"ตระกูลหานของเรา ไม่ได้ต้อนรับงูพิษที่ไร้ยางอายเช่นเจ้า หากทนความแห้งแล้งและโคลนตมที่นี่ไม่ไหว ทางกลับเมืองหลวงก็กว้างยาวเท่ากัน จงไสหัวกลับไปเสีย!"
น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเกลียดชังราษฎร์กระแทกใส่โสตประสาทของหลินฟางเซียนอย่างจัง พร้อมกับแรงผลักที่หัวไหล่จนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะไม้สนเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ด
ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับกลิ่นอับชื้นของดินแห้งแล้ง กลิ่นสาบควาย และภาพของหญิงสูงวัยแต่งกายด้วยผ้าหยาบสีตุ่นที่ยืนจ้องมองนางด้วยแววตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
หลินฟางเซียนกะพริบตาถี่ๆ สมองที่เคยประมวลผลกราฟการลงทุนและตัวเลขผลกำไรในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด กลับถูกแทนที่ด้วยความทรงจำอันกระจัดกระจายของสตรีอีกนางหนึ่ง—สตรีผู้มีใบ่างงดงามหยาดเยิ้มแต่จิตใจคับแคบ นางร้ายผู้ใช้มารยาแย่งชิงคู่หมั้นของน้องสาวต่างแม่ จนถูกราชสำนักและตระกูลเดิมเนรเทศให้มาแต่งงานกับ 'หานหยาง' แม่ทัพตกอับผู้ถูกปลดจากตำแหน่ง ณ เมืองชายแดนอันทุรกันดาร 'ชิงหลง' ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าแม้แต่หญ้ายังไม่ยอมงอกงาม
"ท่านป้า... ข้าหมายถึง ท่านแม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ..." ฟางเซียนอ้าปากพยายามจะเอ่ยแก้ตัวตามบทบาทเดิมในความทรงจำ แต่แล้วประกายตาเฉียบคมก็ฉายวาบขึ้นมา นางไม่ใช่คุณหนูในหอคอยที่เอาแต่กรีดร้องโวยวายอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อฟ้าประทานโอกาสให้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ พร้อมกับ "มิติลับ" ห้องแล็บเกษตรกรรมอัจฉริยะและคลังสินค้าที่ติดตัวมา การจะเอาชีวิตรอดในนรกโลกันต์แห่งนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
"ใครเป็นแม่เจ้า! อย่ามาเรียกข้าให้แปดเปื้อน!" ท่านแม่สามี หรือฮูหยินเฒ่าหานแค่น "หึ" ออกมาอย่างดูแคลน นางสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินกระแทกระทั่งเท้าออกจากห้องหับมืดทึบ ปล่อยให้ฟางเซียนยืนอยู่ท่ามกลางฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งในแสงแดดสลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างกระดาษขาดวิ่น
ฟางเซียนสูดหายใจเข้าลึก3 กลิ่นฝุ่นละอองและคราบความยากจนพุ่งเข้าปะทะจมูกจนอยากจะเบือนหน้าหนี แต่นางรู้ดีว่าการบ่นพร่ำเพ้อไม่มีประโยชน์อันใด สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสำรวจสภาพแวดล้อมและทุนรอนที่มีอยู่ในมือ
นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง สภาพความเป็นอยู่ช่างน่าอนถยิ่งนัก เตียงไม้ไผ่แข็งๆ กับผ้าห่มเก่าๆ ที่มีกลิ่นอับชื้น โต๊ะไม้โยเยหนึ่งตัว และไห้น้ำดื่มที่ก้นไหมีแต่ตะกอนดินเหนียว นี่หรือคือเรือนหอของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต? ช่างน่าขันสิ้นดี!
ร่างเพรียวบางเดินไปที่หน้าต่าง พลางทอดสายออกไปเบื้องนอก ภาพที่ปรากฏคือผืนดินสีเทาแห้งแตกเป็นระแหง ลมร้อนพัดเอาฝุ่นทรายปลิวว่อน แปลงชาโบราณที่บรรพบุรุษตระกูลหานเคยภาคภูมิใจ บัดนี้เหลือเพียงตอไม้แห้งตายและใบชาสีน้ำตาลกรอบที่ร่วงหล่น ไร้ซึ่งร่องรอยของความเขียวขจี ชาวบ้านเดินผ่านไปมาด้วยสีหน้าหิวโหยและไร้ชีวิตชีวา
นี่คือภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพที่นางต้องเผชิญอย่างนั้นหรือ?
ฟางเซียนยกมือขึ้นกอดอก มุมปากเรียวสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือปนด้วยความท้าทายเสียด้วยซ้ำ ในโลกเก่า นางคือนักธุรกิจเกษตรกรอัจฉริยะผู้พลิกฟื้นดินทรายให้กลายเป็นสวนเกษตรอินทรีย์มูลค่าร้อยล้านมาแล้ว นับประสาอะไรกับดินแดนชายแดนแห้งแล้งแห่งนี้
ทันใดนั้นเอง ประตูไม้หน้าเรือนก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอันหนักหน่วง ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะหนังเก่าคร่ำคร่าและมีรอยขาดวิ่น ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอายสนามรบจางๆ ลอยมาแตะจมูก ร่างนั้นหยุดยืนตรงหน้าฟางเซียน ใบหน้าคมคายดุดลราวกับถูกสลักจากหินผา มีรอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มซ้ายชวนให้ดูน่าเกรงขาม ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองนางนิ่งสนิท ราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ
นั่นคือ 'หานหยาง' สามีในนาม... แม่ทัพผู้เย็นชาและเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ
"เจ้าคิดจะสร้างความวุ่นวายอะไรอีก?" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังขึ้น มันไม่ได้เจือด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและเยียบเย็นจนน่ากลัว
ฟางเซียนไม่สะดุ้งสะเทือน นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้สูงตระหง่าน แววตาของนางนิ่งสงบ ไร้ซึ่งแววตาหวาดกลัวหรือความเย่อหยิ่งจองหองเช่นในอดีต รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
"ข้าไม่ได้มาเพื่อสร้างความวุ่นวายค่ะท่านแม่ทัพ..." ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดถ้อยชัดคำ "แต่ข้ามาเพื่อเปลี่ยนดินแดนแห้งแล้งแห่งนี้ ให้กลายเป็นแผ่นดินทองคำต่างหากล่ะคะ"
หานหยางหรี่ตาลงเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่ไว้วางใจ เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "เปลี่ยนดินแดนตายซากนี่นะ? ฝันกลางวันให้มันน้อยลงหน่อย ฮูหยิน... เจ้าควรเอาเวลาไปคิดว่าจะอดตายอย่างไรในฤดูหนาวนี้ดีกว่า"
เขาสบัดหน้าหนีเตรียมจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะได้ก้าวพ้นธรณีประตู จู่ๆ ก็มีลมพัดประหลาดหอบหนึ่งพัดผ่านเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นอันน่าเหลือเชื่อ... กลิ่นหอมของใบชาอู่หลงคั่วใหม่ที่หอมหวานละมุน ชวนให้ น้ำลายสอ และกลิ่นหอมกรุ่นของ "ไก่ตุ๋นโสมสมุนไพรป่า" ที่ลอยอวลมาจากมุมมืดของห้อง ทั้งที่ในเรือนนี้ไม่มีเตาไฟหรือเสบียงอาหารแม้แต่น้อย!
หานหยางชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักรบทำให้เขากวาดตามองหาที่มาของกลิ่นแปลกประหลาดนั้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นไอน้ำสีขาวกรุ่นลอยขึ้นมาจากถาดไม้โบราณที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ—ถาดอาหารที่ปรากฏขึ้นราวกับปาฏิหาริย์จากความว่างเปล่า!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งใหม่นี้นะคะ มาเอาใจช่วยฟางเซียนกันต่อในตอนหน้าค่ะ!
แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในสถานะที่ไม่มีใครต้องการ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!