กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงและควันซิการ์จาง ๆ ลอยอวลอยู่ในห้องจัดแสดงงานศิลปะใจกลางกรุงเทพมหานคร ค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวของเหล่าไฮโซผู้มีชื่อเสียง แต่คือสมรภูมิขนาดย่อมที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงและตัวเลขเจ็ดหลักบนแผ่นป้ายประมูล
รินรดาปรับสายเดรสเข้ารูปสีมรกตให้เข้าที่ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเบื่อหน่ายเต็มทน เธอคือภัณฑารักษ์มือฉกาจที่ถูกเชิญมาเพื่อให้คำปรึกษาด้านมูลค่าและประวัติศาสตร์ศิลป์ แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงหมาป่าที่จ้องจะขย้ำผลงานศิลปะชิ้นเอกด้วยความไร้รสนิยม
"คุณรินรดาคะ ทางเรากังวลเหลือเกินว่าภาพ 'The Eclipse' ของศิลปินหน้าใหม่คนนั้นจะทำยอดได้ไม่ดีพอ" เสียงแหลมสูงของมินตราดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเคลือบยาพิษ ทายาทแกลเลอรี่คู่แข่งก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับบอดี้สูทลูกไม้สีดำที่พยายามดึงดูดสายตาทุกคู่ในงาน "แถมได้ข่าวว่ามีคนตาดีเห็นคุณไปคลุกคลีกับเขานานสองนาน... สงสัยรสนิยมของคุณจะเริ่มเปลี่ยนไปชอบของดิบ ๆ เถื่อน ๆ แล้วสินะคะ"
รินรดาไม่แม้แต่จะหันไปมองเต็มตา เธอเพียงแค่ยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบรสชาติฝาดเฝื่อนบนปลายลิ้น ปรายตามองคู่สนทนาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ถ้าคุณมินตราใช้เวลาว่างจากการนินทาคนอื่น ไปศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะสักนิด คุณก็จะรู้ว่างานระดับมาสเตอร์พีซมักเริ่มต้นจากความดิบเถื่อนเสมอค่ะ... อ้อ แต่เข้าใจนะคะว่าสมองบางคนอาจจะประมวลผลไม่ทันความลึกซึ้งระดับนั้น"
รอยยิ้มบนใบหน้าของมินตรากระตุกวูบ ทว่ายังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้สวนกลับ เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังก็แทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวงสนทนา
"พูดได้ดีนี่ครับ... แต่บางที 'ความลึกซึ้ง' ที่คุณพูดถึง อาจจะเป็นแค่การพยายามยกย่องขยะให้กลายเป็นทองคำ เพื่อสร้างเรumes ให้ตัวเองดูแพงขึ้นมาเท่านั้นเอง"
รินรดากลั้นหายใจไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเข้มข้นของผู้ชายคนนั้นที่ลอยเข้ามาแตะจมูก ธันวา... เจ้าของสตูดิโอศิลปะไฮเอนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและอุดมการณ์ที่แสนจะน่ารำคาญ ยืนกอดอกมองเธออยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าว แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย
เธอกวาดสายตามองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า สูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตรับกับไหล่กว้างและท่าทางเย่อหยิ่งที่ใครเห็นก็หมั่นไส้ รินรดาวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ รอยยิ้มมั่นใจถูกจุดขึ้นที่ริมฝีปากสีแดงก่ำ
"อ๋อ คุณธันวา ผู้ชายที่มองศิลปะด้วยสายตาธุรกิจจนตาบอดสีไปหมดแล้วสินะคะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกพยางค์ "ถ้าคุณคิดว่าผลงานของศิลปินคนนี้เป็นแค่ขยะ คุณคงไม่มีปัญญาพินิจพิเคราะห์ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่หลังฝีแปรงพวกนั้นหรอกค่ะ เพราะในหัวคุณมีแต่ตัวเลขกำไรขาดทุน... น่าสงสารนะคะ เกิดเป็นคนทั้งที เสพสุนทรียะได้ตื้นเขินยิ่งกว่ากะลาอ่างปลาทอง"
เสียงฮือฮาเบา ๆ ดังขึ้นรอบตัว แขกเหรื่อเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการปะทะคารมของสองผู้ทรงอิทธิพลในวงการศิลปะ มินตราที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มกริ่มอย่างสะใจ รอเวลาที่ทั้งคู่จะฟาดฟันกันให้แหลقคามือ
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกวาดมองใบหน้าเชิ่ดรั้นของหญิงสาวตรงหน้า ความโกรธเจือความขบขันฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่นั้น เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นลมหายใจอุ่น ๆ
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนี่ครับ รินรดา" ธันวาโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่มีเพียงเราสองคนได้ยิน "แต่ระวังเถอะครับ... ปากที่เอาแต่เถียงฉอด ๆ แบบนี้ วันหนึ่งอาจจะต้องเอาไว้ใช้ครางชื่อผมแทนคำด่า"
ดวงตากลมโตของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับคำพูดที่ไร้ความเกรงใจนั้น เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
เธอยกยิ้มมุมปาก สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา ก่อนจะเอียงคอมองเขาด้วยสายตาท้าทายไม่แพ้กัน
"ฝันกลางวันกลางงานประมูลเหรอคะคุณธันวา? ระวังตัวเลขในบัญชีจะร่วงกวาดล้างสตูดิโอของคุณจนเจ๊งเสียก่อนจะมาเพ้อเจ้อเรื่องต่ำ ๆ แบบนี้ดีกว่านะคะ"
ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของหญิงสาว เขาไม่ได้โกรธ กลับมองเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความท้าทายที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
"งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะครับ..." ธันวากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าสั่นประสาท "ถ้าภาพ 'The Eclipse' ชนะการประมูลคืนนี้ด้วยราคาที่คุณอวดอ้าง... คุณต้องยอมมาเป็นที่ปรึกษาให้สตูดิโอของผมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ... ตัวต่อตัว"
รินรดาชะงัก เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำท้าทายบ้าบอนั้น แต่ยังไม่ทันที่เสียงปฏิเสธจะเล็ดลอดผ่านไรฟัน ไฟสปอตไลท์ทั้งห้องโถงก็ดับลงพรืด เหลือเพียงแสงไฟสีนวลที่ส่องลงมากลางเวทีประมูล เสียงทุ้มกังวานของผู้ดำเนินรายการดังขึ้นผ่านไมโครโฟน
"และลำดับถัดไป... ผลงานชิ้นเอกที่ทุกท่านรอคอย 'The Eclipse' โดยศิลปินปริศนา... เปิดราคาประมูลเริ่มต้นที่สิบล้านบาทครับ!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงชั่วขณะ ทุกสายตาพุ่งตรงไปยังภาพวาดผืนผ้าใบสีดำสนิทที่มีรอยกรีดสีแดงฉานอยู่ตรงกลางราวกับรอยแผลเป็น
ธันวาผละตัวออกไปเล็กน้อย เขายกมือขึ้นประสานกันที่อก ดวงตาคมกริบยังคงจ้องมองรินรดาไม่วางตา รอยยิ้มมุมปากของเขาลึกล้ำและเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ชวนให้คนมองรู้สึกร้อนรุ่มในอก
รินรดากัดริมฝีปากล่างเบา ๆ หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและระ2แวง เธอยังไม่ทันได้เอ่ยคำตอบรับหรือปฏิเสธคำท้าทายนั้น เสียงปรบมือและเสียงเรียกราคาแรกก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
ทว่า... ท่ามกลางความชุลมุนของการเริ่มเปิดประมูล เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังธันวา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงทันที
"ขอโทษที่มาช้าครับ... พอดีผมพา 'เจ้าของตัวจริง' ของภาพนี้มาด้วย"
ธันวาหันขวับกลับไปมอง ส่วนรินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มผู้มาใหม่ที่ก้าวออกมาจากเงาสลัว... คนที่เธอคิดว่าไม่มีวันเหยียบย่างเข้ามาในงานนี้เด็ดขาด!
ขอบคุณที่แวะมาอ่านตอนแรกด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์สายฟาด•ตอนที่ 1
ศิลปะกับคนปากเสีย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดามคิวเรเตอร์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
