เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้าตายที่ใจดีแค่กับแมว•ตอนที่ 1

รีวิวพังจนร้านพัง

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ถ้าพายชิ้นนี้มีวิญญาณ มันคงกำลังร้องไห้ฟ้องศาลโลกข้อหาฆาตกรรมวัตถุดิบค่ะ" นิ้วเรียวสวยที่สวมแหวนเงินดีไซน์เก๋เคาะลงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่ปลายนิ้วนั้นจะกดปุ่มสีแดงแรงฤทธิ์เพื่อส่งวิดีโอความยาวสามนาทีเต็มสู่อินเทอร์เน็ต เรน หรือ รินรดา อินฟลูเอนเซอร์สายรีวิวอาหารผู้มียอดผู้ติดตามทะลุหลักล้าน เอนหลังพิงพนักโซฟาตัวนุ่มด้วยรอยยิ้มพึงใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสะใจเล็กๆ ในฐานะคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับการลิ้มรสอาหารมาครึ่งค่อนชีวิต เรนไม่เคยใจร้ายกับร้านไหนเท่านี้มาก่อน... ไม่สิ ต้องบอกว่าร้าน 'La Maison de Pite' ของเชฟสาวดาวรุ่งพุ่งแรงคนนั้นสมควรได้รับแล้วต่างหาก พายแอปเปิ้ลคาราเมลที่ร่ำลือกันนักหนาว่าละมุนลิ้นดั่งปุยเมฆ กลับแข็งโป๊กราวกับก้อนอิฐที่ตากแดดมาสามเดือน แถมรสชาติยังหวานจนแสบไส้ ตัดสินจากราคาชิ้นละสามร้อยบาท มันคือการปล้นกันกลางวันแสกๆ ชัดๆ! "อย่าหาว่าใจร้ายเลยนะคะเชฟพาย ก็คุณเล่นมั่นหน้าประกาศกร้าวในนิตยสารเล่มล่าสุดว่าตัวเองคือราชินีแห่งขนมหวานนี่นา เรนก็แค่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ผู้บริโภคตาดำๆ ที่กระเป๋าฉีกเพราะความอวยเท่านั้นเอง" เธอยิ้มเยาะให้กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้ยอดวิวเริ่มกระโดดขึ้นหลักหมื่นอย่างรวดเร็ว โลกโซเชียลเป็นดินแดนที่ไร้ความปรานี และเรนก็คือนักรบแถวหน้าที่รู้ดีว่าปุ่ม 'โพสต์' มีพลังทำลายล้างสูงแค่ไหน แต่เธอกลืมคิดไปว่า... แรงเหวี่ยงของมันมักจะซัดกลับมาแรงเสมอ ผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมง โลกออนไลน์ก็เกิดอาการสั่นสะเทือนยิ่งกว่าแผ่นดินไหว คอมเมนต์ใต้คลิปพุ่งทะยานจากหลักร้อยเป็นหลักพัน ทัวร์ก(รุง)เทพฯ ขนานแท้กำลังเคลื่อนพลด้วยความเร็วสูง ชื่อของเรนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ (หรือ X) อย่างรวดเร็วด้วยแฮชแท็กดุเดือด #อินฟลูปากแจ๋วกับเชฟหน้าสวย แฟนคลับสายฮาร์ดคอร์ของเชฟพายแห่กันเข้ามาถล่มยับเยิน บางคนบอกว่าเธอลิ้นจระเข้ บางคนถึงขั้นขุดคุ้ยประวัติเก่าๆ มาประจาน เรนเลิกคิ้วสูงขณะกวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้น หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นผสมความหงุดหงิดนิดหน่อย เธอมันพวกพยัคฆ์สาวที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอยู่แล้ว ยิ่งคนรุมด่า เธอก็ยิ่งเชิดใส่ "อะไรกันเนี่ย แค่วิจารณ์ตามเนื้อผ้า ทำไมต้องด่าแรงขนาดนั้นด้วยวะ" เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง คว้าแก้วกาแฟขึ้นจิบแก้กระหาย แต่ยังไม่ทันที่กาแฟจะแตะริมฝีปาก เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นรัวๆ จนเครื่องแทบจะสั่นตกโต๊ะ *Rrrr* ไม่ใช่สายโทรเข้า แต่เป็นการประกาศผ่านเพจหลักของร้าน 'La Maison de Pite' เชฟพาย หรือ ไพลิน เชฟสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ เย็นชา และไม่เคยแคร์สื่อคนนั้น โพสต์ข้อความสั้นๆ แต่คมกริบบาดลึกถึงกระดูกดำ พร้อมรูปถ่ายใบเสร็จและเวลาที่เรนสั่งซื้อ *[ ถึงคุณอินฟลูเอนเซอร์ผู้ทรงอิทธิพล ]* *พายแอปเปิ้ลคาราเมลล็อตที่คุณรีวิว เป็นล็อตทดลองแจกฟรีสำหรับลูกค้าที่มาร่วมงานเปิดตัวเมื่อวานตอนสี่โมงเย็น ซึ่งหมดอายุและถูกเก็บกวาดทิ้งลงถังขยะไปตั้งแต่หกโมงเย็นแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคุณไปคุ้ยมาจากถังขยะหลังร้านอีท่าไหน ถึงเอามาทำเป็นคอนเทนต์เรียกยอดวิวได้อุบาทว์ขนาดนี้ หวังว่าลิ้นของคุณจะยังปกติอยู่ หรือจริงๆ แล้วสมองส่วนที่ใช้คิดมันเสื่อมสภาพไปพร้อมกับมารยาทกันแน่คะ? ด้วยความเคารพ (ที่ไม่ค่อยมีให้) - ไพลิน เชฟประจำร้าน * เงียบกริบ... ห้องนั่งเล่นทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับเป่าสาก เรนอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน สมองประมวลผลคำว่า *'คุ้ยมาจากถังขยะ'* วนซ้ำไปซ้ำมานับสบรอบ *เดี๋ยวนะ! ถังขยะบ้าอะไรล่ะ!* เธอกรอกตาขึ้นฟ้าด้วยความเหลือเชื่อ ภาพเหตุการณ์เมื่อวานผุดขึ้นในหัว ก็ตอนที่เธอเดินไปหลังร้านเพื่อจะตามหาพนักงานมาขอซื้อขนม ดันมีผู้ชายใจดีคนหนึ่ง (ที่หน้าตาเหมือนเด็กส่งของ) ยื่นกล่องพายกล่องนั้นให้แล้วบอกว่า *'อันนี้ผมยกให้ครับ สดๆ ร้อนๆ เลย'* เธอก็เลยรับมาด้วยความซาบซึ้งใจ ใครจะไปรู้เล่าว่าไอ้เด็กนั่นมันเอามาจากกองขยะ! นี่เธอกลายเป็นตัวตลกที่กินขนมจากถังขยะมาวิจารณ์ออกสื่ออย่างนั้นเหรอเนี่ย?! ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาถึงใบ หูอื้ออึงด้วยความอับอายปนความโกรธที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอก ศักดิ์ศรีของอินฟลูเอนเซอร์ระดับท็อปกำลังถูกเหยียบย่ำปู้ยี่ปู้ยำโดยเชฟหน้าตายปากร้ายคนนั้น! "หน่อย... ยัยเชฟน้ำแข็งนี่! กล้าดียังไงมาหาว่าฉันคุ้ยถังขยะ!" เรนกระแทกมือลงบนโต๊ะจนแก้วกาแฟสะเทือน ลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความโมโหจนเลือดขึ้นหน้า ไม่ได้การ... ปล่อยไว้แบบนี้ชื่อเสียงที่เธอสร้างมาหลายปีมีหวังพังไม่เป็นท่า เธอต้องไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง เดี๋ยวนี้! หกโมงเย็นของวันเดียวกัน เรนยืนจังก้าอยู่หน้าร้าน 'La Maison de Pite' ร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวครีมและไม้โอ๊คดูอบอุ่น แต่บรรยากาศรอบตัวเธอนี่สิร้อนระอุราวกับยืนอยู่ปากปล่องภูเขาไฟ ป้ายไฟนีออนหน้าร้านส่องแสงนวลตาตัดกับใบหน้าบึ้งตึงของเธอที่พยายามจัดระเบียบอารมณ์ความโกรธไม่ให้ระเบิดออกมาก่อนเวลาอันควร ผลักประตูเข้าไป เสียงกระดิ่งทองเหลืองก็ดังขึ้นใสๆ *กริ๊ง* กลิ่นหอมกรุ่นของเนยฝรั่งเศสและวานิลลาอบอวลเตะจมูกทันที ปกติแล้วกลิ่นนี้คงทำให้เรนรู้สึกผ่อนคลาย แต่วินาทีนี้มันกลับกระตุ้นต่อมความฉุนเฉียวของเธอให้พุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีก ภายในร้านเงียบสงบเพราะเลยเวลาให้บริการปกติไปแล้ว มีเพียงแสงไฟสลัวจากแชนเดอเลียร์ด้านบนสาดส่องลงมา บริเวณเคาน์เตอร์บาร์เปิดโล่งด้านในสุด มีร่างเพรียระหงของหญิงสาวในชุดเชฟสีขาวสะอาดตา กำลังยืนหันหลังจัดเตรียมวัตถุดิบอยู่ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บเป็นมวยอย่างทะมัดทะแมง เผยให้เห็นลำคอระหงและแผ่นหลังที่ตั้งตรงสง่างามราวกับนางพญาหงส์ "ปิดร้านแล้วค่ะ ถ้าจะมาคุ้ยหาเศษขนมในถังขยะ กรุณาเดินอ้อมไปหลังร้านนะคะ พอดีวันนี้เรายังไม่ได้ทิ้งของเสียด้วยสิ" เสียงหวานใสติดจะเยعหยันดังขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เรนสะดุ้งเฮือก กัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก ยัยเชฟนี่หูตาเป็นสับปะรดหรือยังไง ถึงรู้ว่าเป็นเธอ? "ฉันไม่ได้มาคุ้ยขยะ!" เรนตวาดกลับเสียงดังลั่นร้าน ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดเคาน์เตอร์บาร์ "แล้วก็เลิกเหน็บแนมฉันสักที เชฟไพลิน!" ได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังมาจากอีกฝ่าย ก่อนที่เชฟสาวจะค่อยๆ วางมีดทำครัวลงบนเขียงอย่างใจเย็น แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากันตรงๆ ดวงตากลมโตคมกริบภายใต้ขนตางอนหนาตวัดมองเรนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ความเกรงกลัว แถมยังแฝงแววดูถูกระคนสมเพชเบาๆ ใบหน้ารูปไข่สวยเฉี่ยวไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มมากนัก แต่กลับโดดเด่นสะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับชุดเชฟสีขาว ยิ่งขับให้เธอดูราวกับรูปปั้นน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย "อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณอินฟลูเอนเซอร์สมองกลวงคนนี้นี่เอง" ไพลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเจ็บแสบถึงทรวงใน เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ส่งสายตาเย็นเยียบมาให้ "กล้ามาเหยียบถิ่นฉันถึงที่นี่ มีความสามารถพิเศษอะไรอีกรึเปล่าคะ หรือว่าจะมาขอสูตรพายรสขยะเพิ่ม?" "นี่คุณ!" เรนพุ่งเข้าไปประชิดขอบเคาน์เตอร์ มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บๆ อยู่ตรงกลาง ความโกรธ พะว้าพะวง และความอับอายผสมปนเปกันจนหน้าดำหน้าแดง "ปากดีนักนะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะดิสเครดิตร้านคุณนะยะ ก็ไอ้เด็กส่งของของคุณมันยื่นให้ฉันเอง ฉันเป็นผู้บริโภค ฉันมีสิทธิ์วิจารณ์!" "สิทธิ์วิจารณ์กับความไร้สมองมันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่นะคะคุณรินรดา" ไพลินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบราวกับใบมีดโกน เธอก้าวเท้าเดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมาประชิดตัวเรนช้าๆ ความสูงของเชฟสาวทำให้เรนต้องแหงนหน้ามองเล็กน้อย ยิ่งเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายอบเชยอ่อนๆ ก็ยิ่งลอยเข้าจมูก "คุณใช้สมองส่วนไหนคิดคะ เอาขนมหมดอายุข้างถนนมารีวิวโจมตีร้านอื่นเพื่อเรียกยอดไลก์ รู้ไหมว่าความมักง่ายของคุณมันทำลายหยาดเหงื่อของคนอื่นแค่ไหน?" เรนชะงักไปชั่ววินาที ความรู้สึกผิดแวบเข้ามาในใจเสี้ยวหนึ่งเมื่อเห็นแววตาจริงจังและกรุ่นโกรธที่ฉายชัดอยู่ในดวงตานั้น มันไม่ใช่แค่ความโมโหธรรมดา แต่มันคือความผิดหวังของคนรักงานศิลปะที่ถูกย่ำยี แต่คนอย่างเรน... ต่อให้ผิดจริงก็ไม่มีวันก้มหัวให้ใครง่ายๆ หรอกนะ! "แล้วใครจะไปรู้เล่า! ก็ร้านคุณมันซกมกเองนี่ ปล่อยให้คนนอกเข้ามาหยิบของในถังขยะไปแจกมั่วซั่วได้ยังไง!" เถียงคอเป็นเอ็นทั้งที่รู้ว่าเริ่มเสียเปรียบ "คนนอกที่ว่า ก็คือเด็กพาร์ทไทม์ที่คุณไปยืนดักรอไถ่ถามเขาที่หลังร้านต่างหากล่ะคะ คุณต่างหากที่หน้ามืดตามัวอยากได้คอนเทนต์จนไม่ดูตาม้าตาเรือ" ไพลินก้าวเข้าไปประชิดตัวเรนมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนเรนรู้สึกได้ถึงความรัญจวนแปลกประหลาดที่เข้ามาแทรกกลางความโกรธ เรนผถอยหลังไปจนสะโพกชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์บาร์ ปลายทางตัน ไม่มีทางหนี เชฟสาวจอมเผด็จการยื่นมือข้างหนึ่งไปท้าวกับเคาน์เตอร์กักตัวเธอไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าสวยเฉี่ยวเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงมาในดวงตาของเรนด้วยประกายวาววับที่คาดเดาไม่ได้ "ในเมื่อคุณทำให้ร้านฉันเสียหายขนาดนี้..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้วจนเรนรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว สมองที่เคยแล่นฉิวกลับตื้อตันขึ้นมาดื้อๆ "คุณต้องรับผิดชอบ" "รับ... รับผิดชอบยังไงยะ?!" เรนเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น และสับสนกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่พลิกผันไปอย่างรวดเร็ว ไพลินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองใจกระตุกวูบ "ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป คุณจะต้องมาเป็นลูกมือในครัวของฉันชดใช้ความผิด จนกว่าฉันจะพอใจ... และบอกไว้ก่อนนะ ว่าฉันเป็นคนเรื่องมากที่สุดในสามโลก เตรียมตัวรับนรกบนดินได้เลยค่ะ ยัยตัวแสบ" *ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!* ยังไม่ทันที่เรนจะได้อ้าปากปฏิเสธคำสั่งเผด็จการนั้น ประตูหน้าร้านที่ควรจะล็อกไว้ก็ถูกผลักเปิดออกผาง เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางความตกใจของทั้งคู่ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในความมืดพร้อมรอยยิ้มกริ่ม... -------------------------------------------------- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางเข้าครัวป่วนๆ ไปกับสายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้าตายที่ใจดีแค่กับแมว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%