ดวงตาของรวินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นเต้นระคนสงสัยแล่นริ้วผ่านหัวใจ เขากำหมัดแน่นในขณะที่ก้าวเท้าที่ค้างอยู่กลางอากาศหยุดชะงักลงทันทีบนเส้นแบ่งความเป็นความตาย เสียงลมหายใจของตนเองดังก้องอยู่ในโสตประสาท ตัดขาดจากเสียงคำรามของอสูรกายหินเบื้องหลังที่พยายามตะกุยพื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
พื้นผิวหินแกรนิตสีดำสนิทเบื้องหน้าไม่ได้เรียบสนิทอย่างที่ตาเห็น หากเพ่งมองผ่านแสงสลัวของคบเพลิงเวทมนตร์ จะพบร่องรอยการสลักลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อนราวกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดมหึมา ลวดลายเหล่านี้สอดรับกับบันทึกข้อความเก่าแก่ที่อาจารย์ลินเคยส่งให้เขาผ่านระบบกล่องข้อความลับในเกมเมื่อสามวันก่อน
*“จำไว้นะรวิน เจ้าหนูนักคำนวณของฉัน… เขาวงกตแห่งอัคคีผลาญไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยสัญชาตญาณ แต่ถูกออกแบบด้วยคณิตศาสตร์แห่งความน่าจะเป็น ทางออกที่แท้จริงมักซ่อนอยู่ตรงข้ามกับกับดักที่ล่อตาล่อใจที่สุดเสมอ”*
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเยือกเย็นและมั่นใจของอาจารย์ลินดังแว่วขึ้นมาในความทรงจำ รวินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ เขากวาดสายตาสำรวจแผงอักขระเวทที่กำลังเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ใต้ฝ่าเท้า ข้อมูลมหาศาลจากการจำลองสถานการณ์นับร้อยครั้งในหัวถูกประมวลผลด้วยความเร็วสูง ค่าความน่าจะเป็นของกับดักลูกศรเพลิงในช่องทางขวาอยู่ที่ร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้า ขณะที่ช่องทางซ้ายซึ่งมีกลิ่นอายคาวเลือดและซากโครงกระดูกกองสุม กลับเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่มีการลงอาคมดักจับไว้
"จิตวิทยาขั้นพื้นฐานของระบบ... จงใจสร้างทางที่ปลอดภัยให้ดูอันตราย เพื่อผลักไสให้ผู้เล่นเดินเข้าไปสู่ความตายในเส้นทางที่ดูสะอาดสะอ้านสินะครับ" รวินพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่งในความลึกซึ้งของการออกแบบเกม
เขายกเท้าที่ชะงักอยู่ก้าวข้ามเส้นแบ่งอันตรายนั้นไปทางซ้ายอย่างเด็ดเดี่ยว ทันทีที่รองเท้าบูทหนังหุ้มข้อสัมผัสกับพื้นศิลาของทางเดินฝั่งซ้าย เสียงกลไกโลหะกระทบกันดัง *'คลิก'* แผ่วเบาก็ดังขึ้นจากผนังเบื้องบน
*ครกด… ครกด…!*
ลูกศรเคลือบพิษสีม่วงเข้มจำนวนนับร้อยพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่จุดที่เขายืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้วอย่างเฉียดฉิว หากเขายังลังเลหรือเลือกเดินไปทางขวาตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทั่วไป ร่างของเขาย่อมพรุนไปด้วยพิษร้ายจนค่าพลังชีวิตศูนย์ในพริบตา แต่วิถีการคำนวณของรวินนั้นแม่นยำยิ่งกว่านาฬิกาจักรกล ลูกศรทั้งหมดจึงพุ่งผ่านความว่างเปล่าไปปักคาอยู่กับผนังฝั่งตรงข้ามจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ
รวินไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาย่อตัวลงต่ำแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยทักษะการเคลื่อนไหว 'ก้าวพริบตา' ที่ได้รับการพัฒนาจนไร้รอยต่อ ร่างกายของเขายืดหยุ่นและรวดเร็วราวกับเงาพาดผ่านความมืดมิดของอุโมงค์หินแคบๆ เสียงคำรามของอสูรหินยักษ์ด้านหลังค่อยๆ เบาลงทีละน้อย จนกระทั่งถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงัดอันน่าขนลุกของโถงกว้างเบื้องหน้า
เบื้องหน้าของเขาคือประตูหินขนาดยักษ์ที่สลักรูปมังกรสามหัวอ้าปากคำราม บนบานประตูมีแท่นศิลาฝังผลึกมานาสีแดงฉานที่กำลังเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต มันคือกลไกสุดท้ายก่อนจะถึงห้องสมบัติชั้นในสุดของดันเจี้ยนระดับตำนานแห่งนี้
รวินก้าวเข้าไปใกล้แท่นศิลานั้นอย่างระมัดระวัง แสงสีแดงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ บนหน้าจออินเทอร์เฟซส่วนตัวของเขากระพริบเตือนระดับมานาที่ลดฮวบลงเนื่องจากการใช้พลังคำนวณขั้นสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาไม่ใช่ตัวเลขสถานะเหล่านั้น หากแต่เป็นรอยสลักภาษาโบราณที่อยู่ข้างแท่นศิลา ซึ่งเป็นลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
มันคือลายมือของอาจารย์ลิน...
รวินเอื้อมมือไปสัมผัสรอยสลักนั้นเบาๆ นิ้วเรียวยาวกวาดไปตามร่องตัวอักษรที่ถูกสลักไว้ด้วยความเร่งรีบ ทว่ามั่นคง ข้อความนั้นเขียนไว้ว่า
*“หากเจ้ามาถึงที่นี่ได้ด้วยตัวเอง แปลว่าสมองของเจ้ายังใช้งานได้ดี… แต่จำไว้ รหัสผ่านที่จะเปิดประตูบานนี้ไม่ได้คำนวณจากสูตรคณิตศาสตร์ที่ข้าเคยสอน แต่คำนวณจาก ‘หัวใจ’ ของคนที่เจ้าเชื่อมั่น จงใส่ค่าพิกัดของการพบกันครั้งแรกของเราลงไป มิฉะนั้น… ประตูนี้จะกลายเป็นสุสานถาวรของเจ้า”*
ดวงตาของรวินหรี่ลงเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวขึ้นด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ การพบกันครั้งแรกของเขากับอาจารย์ลินงั้นหรือ? มันเกิดขึ้นในตรอกมืดของเมืองเริ่มต้นเมื่อสองเดือนก่อน ตอนที่เขาเกือบจะล้มละลายเพราะถูกผู้เล่นสายเกรียนหลอกขายไอเท็มขยะ อาจารย์ลินคือคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยโดยไม่หวังผลตอบแทน และทิ้งคำพูดปริศนาไว้ให้เขาตามหาตัวตนที่แท้จริงในโลกเสมือนจริงแห่งนี้
พิกัดในตอนนั้นคือ... โซนเขตการค้าสี่แยก, พิกัด X: 452, Y: 890, Z: 12
รวินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นิ้วมือเรียวยาวจรดลงบนแป้นพิมพ์เวทมนตร์ล่องหนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขาบรรจงพิมพ์ตัวเลขพิกัดนั้นลงไปทีละตัวด้วยความมั่น
*สี่... ห้า... สอง... เก้า... แปด... ศูนย์... หนึ่ง... สอง...*
ทันทีที่ตัวเลขตัวสุดท้ายถูกป้อนลงในระบบ ผลึกมานาสีแดงบนแท่นศิลาพลันเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามประกายมุก เสียงกลไกโบราณดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก ประตูหินยักษ์แกะสลักรูปมังกรค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแสงสว่างเจิดจ้าและไอหมอกสีขาวบริสุทธิ์ที่พวยพุ่งออกมาจากห้องโถงด้านใน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลึกลับลอยมาแตะจมูก ขัดกับบรรยากาศอันดุดันของดันเจี้ยนอย่างสิ้นเชิง
รวินก้าวเท้าเตรียมจะเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปเพื่อรับรางวัลอันเหน็ดเหนื่อยจากการไขปริศนา
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนจากระบบส่วนกลางของเกมที่เงียบงันมาตลอดก็ดังขึ้นแหลมสูงเสียดแทงโสตประสาท พร้อมกับหน้าจอสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบผู้เล่นแปลกปลอมระดับคลาสพิเศษ 'เงาโลหิต' บุกรุกเข้าสู่พื้นที่ลับส่วนตัว]*
*[คำเตือน: เป้าหมายกำลังมุ่งตรงมายังตำแหน่งของคุณ ระยะห่าง... สามเมตร... สองเมตร... หนึ่งเมตร...]*
รวินผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณ แววตาคมกริบกวาดมองไปที่เงาดำมหึมาที่พุ่งทะลุผ่านม่านหมอกสีขาวออกมาด้วยความเร็วเหนือเสียง ปลายดาบสีดำสนิทที่อาบด้วยไอสังหารพุ่งตรงมาที่ลำคอของเขาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับความท้าทายในบทนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนเกมสายคำนวณกับอาจารย์สาวผู้ซ่อนคม•ตอนที่ 10
กับดักแห่งเขาวงกต
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายคำนวณกับอาจารย์สาวผู้ซ่อนคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!