“โปรเจกต์นี้ต้องการ ‘ศิลปะ’ ที่มีชีวิต ไม่ใช่ ‘แท่งปูน’ ที่สร้างขึ้นเพื่อกักขังจินตนาการของมนุษย์ครับ”
เสียงหวานทว่าเฉียบขาดของ ‘ริน’ ดังขึ้นกลางห้องประชุมที่เงียบกริบ แรงกระแทกของฝ่ามือบางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวไม่ได้ดังสนั่น แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงความอดทนของคนนั่งหัวโต๊ะอย่าง ‘อาคิน’ ได้อย่างอยู่หมัด
สถาปนิกหนุ่มเจ้าของฉายา ‘น้ำแข็งพันปี’ ค่อยๆ วางปากกามาร์กเกอร์ในมือลง ช้าๆ ทว่าทุกจังหวะการเคลื่อนไหวกลับเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมดูเบาบางลงจนน่าอึดอัด เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวขึ้นมองคนตรงข้ามด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“ศิลปะที่ว่านั่น... คือการที่คุณพยายามยัดเยียดไอเดียเครื่องประดับชิ้นกระจิดริดเข้ามาในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการระดับหมื่นล้านเนี่ยนะ?” อาคินเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความจิกกัดที่บาดลึกถึงกระดูก “คุณรินครับ ผมว่าคุณควรแยกให้ออกระหว่าง ‘งานอดิเรกในสตูดิโอ’ กับ ‘งานสถาปัตยกรรมระดับเมกะโปรเจกต์’ ก่อนจะเสนออะไรที่ดูไร้รสนิยมแบบนี้ออกมา”
รินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงจ้องตอบอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมลดละ ความมั่นใจของเขาสะท้อนผ่านรอยยิ้มมุมปากที่ดูท้าทาย
“ไร้รสนิยม? หึ คุณอาคินครับ คนที่ออกแบบตึกออกมาเหมือน ‘กล่องใส่ศพ’ อย่างคุณ มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์งานของผมครับ? ดีไซน์ของคุณมันเนี้ยบจนน่าอึดอัด มันไม่มีพื้นที่ให้คนได้หายใจ... มันตายตั้งแต่วางร่างโครงสร้างแล้วครับ”
“คุณริน!” ผู้ช่วยสถาปนิกข้างกายอาคินร้องเตือนเสียงหลง แต่เจ้าตัวกลับยกมือขึ้นปรามไว้ ดวงตาของอาคินเริ่มวาวโรจน์ด้วยความขุ่นมัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่เหนือกว่าของอาคินทำให้รินต้องเงยหน้าขึ้นมอง แต่กระนั้นร่างเล็กก็ไม่ได้ถอยห่างแม้แต่นิ้วเดียว กลับกัน รินขยับตัวโน้มไปข้างหน้า ประจันหน้ากับคนตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำวิจารณ์เรื่องงานของผมจากคนที่มองไม่เห็นคุณค่าของรายละเอียดครับ” รินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่กังวาน “ถ้าคุณมองว่าแบบของผมมันทำให้ตึกของคุณพังทลาย นั่นก็เพราะคุณไม่เคยเข้าใจว่าหัวใจของการออกแบบคือ ‘ความรู้สึกของผู้คน’ ไม่ใช่ ‘อีโก้ของคุณ’”
“ความรู้สึกเหรอ?” อาคินก้าวเข้ามาประชิด ระยะห่างที่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้รินได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวไม้สนที่ให้ความรู้สึกเย็นเยียบและเย้ายวนในคราวเดียวกัน “โลกธุรกิจไม่มีพื้นที่ให้คนใช้อารมณ์ตัดสิน ถ้าคุณอยากทำอะไรที่มันฟูฟ่องสวยงามไปวันๆ ผมแนะนำให้คุณไปเปิดร้านขายของกุ๊กกิ๊กที่สยาม อย่าเอาความเพ้อฝันของคุณมาทำให้งานที่ผมทำมาเป็นแรมปีต้องแปดเปื้อน”
สิ้นคำนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องประชุมราวกับถูกแช่แข็ง รินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่หลังมือ ความโกรธปะทุขึ้นในอกจนหายใจติดขัด เขาไม่เคยเจอกับใครที่ ‘ปากร้าย’ และ ‘หัวแข็ง’ ได้เท่านี้มาก่อน ทั้งที่อยากจะซัดหน้าคนหล่อๆ ตรงหน้าให้เสียโฉม แต่ลึกๆ ในใจที่เขาไม่อยากยอมรับ... แรงกดดันจากอาคินกลับทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างประหลาด
“งั้นเรามาเดิมพันกันไหมครับ” รินกระซิบ ท้าทายด้วยสายตาที่ลุกโชน “ถ้าแบบของผมทำให้ลูกค้าประทับใจจนคุณต้องยอมจำนน คุณจะต้องยอมรับในวิสัยทัศน์ของผม และเลิกทำหน้าบูดเหมือนอมขี้ตลอดเวลาที่เราต้องร่วมงานกัน”
อาคินเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาคมวูบไหวราวกับเสือที่เจอเหยื่อน่าสนใจ เขาโน้มตัวลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงโหนกแก้มของริน ทำให้คนถูกรุกถึงกับชะงักไปครู่ใหญ่
“แล้วถ้าผมชนะล่ะครับ คุณจะยอมถอดหัวโขนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนั่น แล้วก้มหัวให้ผมในฐานะลูกน้อง... หรือจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อแลกกับโอกาสในการทำโปรเจกต์นี้ต่อดีล่ะ?”
“คุณมัน...” รินพยายามจะสวนกลับ แต่คำพูดก็กลืนหายไปในลำคอเมื่อจู่ๆ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับเสียงของเลขาฯ หน้าห้องที่ดูตื่นตระหนก
“คุณอาคินครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ... แบบพิมพ์เขียวชุดสุดท้ายของโครงการถูกแจ้งว่าสูญหาย และตอนนี้มีบุคคลปริศนาส่งอีเมลขู่กรรโชกมาถึงบริษัทเราแล้วครับ!”
อาคินผละออกจากรินทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูใจเย็นกลับกลายเป็นเย็นยะเยือกในเสี้ยววินาที รินที่ยังยืนงงอยู่กับสถานการณ์เบื้องหน้ามองเห็นแววตาของอาคินเปลี่ยนไป... ไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความกังวลที่พยายามซ่อนเร้นไว้ และที่น่าตกใจที่สุด คือมือหนาของอาคินที่เอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน
“อย่าเพิ่งไปไหน” อาคินสั่งเสียงต่ำ ก่อนจะเหลือบมองรอยแดงที่ข้อมือของรินที่เขาเพิ่งเผลอบีบแรงเกินไป “ถ้าไม่อยากโดนลูกหลงจากเรื่องนี้ ก็อยู่ในสายตาผมซะ... ริน”
รินเบิกตากว้างเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความนัยลึกซึ้งของคนตรงหน้า นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องงานแล้ว... ราวกับว่าความลับบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีที่เขาทั้งสองกำลังจะเปิดศึก
ขอบพระคุณที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์อันแสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยประกายไฟของคู่นี้นะครับ
มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เซฟโซนของผมไม่ใช่คนปากร้าย•ตอนที่ 1
ศึกออกแบบปะทะสถาปนิก
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
