คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับนายทหารผู้เย็นชา•ตอนที่ 1

วิญญาณสลับร่างในกระท่อมผุพัง

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อหนาๆ ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถงคับแคบ กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและฟางข้าวเก่าๆ ตีเข้าจมูกจนชวนคลื่นไส้ แต่สิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่าคือความชาแปลบที่แล่นพล่านไปทั่วซีกแก้มด้านซ้าย หลินฟางเซียนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความมืดมัวที่บังตา ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอราวกับใบไม้แห้งที่พร้อมจะปลิวไปตามลม แต่จิตวิญญาณภายในกลับเป็นของศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ผ่านการยื้อชีวิตคนไข้มานับไม่ถ้วนบนโต๊ะผ่าตัด "นังตัวดี! แกยังกล้าทำหน้าตาเหม่อลอยใส่ฉันอีกหรือ? ข้าวในหม้อมีแค่ก้นหม้อ แต่ปากของคนในบ้านนี้มีตั้งกี่ปาก แกคิดจะให้พวกเราอดตายกันหมดหรือไง ถึงได้แอบซ่อนแป้งสาลีไว้ในห้องใต้หลังคา!" เสียงแหลมสูงบาดหูของ 'สะใภ้ใหญ่จาง' พี่สะใภ้จอมเคี่ยวแผดลั่นจนแก้วหูแทบแตก หล่อนยืนเท้าสะเอว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ชุดผ้าฝ้ายสีหม่นเก่าจนซีดขาดวิ่นตรงข้อศอก ยิ่งขับเน้นความยากจนข้นแค้นและจิตใจอันคับแคบของคนบ้านนี้ให้เด่นชัดขึ้น ฟางเซียนยกมือขึ้นแตะแก้มที่บวมเป่ง ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว ร่างเพรียวบางเซถอยหลังไปชนกับชั้นไม้ไผ่เก่าๆ จนข้าวของบนนั้นสั่นไหว ความทรงจำที่กระจัดกระจายราวกับเศษกระจกแตกค่อยๆ ไหลทะลักเข้ามาในสมอง—นี่เธอกำลังเผชิญกับการทะลุมิติมาอยู่ในประเทศจีนยุค 1970 ยุคสมัยแห่งความขาดแคลน ตั๋วปันส่วน และการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกันกับเธอ เป็นเพียงเด็กสาววัยสิบแปดปีที่ถูกรับมาเป็นลูกเลี้ยงเพื่อใช้แรงงานในครอบครัวสกุลหลินแห่งหมู่บ้านชายแดนอันทุรกันดาร ถูกกดขี่โขกสับราวกับทาสในเรือนเบี้ย วันๆ ได้กินเพียงน้ำต้มผักจางๆ จนร่างกายผอมโซและตรอมใจตายคาเตียง ก่อนที่วิญญาณจากโลกอนาคตจะเข้ามาแทนที่ "ฉันไม่ได้ซ่อน..." ฟางเซียนเปล่งเสียงออกมาด้วยน้ำแหบแห้ง แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อร้าย "ยังจะปากแข็งอีก!" สะใภ้ใหญ่จางพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าผมของเธออีกรอบ หล่อนเกลียดนักท่าทางที่ดูฉลาดเป็นกรดและนิ่งสงบเกินวัยของนังเด็กนี่ มันทำให้หล่อนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่เง่า แต่ทว่า... มือที่พุ่งเข้ามากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า! ฟางเซียนเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วดุจปลาไหล สะใภ้ใหญ่จางที่ออกแรงเหวี่ยงมากเกินไปจึงเสียหลัก ถลาไปชนเข้ากับโต๊ะไม้เก่าเสียงดังโครมใหญ่ ชามกระเบื้องบิ่นตกลงมาแตกกระจาย "โอ๊ย! นังตัวดี แกกล้าหลบฉันรึ!" สะใภ้ใหญ่แผดเสียงกรี๊ดด้วยความเจ็บปวดและอับอาย ขณะก้นกระแทกพื้นดินแAล้งโวยวายลั่นบ้าน "พ่อแม่พี่น้อง! มาดูเร้ว! นังลูกเนรคุณคนนี้มันกล้าทำร้ายพี่สะใภ้ มันไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว!" เสียงเอะอะโهاกฮากทำให้สมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวสกุลหลินวิ่งกรูเข้ามาในห้องโถงทันที 'หลินเฉิง' ผู้เป็นลุงและหัวหน้าครอบครัวใบหน้าบูดบึ้ง ดวงตาหรี่เล็กมองมาที่ฟางเซียนด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ ส่วน 'ป้าสะใภ้รอง' ก็รีบเข้ามาประคองสะใภ้ใหญ่พร้อมกับส่งเสียงด่าทอผสมโรงทันทีโดยไม่ถามไถ่ความจริงสักคำ บรรยากาศในห้องอึดอัดและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันจากสังคมยุค 70 ที่ผู้ใหญ่มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง และความรุนแรงในครอบครัวที่ถือเป็นเรื่องปกติ ทำให้ชาวบ้านทั่วไปคงได้แต่ก้มหน้ารับกรรมและร้องไห้สะอื้น ทว่า... หลินฟางเซียนไม่ใช่เด็กสาวอ่อนแอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอยืนหยัดเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทางสุขุมเยือกเย็น ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองหน้าคนสกุลหลินทีละคนอย่างพิจารณา ราวกับหมอที่กำลังวินิจฉัยโรคเน่าเฟะที่ต้องตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิตของคนไข้ "บ้านสกุลหลินช่างอบอุ่นเสียจริงนะคะ" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับทรงพลังจนทุกคนชะงักงัน "ข้าวสารในบ้านหมดเกลี้ยงเพราะใครเอาไปขายในตลาดมืดเพื่อซื้อเหล้าให้ลูกชายตัว 10 ขวบกินจนพุงกาง ทุกคนในบ้านรู้อยู่แก่ใจ แต่กลับโยนความผิดให้ฉันที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ไปเกี่ยวหญ้าหมู!" "แก... แกพูดเรื่องอะไร นังเด็กสารเลว!" หลินเฉิงตบโต๊ะปังใหญ่ หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดที่ถูกจี้จุดดำมืด "ฉันพูดความจริงอย่างไรล่ะคะ" ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แววตาคมกริบกดดันจนคนเป็นลุงต้องเผลอถอยหลัง "ถ้าอยากให้ฉันอยู่ที่นี่ต่อเพื่อเป็นวัวเป็นควายให้พวกท่านใช้งาน ก็เลิกเล่นละครตบตาแล้วส่งตั๋วแป้งกับตั๋วเนื้อของฉันคืนมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้น... ฉันจะไปบอกหัวหน้าคอมมูนว่าบ้านสกุลหลินแอบซ่อนทรัพย์สินและค้าขายผิดกฎหมาย!" คำว่า 'ตลาดมืด' และ 'คอมมูน' ในยุคนี้เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายล้างตระกูลใดก็ได้ให้กลายเป็นคนยากจนข้นแค้นหรือถูกส่งไปใช้แรงงานในค่ายดัดสันดาน ทันทีที่คำนี้หลุดจากปากของฟางเซียน สีหน้าของทุกคนในบ้านสกุลหลินก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษทันที สะใภ้ใหญ่จางที่กำลังโวยวายถึงกับอ้าปากค้าง ลืมความเจ็บที่สะโพกไปสนิท ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว นังเด็กนี่มันไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าขู่พวกเขากลางบ้านเช่นนี้! ฟางเซียนลอบยิ้มเยาะในใจ การจัดการคนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง แค่ใช้จุดอ่อนและความกลัวก็เพียงพอแล้ว แต่มิติวิเศษในห้วงสำนึกของเธอกำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ ยาหอมสมุนไพรโบราณและเครื่องมือแพทย์ล้ำค่าที่ติดตัวมาด้วยกำลังเรียกร้องให้เธอปลีกตัวออกไปตั้งหลัก ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เสียงเคาะประตูกระท่อมไม้ไผ่หน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นและทรงพลัง ตามมาด้วยเสียงทุบประตูดังปึงปัง "เปิดประตู! ทางการมาตรวจสอบการเกณฑ์ทหารและสำมะโนประชากร!" เสียงทุบประตูนั้นไม่ได้ทำให้คนสกุลหลินตกใจเท่ากับน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก—เสียงของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและเด็ดขาดที่สุดในอำเภอชายแดนแห่งนี้ 'จ้าวเหว่ย' นายทหารหนุ่มผู้เพิ่งกลับจากแนวหน้า! ฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อหันไปมองทางประตูกระท่อม ขณะที่คนสกุลหลินหน้าซีดตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม เพราะการมาเยือนของนายทหารผู้นี้ไม่เคยนำข่าวดีมาให้เลยสักครั้ง! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งหมู่บ้านชายแดนกับนายทหารผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%