กลิ่นฝุ่นปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆ ไม่ใช่บรรยากาศที่รวิศคุ้นชินเลยแม้แต่น้อย
สถาปนิกหนุ่มในชุดสูทลินินสีเทาอ่อนที่รีดเรียบกริบจนแทบจะบาดมือ กำลังใช้ปลายรองเท้าหนังแท้ราคาแพงเขี่ยเศษอิฐหักที่ขวางทางเดินอย่างนึกรังเกียจ ดวงตาคมกภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดระคนผิดหวัง แบบแปลนสามมิติที่เขาใช้เวลาแก้ติดต่อกันสามคืนสามวันถูกพับเก็บยัดใส่กระเป๋าเอกสารอย่างไม่ไยดี เมื่อภาพหน้างานจริงมันช่างห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบที่เขาขีดเส้นตายไว้เสียเหลือเกิน
"ถ้าจะมาเดินตรวจงานแบบเชิดหน้าชูตาเหมือนนางพญาหงส์เหิน แนะนำให้กลับไปนั่งตากแอร์เย็น ๆ ที่ออฟฟิศดีกว่าครับคุณสถาปนิก พื้นที่ตรงนี้มันไม่เหมาะกับคนกลัวเปื้อน"
เสียงห้าวทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้นจากด้านหลัง เสรกกระดาษม้วนหนึ่งถูกตบลงบนโต๊ะไม้กระดานหยาบ ๆ เสียงดัง *ปั๊ก* เรียกให้รวิศต้องสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนที่ร่างโปร่งจะค่อย ๆ หันขวับกลับไปเผชิญหน้า
เจ้าของเสียงคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีดำมอมฝุ่นจนเกือบกลายเป็นสีเทา กล้ามเนื้อช่วงไหล่และแขนปูดโปนเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลย้อยตามแรงโน้มถ่วง ผิวค่อนข้างคล้ำแดด ใบหน้าคมเข้มมีหนวดเคราครึ้มรอบกรอบปาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพชแกมรำคาญอย่างไม่คิดจะปิดบัง
รวิศเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความถือดีพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนร้อนผ่าวถึงใบหู เขาปรายตามองผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าบ้างด้วยสายตาที่คมกริบไม่แพ้กัน ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ
"ถ้าจะมาทำงานด้วยสมองกลวง ๆ และท่าทางดิบเถื่อนไร้รสนิยมแบบนี้ แนะนำให้ไปสมัครเป็นกรรมกรแบกหามอยู่ท้ายซอยจะรุ่งกว่าครับคุณ... หัวหน้าพยัคฆ์" รวิศจงใจเน้นเสียงตรงคำสุดท้ายอย่างถางถาง พร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันร่วมคืบ "แบบแปลนที่ผมส่งมาให้ดูเมื่อวาน อ่านภาษาไทยออกไหมครับ หรือต้องให้ผมแปลเป็นภาษาสัตว์ป่าพวกคุณถึงจะเข้าใจว่าผนังห้องรับแขกมันต้องตรงเป๊ะ ไม่ใช่เบี้ยวเอียงเหมือนกะโหลกคนคุมงานแถวนี้"
พยัคฆ์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่หายวับไปจากใบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองคนตรงหน้าที่สูงแค่ระดับอกของเขาแต่กลับกล้าต่อปากต่อคำด้วยความอวดดี
ไอความร้อนระอุของช่วงบ่ายแผดเผาลงมาผ่านหลังคาโครงเหล็กชั่วคราว แต่บรรยากาศรอบตัวพวกเขากลับหนתาวเหน็บและตึงเครียดเสียยิ่งกว่าห้องแช่แข็ง พยัคฆ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวรวิศชนิดที่ว่าปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นกายแบบผู้ชายลุย ๆ ลอยเข้าแตะจมูกสถาปนิกหนุ่มจนรวิศต้องเผลอกลั้นหายใจ
"ปากเก่งนักนะคุณหนู" พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดัน "ที่นี่ไซต์งานก่อสร้าง ไม่ใช่แคท워크แฟชั่นโชว์ของพวกคุณหนูไฮoที่วัน ๆ เอาแต่นั่งเซ็นชื่อบนกระดาษ ถ้าเก่งนักก็ลองหยิบตลับเมตรแล้ววัดหน้างานจริงดูสิครับ ว่าสิ่งที่อยู่ในหัวสมองโลกสวยของคุณน่ะ มันใช้กับโลกความเป็นจริงได้สักกี่เปอร์เซ็นต์"
รวิศไม่ได้ถอยหนี เขายืดอกขึ้นสู้ ปลายจมูกเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาสองคู่ประสานกันดั่งกระบี่คมกริบที่ปะทะกันจนเกิดประกายไฟ ความโกรธขอดอยู่ในอก แต่แปลกที่ลึก ๆ ลงไปในความขัดแย้งนั้น หัวใจของรวิศกลับเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อได้กลิ่นอายความเป็นชายที่ดิบเถื่อนและทรงพลังตรงหน้า
"ผมไม่ต้องวัดอะไรทั้งนั้น เพราะสิ่งที่ผมออกแบบ... มันคือความสมบูรณ์แบบ" รวิศตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล "ถ้างานมันออกมาห่วยแตก นั่นก็เป็นเพราะฝีมือคนคุมงานแถวนี้มันต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่เกี่ยวกับแบบของผม"
พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย มือหนาหยาบกร้านจากการจับเครื่องมือช่างยื่นออกไปทันที รวิศคิดว่าอีกฝ่ายจะผลักตนออกไป แต่เปล่าเลย... นิ้วมือแข็งแรงนั้นกลับคว้าเข้าที่เอวสอบของรวิศผ่านเนื้อผ้าลินินบางเบา แล้วกระชากเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นอกกว้างแนบสนิทกับอกบางของสถาปนิกหนุ่มอย่างแรง
*พรึบ!*
ลมหายใจของรวิศสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังของตนถูกดันให้ถอยร่นจนแนบติดกับเสาปูนเปลือย เย็นเฉียบ แต่แผ่นอกของคนตรงหน้ากลับร้อนระอุราวกับเตาไฟ พยัคฆ์ใช้แขนอีกข้างค้ำยันเสาปูนไว้ กักขังร่างเพรียวบางของเขาให้อยู่ในอาณัติทันที
"ทำอะไรของคุณ! ปล่อยนะ!" รวิศตื่นตระหนกจนเผลอขึ้นเสียง มือเรียวพยายามดันไหล่หนาของอีกฝ่ายออก แต่กล้ามเนื้อเหล่านั้นกลับแข็งราวกับหินผา ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
"อยากรู้จริง ๆ ว่าปากเก่ง ๆ แบบนี้... เวลาจมูกไม่ได้เชิดใส่คนอื่นแล้ว มันจะยังพูดจาอวดดีแบบนี้อยู่ไหม" พยัคฆ์ก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมฝีปากของรวิศจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่รวดเร็วและรุนแรงทำให้รวิศสมองขาวโพลน หัวใจเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
ในจังหวะที่รวิศกำลังจะอ้าปากด่าทอเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยสายหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางห้องพักคนงานชั่วคราว พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ทำให้เลือดในกายของรวิศเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
"คุณรวิศครับ! แย่แล้วครับ! เรื่องแบบแปลนที่มีปัญหา... มีคนจากบริษัทใหญ่เข้ามาตรวจสอบกะทันหันครับ!"
พยัคฆ์ชะงัก ปลายจมูกที่เกือบจะแตะโดนแก้มของรวิศค้างเติ่งอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ ดวงตาคมกริบหันไปมองต้นเสียงแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มกลับมามองใบหน้าแดงก่ำของสถาปนิกในอ้อมแขนที่ตอนนี้ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง
และก่อนที่พยัคฆ์จะทันได้ผละตัวออก เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นตรงหน้าประตูทางเข้าพอดี
"อ้าว... ดูท่าทางผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าสินะ รวิศ?"
...ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความระอุในไซต์งานก่อสร้างนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 1
แค่คนละโลก
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!