึงจุดหมายเพื่อหาคำตอบที่เขากำลังถูกปิดบังมาตลอดห้าปี
เขาเร่งเครื่องรถยนต์ทะยานออกไปในราตรีที่ไร้ดวงดาว โดยไม่รู้เลยว่า... การตามหาคำตอบในครั้งนี้ จะนำพาเขาไปสู่ความจริงที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการสูญเสียที่เขากำลังเผชิญอยู่
เมื่อเขามาถึงหน้าห้องพักหมายเลข 402 ตามที่อยู่ในประวัติการเช่าคอนโดของปาริมา เขาไม่รีรอที่จะกดกริ่งหน้าห้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความใจร้อน
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ปาริมา! ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน!”
เสียงของเขาตะโกนก้องผ่านประตูไม้บานหนา แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบงัน จนกระทั่งบานประตูค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบางที่ดูเข้มแข็งขึ้นกว่าที่เขาเคยจดจำได้ ดวงตาคู่สวยของปาริมาเรียบเฉย ปราศจากร่องรอยของความเสียใจอย่างที่เขาเคยเห็น
“คุณไม่มีสิทธิ์มาอยู่ที่นี่ คณิน” เสียงของเธอนิ่งสนิทจนเขารู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
“เด็กคนนั้น... ใคร?” เขาถามเสียงต่ำ พลางพยายามชะโงกหน้ามองเข้าไปด้านในห้อง
ปาริมาขยับตัวขวางทางเข้าเอาไว้ ดวงตาของเธอดุดันและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เด็กคนนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคุณ เขาไม่ใช่ลูกของคุณ และคุณก็ไม่มีวันได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา... ไม่ว่าวันนี้ หรือวันไหน”
ในจังหวะนั้นเอง เด็กชายตัวน้อยที่เขาเห็นในรูปถ่ายก็เดินออกมาจากมุมมืดของห้อง เขาชะงักเมื่อเห็นชายแปลกหน้ายืนอยู่ตรงหน้าแม่ ก่อนจะเดินไปคว้าชายเสื้อปาริมาไว้แน่น สายตาของเด็กน้อยจ้องมองคณินด้วยความระแวง... และในเสี้ยววินาทีนั้น คณินก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกภายในห้อง
มันคือผลตรวจทางพันธุกรรมที่มีตราประทับของโรงพยาบาลชื่อดัง วางทับอยู่บนกองจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของเขาเองที่เขาเคยส่งไปให้เธอเมื่อหลายปีก่อน... จดหมายฉบับที่เขาเคยเขียนด้วยความเหยียดหยามและไม่ใยดี
ความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธกำลังกระแทกเข้าที่กลางใจเขาอย่างจัง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับบทกวีบทแรกนี้ และขอให้ทุกท่านติดตามว่าความแค้นและการไถ่บาปในบทต่อๆ ไปจะเปลี่ยนโฉมหน้าชีวิตของพวกเขาอย่างไรนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
วสันตฤดูที่ลืมเลือนกับจดหมายฉบับสุดท้าย•ตอนที่ 1
บทกวีบทแรกในวันที่ทุกอย่างจบลง
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วสันตฤดูที่ลืมเลือนกับจดหมายฉบับสุดท้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
