กลิ่นไวน์วินเทจราคาแพงระยับเคล้าคลอไปกับเสียงกระซิบกระซาบของเหล่าเซเลบริตี้ระดับแนวหน้าในห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ‘Aethel’s Gallery’ คืนนี้ คินน์ อัครเดโช ยืนสง่นิ่งอยู่เบื้องหลังความเรืองรองของสปอนเซอร์หลัก ร่างสูงสง่าในสูทสั่งตัดเข้ารูปปักป้ายแบรนด์ดังระดับโลกทอดสายตามองไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นใจในอำนาจเงินตรา บัดนี้กลับฉายแววความเหนื่อยล้าที่แม้แต่แสงไฟนีออนสลัวก็ไม่อาจกลบเกลื่อนได้
สามปีเต็ม... นับตั้งแต่วันที่เขาจรดปากกาเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย ผลักไสผู้หญิงคนเดียวที่ยอมอยู่เคียงข้างเขาในวันที่ตระกูลอัครเดโชเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว ให้เดินออกไปจากคฤหาสน์หินอ่อนด้วยความชอกช้ำระกำใจ คินน์คิดมาตลอดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง... ซื้อความสุข ซื้อความสะดวกสบาย และกระทั่งซื้อความภักดี แต่เขากลับเพิ่งตระหนักในวันที่สายเกินไปว่า มันซื้อหัวใจที่แตกสลายกลับคืนมาไม่ได้
"คุณคินน์คะ ทางแกลเลอรีแจ้งว่า ภัณฑารักษ์คนเก่งของเราพร้อมสำหรับการเปิดตัวนิทรรศการในอีกห้านาทีนี้ค่ะ" เสียงเลขาฯ สาวกระซิบเตือนเบาๆ แต่คินน์ไม่ได้ยินมันเสียแล้ว เมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างระหงที่ก้าวออกมาจากหลังม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู
ลลินดา...
เธอเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้... อดีตภรรยาผู้เคยเงียบขรึม เจียมเนื้อเจียมตัว และร้องไห้อยู่หลังบานประตูห้องนอนทุกค่ำคืน บัดนี้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทเปิดแผ่นหลังเนียนละเอียด ขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงที่เย้ายวนและสง่างามในคราวเดียวกัน เรือนผมสีดำขลับถูกรวบเก็บไว้เป็นมวยสูงเผยให้เห็นลำคอระหงและเรียวปากที่เคลือบลินปาสติกสีแดงก่ำ ดั่งกุหลาบงามที่มีหนามแหลมคมพร้อมจะทิ่มแทงทุกคนที่บังAอาจเข้าใกล้
ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ้อนวอนขอความรักจากเขา บัดนี้เรียบนิ่ง เย็นชา และทรงพลังราวกับราชสีห์ที่มองเหยื่อ ลลินดากวาดสายตากวาดต้อนผู้คนในงาน ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะหยุดนิ่ง... และปะทะเข้ากับร่างสูงของเขาที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่แถวหน้า
อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบหายไปในเสี้ยววินาที
คินน์รู้สึกราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุกแน่น หน้าอกข้างซ้ายไหววูบอย่างรุนแรง หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความทรงจำเก่าๆ กรูเข้ามาในสมอง ภาพน้ำตาของเธอในวันที่เขาไล่เธอออกจากบ้าน ภาพกระดาษแผ่นบางที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำตา และคำพูดสุดท้ายของเธอที่ยังคงก้องกังวานในโสตประสาท
*‘จำไว้เถอะค่ะคุณคินน์... วันที่คุณสำนึกได้ว่าคุณต้องการฉันมากแค่ไหน วันนั้นคุณจะไม่หลงเหลือใครแม้แต่เงาของตัวเอง’*
"ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่นิทรรศการ ‘Echoes of Solitude’ ค่ะ" น้ำเสียงนุ่มนวล ทรงเสน่ห์ และสะกดทุกสายตาเอ่ยขึ้นผ่านไมโครโฟน ลลินดายิ้มให้แขกเหรื่อด้วยรอยยิ้มที่เป็นมืออาชีพ ทว่าทันทีที่สายตาของเธอกวาดมาสบกับคินน์อีกครั้ง รอยยิ้มนั้นก็จางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่ามีดกรีด
คินน์ก้าวเท้าออกไปโดยไม่รู้ตัว เขาก้าวผ่านฝูงชนอย่างไร้ความหมาย เป้าหมายเดียวในหัวใจที่ด้านชาคือการได้เข้าใกล้ผู้หญิงคนนี้ให้มากที่สุด ได้พิสูจน์ว่าเธอไม่ใช่ภาพหลอนที่เกิดจากความสำนึกผิดของตัวเอง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ ร่างสูงโปรดของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างถือวิสาสะ
"ยินดีด้วยนะครับ คุณลินดา นิทรรศการครั้งนี้ยอดเยี่ยมมาก สมกับที่ผมทุ่มทุนสนับสนุนเบื้องหลัง" ธาม อัครเดชาภัทร คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของคินน์แย้มยิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมกับเอื้อมมือไปโอบเอวคอดกิ่วของลลินดาอย่างสนิทสนมเกินกว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจทั่วไป
ภาพนั้นทำให้คินน์รู้สึกเหมือนมีไฟแผดเผาขึ้นกลางอก เลือดในกายเดือดพล่านจนมือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อปูดโปน ธาม... ผู้ชายที่จ้องจะฮุบทุกอย่างที่เป็นของเขา ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยใช้คำว่า ‘ภรรยา’ ร่วมกัน
ลลินดาไม่เพียงแต่ไม่ปฏิเสธสัมผัสนั้น เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาธาม พร้อมกับคลี่ยิ้มหวานหยดที่คินน์ไม่เคยได้รับมันมานานนับปี รอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งให้แหลกละเอียดคามือ
"ขอบคุณค่ะคุณธาม... ถ้าไม่ได้คุณคอยสนับสนุนและดูแลลินดาอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก งานนี้คงไม่ออกมาสมบูรณ์แบบขนาดนี้" น้ำเสียงของลลินดาหวานเชื่อม ทว่าจงใจปล่อยให้คำว่า ‘ดูแลอย่างใกล้ชิด’ ดังพอที่จะทำให้คนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความหึงหวงและโกรธเกรี้ยวจนแทบคลั่ง อำนาจ เงินตรา และชื่อเสียงที่เขามี ไม่สามารถซื้อรอยยิ้มแบบนั้นจากเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว ในสายตาของลลินดาตอนนี้ เขาก็เป็นเพียงแค่นักลงทุนกระเป๋าหนักคนหนึ่ง... ไร้ค่า และไม่หลงเหลือพื้นที่ใดๆ ในใจเธออีกต่อไป
เมื่อช่วงแนะนำนิทรรศการสิ้นสุดลง ผู้คนเริ่มแยกย้ายกันไปชมภาพวาดตามมุมต่างๆ ลลินดาปลีกตัวออกมาจากธามเพื่อเดินตรวจความเรียบร้อยของโซนจัดแสดงภาพด้านในสุด ซึ่งเป็นมุมอับสายตาและค่อนข้างเงียบเชียบ
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวขาเดินต่อไป ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้ด้วยแรงมหาศาล ก่อนจะดึงรั้งเธอเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ศิลปะที่ปิดทึบอย่างไร้ซุ่มเสียง แรงกระชากนั้นทำให้แผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับชั้นวางของเบาๆ แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความระอุของไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของคนที่กักขังเธอไว้
"ปล่อยฉันนะคะ! คุณทำบ้าอะไรของคุณ คินน์!" ลลินดาตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความโกรธ ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตานั้น มีเพียงความรังเกียจและเย้ยหยัน
คินน์ใช้มือข้างหนึ่งยันขอบผนัง กักกันร่างของเธอไว้ในอ้อมแขน ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระชั้นรดรินอยู่ใกล้ชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นไวน์ราคาแพงแผ่ซ่านอยู่รอบตัวเขา ดวงตาคมกริบจดจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำอย่างหิวกระหาย ราวกับคนอดอยากที่พบเจอธารน้ำกลางทะเลทราย
"สนุกมากไหม... ที่ยืนยิ้มให้ไอ้ธามแบบนั้น?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้นและเจ็บปวดระคนกัน "ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครคือสามี... เอ่อ อดีตสามีที่เธอเคยนอนร่วมเตียงด้วยถึงสามปี!"
ลลินดาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชเวทนา จนคินน์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่
"สามีงั้นเหรอคะ?" เธอย้อนถามเสียงเยียบเย็น เชิดหน้าขึ้นท้าทายสายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณลืมไปแล้วหรือไงคะคุณคินน์ ว่าสามีคนนี้เคยไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใยแค่ไหน วันที่คุณหย่ากับฉัน คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ตัวถ่วง... แล้วตอนนี้มีสิทธิ์อะไรมาทวงถามความภักดีจากฉันล่ะคะ?"
คำพูดนั้นกรีดแทงหัวใจของคินน์จนยับเยิน เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ความผิดบาปในอดีตย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม ร่างสูงขยับเข้าประชิดจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ฝ่ามือหนาร้อนผ่าวเลื่อนขึ้นประคองใบหน้ารูปไข่บังคับให้เธอนิ่งมองเขา นิ้วโป้งหยาบกร้านเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่เขาโหยหามาตลอดสามปีด้วยความสั่นเทา
"ฉันรู้ว่าฉันเลว... รู้ว่าฉันทำร้ายเธอไว้มากแค่ไหน ลินดา" เสียงของคินน์อ่อนลง กลายเป็นเสียงกระซิบพร่าเลือนที่เจือความเวทนาและอ้อนวอนอย่างที่ไม่เคยเอ่ยกับใคร "แต่ทุกวินาทีที่ผ่านมา... ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่คิดถึงเธอ ฉันยอมแลกทุกอย่างที่มี... แลกบริษัท แลกเงินทองทั้งหมด เพื่อขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ได้โปรด..."
ลลินดานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่พยายามสร้างกำแพงหนาแน่นขึ้นมาปกป้องตัวเองสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อเห็นแววตาสำนึกผิดและเจ็บปวดอย่างแท้จริงจากผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในโลก แต่วินาทีต่อมา เธอก็สะบัดหน้าหนีสัมผัสนั้นอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคู่สวยกลับมาเย็นชาและแข็งกร้าวอีกครั้ง
"สายไปแล้วค่ะคุณคินน์..." ลลินดากระซิบชิดริมฝีปากเขาด้วยน้ำเสียงที่เชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนแหลละเอียด "ความรู้สึกของฉันมันตายไปตั้งแต่คืนที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันแล้ว... และต่อให้คุณคุกเข่าอ้อนวอนจนตายต่อหน้าฉัน ฉันก็ไม่มีวันกลับไปเป็นผู้หญิงโง่คนเดิมอีกเด็ดขาด!"
สิ้นคำพูดนั้น ลลินดาใช้สองมือผลักอกแกร่งของเขาเต็มแรงจนคินน์เซถอยหลังไปหลายก้าว เธอกำลังจะหมุนตัวเดินหนีออกไปจากห้องอับทึบนี้ แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสองขวบที่วิ่งตามหาเธอก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
"แม่จ๋า! คุณน้าธามบอกว่าให้มาตามแม่ไปทานเค้กช็อกโกแลต... เอ๊ะ? คุณลุงคนนี้เป็นใครเหรอฮะ ทำไมหน้าตาเหมือนคุณพ่อในรูปถ่ายของน้องพายจังเลยล่ะฮะ?"
คินน์ชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อสายตาคมกริบก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้า ถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาออกมาไม่มีผิดเพี้ยน... และดวงตากลมโตคู่นั้น กำลังจ้องมองเขาด้วยความสงสัยใสซื่อ
จากใจนักเขียน "ชฎาพรายไวน์แดง": รี้ดเดอร์คะ... เตรียมรับมือกับพายุอารมณ์ที่จะโหมกระหน่ำในตอนหน้าให้ดีนะคะ เพราะเกมการแก้แค้นนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นค่ะ!
มรสุมพยศ: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 1
หวนคืนสู่รอยร้าว
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมพยศ: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
