กลิ่นหอมของกำยานหมื่นลี้อวลกำจายทั่วตำหนักหงส์ประดับมุก ทว่าในความรู้สึกของหลินฟางเซียน มันกลับคละคลุ้งด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทมานานชั่วกัลปสาน
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าแพรปักลายหงส์ทองจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือจนเล็บจิก2ลึก ปลุกสติสัมปชัญญะที่ล่องลอยอยู่ในความมืดมิดให้กลับคืนมา นางไม่ได้ถูกตรึงอยู่บนเสาเหล็กแดงฉานเพื่อรอรับทัณฑ์หั่นร่าง ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของหลี่จู และไม่ได้ลิ้มรสชาติเค็มปร่าของน้ำตาแห่งความโง่เขลาอีกต่อไปแล้ว
ภาพตรงหน้าคือคันฉ่องทองเหลืองส่องประกายวาววับ สะท้อนใบหน้าของหญิงสาววัยสิบแปดปีผู้มีความงามดرดดวงดารา ไร้ซึ่งรอยแผลเป็นแห่งการทรยศ และไร้ซึ่งความอ่อนต่อโลกที่เคยนำพาตระกูลหลินไปสู่จุดจบอันอนาถ
"พระชายา... ใกล้ได้เวลาเสด็จออกไปรับขบวนเกี้ยวขององค์รัชทายาทแล้วเพคะ สีพระพักตร์ของพระองค์ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก มีสิ่งใดให้หม่อมฉันถวายการดูแลหรือไม่เพคะ"
เสียงของ 'ชุนฮวา' ข้ารับใช้คนสนิทที่ถูกวางยาพิษจนตายตกไปในชาติตอนโน้นดังขึ้นแว่วๆ ฟางเซียนค่อยๆ เบนสายตาจากเงาในกระจกกลับมามองหญิงรับใช้ผู้ภักดี ดวงตาหงส์ที่เคยโศกเศร้าและเปี่ยมด้วยความเมตตาบัดนี้กลับเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี มุมปากยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่แม้แต่ชุนฮวายังต้องผงะถอยหลังไปด้วยความหวาดหวั่นโดยไม่รู้ตัว
"ไม่จำเป็น... ข้าแค่นึกขึ้นได้ว่า ของขวัญที่ข้าเตรียมไว้รับรอง 'สหายรัก' ในวันนี้ มันยังขาดรสชาติที่สาสมไปเสียหน่อย" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสกดดันบางเบาที่ทำให้อากาศในห้องราวกับเย็นเยียบลงทันตา
วันนี้คือวันที่สี่สิบแปดแห่งรัชศกตง Fangsheng วันอภิเษกสมรสที่นางเฝ้ารอด้วยความรักอันซื่อใส วันที่นางยอมสละอำนาจและเบื้องหลังอันแข็งแกร่งของตระกูล เพื่อก้าวเข้าสู่ตำหนักในอันมืดมิดเคียงข้างบุรุษที่นางคิดว่าคือชีวิตจิตใจ... องค์รัชทายาทจ้าวอี้
ชะตากรรมโง่เขลานั้นได้จบลงไปแล้ว ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้หงส์เพลิงตัวนี้ฟื้นคืนจากเถ้าถ่าน องค์ชายผู้มักใหญ่ใฝ่สูงกับสนมเอกผู้สวมหน้ากากหยกผู้นั้น เตรียมตัวรับมือกับการล้างบางจากขุมนรกที่พวกมันเป็นผู้สร้างขึ้นมาได้เลย
อาภรณ์มงคลสีชาดปักดิ้นทองอร่ามทอดตัวยาวระพื้น หนักอึ้งด้วยอัญมณีล้ำค่า ทว่าฟางเซียนกลับก้าวเดินออกไปด้วยฝาดเท้าที่มั่นคงและสง่างามดั่งพญาหงส์โผบินสู่สรวงสวรรค์ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่กดขี่บรรดาขันทีและนางกำนัลจนต้องก้มหน้าหลบสายตาโดยอัตโนมัติ
เมื่อขบวนเกี้ยวทองคำเคลื่อนมาถึงหน้าตำหนักใหญ่ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยเสียงบรรเลงดนตรีมงคลและเสียงอวยพรเซ็งแซ่ ร่างสูงโปร่งในชุดเจ้าบ่าวขององค์รัชทายาทจ้าวอี้ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ ดวงตาคมกริบทอประกายอ่อนโยนหลอกลวง ทว่าในสายตาของฟางเซียน เขาก็ไม่ต่างอะไรจากศพเดินได้ตัวหนึ่ง
"ฟางเซียนของพี่... วันนี้เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน งดงามจนหัวใจของพี่สั่นไหวไม่เป็นจังหวะ" จ้าวอี้เอื้อมมือหมายจะประคองร่างบางตามธรรมเนียมปฏิบัติ
ฟางเซียนชะักมือหลบอย่างแนบเนียน พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ซ่อนเร้นอาคมสังหารไว้มิดชิด นางแสร้งทำเป็นเอียงอายตามบทบาทสตรีในห้องหอ "หม่อมฉันเพียงแต่ตื่นเต้นเพคะ... ตื่นเต้นจนเกรงว่าความสุขในวันนี้จะเป็นเพียงความฝัน"
"จะเป็นความฝันไปได้อย่างไร ในเมื่ออนาคตข้างหน้า ราชบัลลังก์และแผ่นดินนี้ จักต้องมีเจ้านั่งเคียงคู่กับพี่ไปจนชั่วกัลปสาน" จ้าวอี้กล่าวคำหวานหยดย้อยที่ซ่อนยาพิษแห่งการทรยศไว้เต็มเปี่ยม
ในขณะที่พิธีมงคลกำลังดำเนินไปสู่ช่วงสำคัญ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์
"ช้าก่อน... งานมงคลใหญ่โตเช่นนี้ ไยจึงไม่มีผู้ใดแจ้งแก่ 'อา' ขององค์รัชทายาทเล่า?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็นจนกระดูกสันหลังของผู้คนในลานพิธีต้องหนาวเยือก ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมยาวสีดำสนิทปักลายมังกรทมิฬดุร้าย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรี กวาดมองทั่วบริเวณด้วยรัศมีกดดันที่แทบทำให้ทุกคนหยุดหายใจ
อ๋องเฉินหลง... ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์บูรพาทิศ ผู้กุมอำนาจทหารครึ่งค่อนแผ่นดิน บุรุษที่ใครๆ ต่างหวาดกลัวและหลีกเลี่ยง แต่กลับเป็นคนเดียวที่เคยยืนหยัดเคียงข้างร่างไร้วิญญาณของฟางเซียนในชาติก่อน และเป็นผู้ล้างเลือดล้างตระกูลเพื่อแก้แค้นให้นางจนวินาทีสุดท้าย
ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแคว้น ดวงตาคมคู่นั้นหยุดนิ่งอยู่ที่นาง ชั่วขณะหนึ่ง... นางเห็นร่องรอยของความห่วงหาอาทรและคำถามนับพันซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น
ก่อนที่ใครจะทันได้กล่าวคำใด ขันทีหลวงผู้หนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของจ้าวอี้ พร้อมกับชูราชโองการลับฉบับหนึ่งด้วยมือที่สั่นเทา
"ทะ... องค์รัชทายาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ! แม่ทัพใหญ่แห่งชายแดนเหนือส่งม้าเร็วถือราชโองการด่วนที่สุดมาแจ้งว่า... กองทัพแคว้นเป่ยหลิวบุกประชิดชายแดนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวอี้หน้าถอดสี ทว่าในวินาทีนั้นเอง สายตาของอ๋องเฉินหลงและหลินฟางเซียนกลับประสานกันอย่างมีความหมาย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตจักรพรรดินีผู้ฟื้นคืนชีพ เกมกระดานแย่งชิงบัลลังก์นรกนี้... บัดนี้ได้เริ่มเดินหมากตาแรกอย่างเป็นทางการแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนอดีตไปกับรอยแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
บัลลังก์ศิลาอาบเลือด: ย้อนรอยแค้นจักรพรรดินีผู้ถูกทรยศ•ตอนที่ 1
เถ้าถ่านที่โหยหาชีวิต
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ศิลาอาบเลือด: ย้อนรอยแค้นจักรพรรดินีผู้ถูกทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
