กลิ่นอับชื้นของตำราเก่าและคราบหมึกจีนราคาถูกลอยตลบอบอวลอยู่ในหออัคคี—สถานที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นมุมอับที่สุดของสำนักศึกษาหลวง ปลายพู่กันในมือของหลี่จวินสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บของฤดูเหมันต์ที่กำลังคืบคลาน แต่เป็นเพราะรอยรองเท้าบูทหนังปักลายหรูหราที่เหยียบย่ำลงบนกระดาษร่างบทความสอบเคอ쥐ของเขาจนแหลกละเอียดคราบโคลน
"บัณฑิตไร้รากเช่นเจ้า ยังกล้าอาจหาญส่งเทียบเข้าสอบคัดเลือกขั้นสูงอีกหรือ หลี่จวิน?"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจาก ‘ฟางอี้’ คุณชายรองแห่งตระกูลฟาง ผู้มีเส้นสายหนาแน่นในสำนักศึกษาและพลังปราณระดับก่อเกิดขั้นสาม ร่างสูงโปร่งในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับสมุนรับใช้สองคนที่ช่วยกันตรึงร่างผอมบางของหลี่จวินไว้กับชั้นวางตำราไม้แกะสลัก
หลี่จวินไม่ได้ดิ้นรน เขารู้ดีว่าแรงกายของบัณฑิตตกอับที่ไม่มีแม้แต่หินวิญญาณไว้หล่อเลี้ยงเส้นชีพจร ย่อมไม่อาจต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ได้ ปลายนิ้วเรียวยาวที่เปื้อนหมึกกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดซึมออกมาผสมกับหมึกดำกลายเป็นหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้น
"ข้าเพียง... ทำตามกฎของสำนัก ที่เปิดรับผู้มีความสามารถโดยไม่จำกัดฐานะ" หลี่จวินเงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์คู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยประกายความเย็นชาเฉียบคมที่ทำให้ฟางอี้ชะงักไปชั่วขณะ
"ความสามารถ? เจ้ามีค่าอันใดนอกจากความจน!" ฟางอี้แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน ก่อนจะคว้าขวดโอสถทิพย์ระดับต่ำที่หลี่จวินเก็บหอมรอมริบซื้อมาเพื่อใช้ฟื้นฟูพลังสมองในการท่องตำรา "ของไร้ค่าเช่นนี้ เหมาะสมกับคนไร้ค่าเช่นเจ้าดีนี่... เอาไปกินให้หมด!"
ว่าแล้วฟางอี้ก็กระชากจุกขวดออก บังคับกรอกของเหลวสีเขียวขุ่นที่มีกลิ่นฉุนกึกเข้าลำคอของหลี่จวิน โอสถทิพย์ปลอมแปลงราคาถูกที่เจือปนด้วยพิษร้อนแรงแผดเผาหลอดลมของเขาจนราวกับถูกไฟสุม หลี่จวินสำลักออกมาเป็นลิ่มเลือด ใบหน้าขาวซีดบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ความร้อนพุ่งพล่านทำลายเส้นชีพจรที่เปราะบางอยู่แล้วให้แตกละเอียดทีละเส้น
"ปล่อยเขา..."
เสียงเรียบเฉยเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นวางตำรา หญิงสาวในชุดสาวใช้สีเทามอมแมมก้าวออกมา นางคือมู่หลาน แม้จะอยู่ในคราบคนรับใช้ แต่แผ่นหลังนั้นตั้งตรงสง่างามราวกับสนกลางเหมันต์ ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองฟางอี้ด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ราวกับกำลังมองดูซากศพเดินได้
"หึ สาวใช้ชั้นต่ำ กล้าสอดปากเรื่องของนายหรือ!" ฟางอี้หันไปถลึงตาใส่ "สั่งสอนนางให้รู้จักที่ต่ำที่สูง!"
สมุนร่างใหญ่สองคนพุ่งเข้าหามู่หลานทันที แต่เพียงพริบตาเดียว เสียงกระดูกหักพร้อมร่างของสมุนทั้งสองที่ลอยละลิ่วไปกระแทกกับชั้นหนังสือก็ดังขึ้นพร้อมกัน มู่หลานขยับตัวเพียงเล็กน้อย ปราณกระบี่ที่บริสุทธิ์และกดดันแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น
ฟางอี้หน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว "ทะ... หรือว่าเจ้าไม่ใช่สาวใช้ธรรมดา..."
"ไสหัวไป ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจไม่ไว้ชีวิตพวกเจ้า" มู่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักคำพูดกลับทรงพลังดั่งภูเขา
เมื่อกลุ่มของฟางอี้วิ่งหนีหายลับไปในความมืด มู่หลานจึงหันกลับมามองหลี่จวินที่นอนกุมหน้าอก หายใจรวยรินอยู่บนพื้นกองขี้เลื่อย นางย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วแตะที่ชีพจรที่เต้นอ่อนแรงของเขา ขมวดคิ้วมุ่น "พิษอัคคีโลกันต์... ร่างกายนี้พังทลายสิ้นเชิงแล้ว แม้แต่เซียนโอสถในตำนานก็คงยากจะยื้อชีวิต"
หลี่จวินกระอักเลือดออกมาอีกคำโต สติของเขาพร่าเลือน ความแค้น ความคับแค้นใจ และความอยุติธรรมที่ได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมาประเดประดอนเข้ามาในห้วงคำนึง *นี่คือจุดจบของบัณฑิตผู้โง่เขลาอย่างนั้นหรือ...*
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมด เสียงใสราวกระดิ่งเงินก็ดังขึ้นก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของเขา—ไม่ใช่เสียงภายนอก แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศของห้วงสำนึก
[ติ๊ง! ตรวจพบชีพจรใกล้ดับสูญ... เงื่อนไขการเปิดใช้งาน ‘ระบบตำราโอสถบรรพกาล’ ผ่านสมบูรณ์]
[ระบบกำลังทำการปรับแต่งโครงสร้างร่างกายใหม่: ทำลายเส้นชีพจรเก่าที่พิการ — สำเร็จ!]
[ระบบกำลังหลอมรวม 'ตำราโอสถเก้าสวรรค์' เข้ากับวิญญาณของโฮสต์...]
[เริ่มกระบวนการชำระล้างร่างกายด้วยโอสถอมตะระดับบรรพกาล... 1%... 50%... 100%]
ความเจ็บปวดจากการถูกเผาไหม้เมื่อครู่เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกราวกับร่างกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบขึ้นใหม่ หลี่จวินอ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับเบิกโพลงขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมกับประกายแสงสีทองอร่ามที่ส่องประกายวาววับออกมาจากม่านตาของเขา
มู่หลานที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างกายพลันสะดุ้งสุดตัว นางผุกรุกถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกตะลึง ปราณมังกรบริสุทธิ์ที่ระเบิดออกมาจากร่างของหลี่จวินเมื่อครู่... มันเป็นพลังงานระดับที่นางไม่เคยพบเห็นแม้แต่ในสำนักใหญ่ของดินแดนเซียน!
หลี่จวินค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บปวดหายเป็นปลิดทิ้ง ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ คัมภีร์โบราณสีทองเล่มมหึมาที่กำลังลอยหมุนวนอยู่เบื้องหน้าสายตาของเขา พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ปรากฏข้อความระยิบระยับ
**[ภารกิจหลักบทที่ 1: "ก้าวแรกแห่งเซียนโอสถ" - จงปรุงโอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณระดับปฐพีด้วยมือเปล่าภายใน 1 ชั่วยาม มิฉะนั้นวิญญาณจะสลาย]**
**[ของรางวัล: ทักษะเนตรโอสถบรรพกาล และหินวิญญาณบริสุทธิ์ 100 ก้อน]**
หลี่จวินก้มมองมือของตนเองที่ตอนนี้เต็มไปด้วยหยดเหงื่อใสสะอาด รอยยิ้มเยียบเย็นและทรงอำนาจปรากฏขึ้นที่มุมปากของบัณฑิตผู้เคยตกอับ... โลกใบนี้ติดหนี้ความตายแก่เขา และบัดนี้ ถึงเวลาทวงคืนทีละต้นทุนแล้ว
....................................................................................................
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดประตูสู่เส้นทางเซียนไปพร้อมกับหลี่จวินนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบการเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ค่ะ! — ดอกโบตั๋นพันปี
เซียนโอสถฝึกหัดกับภารกิจกู้ชีพอาณาจักรที่ล่มสลาย•ตอนที่ 1
บัณฑิตตกอับกับเสียงแจ้งเตือนปริศนา
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถฝึกหัดกับภารกิจกู้ชีพอาณาจักรที่ล่มสลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
