“น่าสนใจจริงๆ...”
เสียงหวานกังวานราวกับเสียงดนตรีจากสรวงสวรรค์เอ่ยขึ้น ทว่ากลับทรงพลังจนกดดันให้ทุกคนต้องคุกเข่าลงครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ “ไม่นึกเลยว่านักวางแผนที่ถูกเนรเทศคนนั้น จะสามารถคำนวณเส้นทางเดินของ ‘ผู้ดูแลระบบตัวจริง’ ได้อย่างแม่นยำขนาดนี้... ว่าไงล่ะ รินทร์... หรือฉันควรจะเรียกนายว่า ‘ผู้สร้างคนที่สาม’ ดีล่ะ?”
แรงกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงของสตรีปริศนาในชุดคลุมสีเงินยวดยวง ดวงตาคู่นั้นทอประกายสีฟ้าครามราวกับโค้ดโปรแกรมที่กำลังรันอย่างไร้ที่สิ้นสุด เรนกัดฟันแน่น ฝ่ามือที่ถือแผนที่โฮโลแกรมสั่นเทราเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะสมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ตีกลับมาจากการเผชิญหน้าครั้งนี้
*เธอไม่ใช่ NPC ธรรมดา... และไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไป*
รินทร์ หรือในชื่อในเกมว่า เรน สูตรหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา เขารู้ดีว่าหากแพ้ให้กับแรงกดดันนี้ ทุกสิ่งที่เขากับเอน่าร่วมกันสร้างมาตลอดสิบเจ็ดตอนจะพังทลายลงในพริบตา
“ผู้สร้างคนที่สามอะไรกันครับ... เอ่อ... อะไรกันคะ?” เรนเกือบเผลอหลุดปากคำพูดเดิมออกมาตามความคุ้นเคยในโลกจริง โชคดีที่ไหวพริบระดับนักวางแผนระดับโลกดึงสติและปรับน้ำเสียงให้เข้ากับสถานการณ์ในเกมได้อย่างแนบเนียน “ฉันเป็นแค่ผู้เล่นธรรมดาที่บังเอิญอ่านแพทช์โน้ตออกก็เท่านั้นเองค่ะ”
เอน่าที่ยืนอยู่เคียงข้างแอบเหลือบมองคู่หูด้วยหางตา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของสตรีมเมอร์สาว แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่เอน่าก็รู้ดีว่าเรนไม่เคยสูญเสียการควบคุม... เขากำลังวางหมากบางอย่างอยู่ใต้ความนิ่งงันนั้น
“ผู้เล่นธรรมดาอย่างนั้นเหรอ?” หญิงสาวปริศนาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละก้าว ทุกย่างก้าวของเธอดังก้องราวกับเสียงเคาะคีย์บอร์ดในความเงียบงัน “คนที่ดึงเอาความผิดพลาดของภูมิประเทศ ‘หุบเขาพันเสียงสะท้อน’ มาใช้เป็นตัวคูณดาเมจแบบทวีคูณ... คือคนธรรมดาที่ไหนกันล่ะคะ รินทร์”
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป เสียงลมที่พัดผ่านโตรกผาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นความถี่ต่ำ สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกะพริบวาบขึ้นที่มุมสายตาของเรนและเอน่า มันคือระบบเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์—ไม่ใช่เพราะมีบอสเกิดใหม่ แต่เป็นเพราะข้อมูลของพวกเขาถูกเจาะลึกจนถึงแก่น
“เอน่า... พร้อมไหมคะ?” เรนส่งเสียงกระซิบผ่านระบบปาร์ตี้ สมาธิทั้งหมดถูกดึงกลับมาที่หน้าต่างอินเทอร์เฟซในหัว สมองของเขากำลังคำนวณความน่าจะเป็นของตัวแปรทั้งหมดตรงหน้า
“ระดับฉันแล้ว... ถามได้น่าตีจริงๆ ค่ะเรน!” เอน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเปล่งประกายความท้าทาย นิ้วเรียวยาวตวัดกลางอากาศเรียกหน้าต่างสกิลสตรีมมิ่งและไอเทמהซัพพอร์ตทั้งหมดขึ้นมาเตรียมพร้อม
ในขณะเดียวกัน ศัตรูเบื้องล่างนับร้อยชีวิต—กิลด์ใหญ่ที่ถูกจ้างวานมาเพื่อกวาดล้างพวกเขา—กำลังเคลื่อนพลเข้ามาประชิดปากทางเข้าหุบเขา เสียงเกราะกระทบกันและเสียงฝีเท้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก พวกมันมีจำนวนมากกว่าเรนและเอน่าถึงห้าสิบเท่าตัว การปะทะกันตรงๆ จึงเป็นหนทางสู่ความตายที่ถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์
ทว่า... นั่นคือสิ่งที่เรนต้องการแต่แรก
“พวกมันเข้ามาในเขตคำนวณแล้วค่ะ” เรนเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบมองลงไปยังเบื้องล่างผ่านหน้าผาสูงชัน
ภูมิประเทศของ ‘หุบเขาพันเสียงสะท้อน’ มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะลึก ผนังหินด้านข้างประกอบด้วยผลึกแร่พิเศษที่สามารถขยายคลื่นเสียงและพลังงานเวทมนตร์ได้เป็นร้อยเท่า หากเป็นคนทั่วไปคงมองว่าที่นี่คือจุดอับที่ไม่มีทางหนีรอด แต่สำหรับสายตาของนักวางแผนผู้มองทุกอย่างเป็นอัลกอริทึม... ที่นี่คือเครื่องขยายอำนาจทำลายล้างที่สมบูรณ์แบบที่สุด
“เตรียมตัวรับแรงกระแทกนะคะทุกคน... อ๊ะ หมายถึง เตรียมตัวดูการแสดงของฉันได้เลยค่ะ!” เอน่าเกือบหลุดบทบาทอีกครั้ง แต่เธอก็แก้สถานการณ์ได้อย่างลื่นไหล พร้อมกับกดใช้งานสกิลซัพพอร์ตเฉพาะตัว [เสียงสะท้อนแห่งการตื่นรู้ (Resonance Awakening)]
*วูบบบบ—!*
แสงสีทองนวลตาแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ ห่อหุ้มร่างของเรนและเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินผลของสกิลวิเคราะห์ให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ในขณะเดียวกัน ทางด้านกองทัพศัตรูที่กำลังเดินแถวเรียงหนึ่งเข้ามาในหุบเขาแคบๆ ก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
“เฮ้ย! ทำไมอยู่ๆ อุณหภูมิลดฮวบลงวะ?” หัวหน้ากิลด์ฝ่ายตรงข้ามตะโกนสั่งการด้วยความฉงน
แต่สายเกินไปเสียแล้ว...
เรนยกมือขึ้นช้าๆ ราวกับวาทยกรกำลังจะเริ่มบรรเลงเพลงซิมโฟนีบทสุดท้าย นิ้วเรียวยกดันกรอบแว่นโฮโลแกรมบนดั้งจมูก ก่อนจะกดปุ่มคำสั่งสุดท้ายลงบนอากาศ
“อัลกอริทึมทำงาน... เริ่มต้นกระบวนการสะท้อนกลับค่ะ”
สิ้นเสียงคำสั่งของเรน ลูกแก้วเวทมนตร์ขนาดจิ๋วที่เขาแอบฝังไว้ตามผนังหินทั้งพันจุดทั่วหุบเขาก็พร้อมใจกันเปล่งแสงสว่างจ้า มันไม่ใช่ระเบิดเวทมนตร์ทำลายล้างโดยตรง แต่เป็นตัวกลางในการ ‘สะท้อนและขยาย’ เสียงคำรามของมอนสเตอร์ระดับมินิบอสที่ถูกขังไว้ในถ้ำชั้นในให้สะท้อนไปมานับพันครั้ง
*ตูมมมมมมมมมม—!*
คลื่นเสียงความถี่สูงระเบิดตัวออกราวกับพายุโซนร้อน ผนังหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หินผานับร้อยตันร่วงหล่นลงมาปิดกั้นทางเข้าและทางออกของหุบเขาในพริบตา กองทัพศัตรูหลายร้อยคนถูกเสียงสะท้อนมหาศาลซัดจนค่าพลังชีวิตดิ่งฮวบลงสู่ขีดแดงอย่างพร้อมเพรียงกัน ความโกลาหลและความตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วกองทัพที่เคยได้ใจ
“นี่มัน... แผนอะไรกันวะเนี่ย!” เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของศัตรูดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของพวกเขาอีกต่อไป เพราะทุกอย่างถูกกลืนหายไปในเสียงคำรามของธรรมชาติที่เรนคำนวณไว้อย่างไร้ที่ติ
บนยอดหน้าผาสูง สตรีมีนามปริศนายังคงยืนนิ่งสงบ เส้นผมสีเงินปลิวไสวไปตามแรงลม เธอมองภาพความพินาศของกองทัพเบื้องล่างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา
“ยอดเยี่ยม... ใช้ประโยชน์จากกฎของเกมและสภาพแวดล้อมมาเป็นอาวุธได้อย่างไร้ที่ติ สมแล้วที่เป็นคนที่ระบบกำลังจับตามอง...” เธอกล่าวพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเรนโดยตรง “แต่การเล่นสนุกแค่นี้... คงยังไม่พอที่จะหนีรอดจาก ‘เงื่อนไขที่แท้จริง’ ของโลกใบนี้หรอกนะฃะคะ”
เรนขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าต่างระบบตรงหน้าของเรนและเอน่าเปลี่ยนจากสีฟ้าใสเป็นสีแดงฉานทันที ข้อความแจ้งเตือนขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกัก
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจาก ‘ผู้ดูแลระบบหลัก’]
[ภารกิจลับระดับ SSS: ‘บททดสอบจากผู้สร้าง’ ถูกบังคับเปิดใช้งาน]
[เงื่อนไขผ่านภารกิจ: เอาชีวิตรอดจากการรีเซ็ตข้อมูลภายใน 180 วินาที... หรือสูญเสียตัวละครนี้ไปตลอดกาล]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เรนกับเอน่ามาจนถึงตอนนี้ สัญญาว่าจะพาไปลุยต่อในบทหน้าอย่างจุใจแน่นอนค่ะ!
อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางแผนสายซัพพอร์ต•ตอนที่ 18
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางแผนสายซัพพอร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!