กลิ่นอายของชาแนล นัมเบอร์ 5 ผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศราคาแพงในห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมไม่ได้ช่วยให้ความดันโลหิตในกายของธามินทร์ลดลงเลยแม้แต่น้อย ในมือหนาของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแก้วคริสตัลใสบรรจุแชมเปญราคาแพงถูกกำไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังเวทีกลางห้อง ที่ซึ่งแสงสปอตไลท์สีนวลส่องกระทบร่างระหงในชุดราตรีสีดำสนิท ไหล่เนียนมนเปลือยเปล่าและท่วงท่าอันสง่างามสะกดทุกสายตาในค่ำคืนนี้
รินรดา...
ชื่อนั้นกรีดลึกลงในผนังหัวใจของเขาโดยไม่ต้องมีใครเอ่ยบอก
ผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามปีก่อน ผู้หญิงคนที่เขาเคยมองว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในคฤหาสน์หลังใหญ่ เป็นภรรยาที่น่าเบื่อหน่ายและไม่มีคุณค่าพอจะยืนเคียงข้างความทะเยอทะยานของเขา แต่วันนี้ เธอกลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดในฐานะ "ประธานบริหารภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ของลักชูรีแบรนด์ระดับโลก รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มเคลือบลิดปาร์ติกสีแดงเข้มนั้นช่างเยือกเย็น สง่างาม และทรงพลังเสียจนคนที่เคยเหยียบย่ำเธออย่างเขาถึงกับหายใจติดขัด
"ยินดีด้วยนะคะคุณรินรดา การเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ในค่ำคืนนี้งดงามไร้ที่ติจริงๆ ครับ"
เสียงทุ้มต่ำของพิธีกรบนเวทีดังขึ้นเรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติ ทว่าธามินทร์กลับไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลยสักนิด โลกทั้งใบของเขาราวกับหยุดหมุนเมื่อดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่หยาดน้ำตาและความเวทนาในวันวาน หันมาสบประสานเข้ากับสายตาของเขาพอดิบพอดี
ไม่มีความหวาดกลัว... ไม่มีร่องรอยของความเจ็บปวดในอดีต... และที่สำคัญที่สุด คือไม่มีความรักเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่า ราวกับเขากระดาษไร้ค่าแผ่นหนึ่งที่เธอไม่แม้แต่จะชายตามองซ้ำสอง รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ส่งมาให้เขาโดยเฉพาะ—รอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจของคนที่เคยเย่อหยิ่งให้แหลกละเอียดคามือ
ธามินทร์ก้าวเท้าออกไปโดยไม่รู้ตัว ร่างสูงใหญ่พยายามแหวกฝูงชนไฮโซและสื่อมวลชนที่รุมล้อมเวที ความร้อนรุ่มแผดเผาอกข้างซ้ายจนเจ็บแปลบ ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาหลอกหลอน วันที่เขายื่นเอกสารหย่าใส่หน้าเธอ พร้อมกับคำพูดใจร้ายที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท
*‘เธอไม่มีค่าพอที่จะใช้ชีวิตร่วมกับฉันหรอกนะรินรดา ออกไปจากชีวิตฉันเสียที’*
ในตอนนั้น เขาคิดว่าการสลัดภรรยาไร้ประโยชน์คนนี้ทิ้งคือการปลดปล่อยตัวเองไปสู่ความสำเร็จอันไร้ขีดจำกัด แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อความโดดเดี่ยวและคฤหาสน์ที่ว่างเปล่ากัดกินจิตใจ เขากลับพบว่าความสำเร็จทั้งหมดไม่มีความหมายเลยเมื่อไม่มีรอยยิ้มอ่อนโยนของเธอคอยต้อนรับในยามค่ำคืน และตอนนี้ เมื่อเธอกลับมา... เธอกลับกลายเป็นราชนิกุลแห่งโลกธุรกิจที่สูงส่งเกินกว่าที่ชายผู้เคยเหยียบย่ำเธอจะเอื้อมมือคว้า
"อ้าว, คุณธามินทร์ครับ ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่งานนี้ด้วย"
เสียงทุ้มกังวานและเปี่ยมด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นขัดจังหวะ กวินทร์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงคู่แข่งคนสำคัญของเขาเดินเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง มือหนาของกวินทร์แตะเบาๆ ที่ข้อศอกของรินรดาที่เพิ่งเดินลงมาจากเวทีอย่างสนิทสนม ภาพนั้นทำให้เส้นความอดทนของธามินทร์ขาดผึ่งลงทันที
"ยินดีต้อนรับสู่ความสำเร็จของอดีตภรรยาคุณนะครับ... อ้อ ไม่สิ ตอนนี้คุณรินรดาน่าจะเป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในวงการไปเสียแล้ว คุณธามินทร์คงต้องต่อคิวยาวหน่อยล่ะครับ ถ้าอยากจะพูดคุยกับเธอ" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าสายตากลับคมปลาบราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ
ธามินทร์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น สันจมูกโด่งรั้นพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวและหึงหวงที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก สายตาคมกวาดมองมือของกวินทร์ที่ยังคงวางอยู่บนแขนเรียวของภรรยาเก่า ก่อนจะตวัดกลับขึ้นมาจ้องมองนัยน์ตานิ่งสนิทของหญิงสาว
"ริน..." ธามินทร์เค้นเสียงเรียกชื่อเธอออกมาได้แค่นั้น ลำคอแหบผากราวกับถูกไฟลน
รินรดากะพริบตาช้าๆ เธอดึงแขนออกจากการเกาะกุมของกวินทร์อย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอดีสามีแบบเต็มตา กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอลอยมาแตะจมูกเขา พร้อมกับความเย่อหยิ่งที่ถูกยกระดับขึ้นด้วยชุดแบรนด์หรูและเครื่องเพชรระยิบระยับ
"ขอโทษด้วยนะคะคุณธามินทร์ พอดีตารางงานของดิฉันในค่ำคืนนี้แน่นมาก และคนที่ไม่มีนัดหมายล่วงหน้า... คงไม่มีสิทธิ์ได้รับเวลาจากดิฉันค่ะ"
น้ำเสียงหวานใสที่เคยเอמהนคำว่ารักและออดอ้อนเขาในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และเชือดเฉือนทุกความรู้สึกจนใจหายวาบ รินรดาไม่รอให้เขาได้แก้ตัวหรือเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา เธอผินหน้าหนีด้วยท่าทีราชาผู้สูงศักดิ์ เตรียมจะเดินเคียงคู่ไปกับกวินทร์เพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญคนอื่น
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะก้าวเดินพ้นไป ธามินทร์กลับเอื้อมมือออกไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นโดยไม่สนสายตาใครในงาน ความโกรธ ความสำนึกผิด และความต้องการที่จะดึงเธอกลับมาอยู่ในอ้อมกอดหลอมรวมกันจนเขาขาดความยับยั้งชั่งใจ
"เราต้องคุยกันรินรดา... เธอไม่มีสิทธิ์ทำเป็นไม่รู้จักฉัน!"
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่เขาคิด แต่กลับค่อยๆ หันกลับมามองมือหนาที่กำข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแววตาสมเพชระคนเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากของเธอกรีดแทงใจเขาอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของธามินทร์พังทลายลงในพริบตา
"ปล่อยมือสกปรกของคุณจากตัวฉันซะ... ก่อนที่ฉันจะเรียกบอดี้การ์ดมาโยนหัวหน้าหมาอย่างคุณออกไปจากงานของ *'สามีใหม่'* ของฉันค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
เศษเสี้ยวราคาของหยดน้ำตาที่ไม่มีวันหวนคืน•ตอนที่ 1
รอยร้าวที่ฝังลึก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวราคาของหยดน้ำตาที่ไม่มีวันหวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
