“หากเจ้ายังหายใจอยู่ ก็จงดื่มน้ำต้มยาถ้วยนี้ให้หมดเสีย เลิกทำตัวเป็นภาระให้คนในตระกูลหลินต้องแปดเปื้อนมลทินเสียที”
เสียงแหลมสูงของผู้หญิงคนหนึ่งดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของ ‘หลินซูเหยา’ ความเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วสรรพางค์กายแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่นางพยายามลืมตาขึ้น กลิ่นฉุนกึกของสมุนไพรดิบที่ผสมกลิ่นคาวสนิมจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศที่เย็นเยียบและอับชื้น กลิ่นนี้... กลิ่นของ ‘พิษมรณาเร้นกาย’ ที่สกัดจากรากหญ้าวิญญาณป่าช้า นางจดจำมันได้แม่นยำยิ่งกว่าลายเส้นบนฝ่ามือตัวเองเสียอีก
นางไม่ได้อยู่ในห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลในยุคปัจจุบันอีกต่อไป... นี่มันที่ไหนกัน?
หลินซูเหยากัดฟันแน่น ร่างกายนี้หนักอึ้งราวกับถูกหินก้อนใหญ่ทับถม นางพยายามกวาดสายตามองผ่านความสลัวราง เห็นสตรีในชุดผ้าไหมสีเขียวมรกตปักลายดอกโบตั๋นประณีตยืนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคู่นั้นของนางช่างดุดันและเต็มไปด้วยความสมเพช ขณะที่ในมือถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา แต่น้ำสีดำขุ่นภายในนั้นกลับเป็นยาพิษที่สามารถสังหารคนได้ในพริบตา
“คุณหนูรอง... ท่านคงไม่ได้คิดจะดื้อดึงไปมากกว่านี้ใช่หรือไม่?” สาวใช้ข้างกายสตรีผู้นั้นเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงกระด้าง
หลินซูเหยาแค่นยิ้มในใจ ไหวพริบของยอดแพทย์อัจฉริยะทำงานอย่างรวดเร็ว นางรู้ดีว่าสถานการณ์ขณะนี้คือการถูกกำจัดโดยคนในตระกูลตนเอง การจะรอดชีวิตในเรือนหลังที่ไร้เมตตาเช่นนี้ มิใช่การใช้กำลัง แต่มันคือการเดินหมากที่เฉียบคมบนกระดานที่มองไม่เห็น
“หากข้าดื่มมันลงไป... ท่านคิดว่าตระกูลหลินจะได้รับผลประโยชน์อันใดงั้นหรือคะ พี่หญิง?” หลินซูเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางแม้จะแหบพร่าแต่กลับกังวานด้วยความเยือกเย็น จนสตรีตรงหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง
“เจ้า... เจ้ารู้ตัวแล้วหรือ?” สตรีในชุดมรกตคือ ‘หลินหนิงอวี้’ พี่สาวต่างมารดาผู้มักจะฉีกยิ้มหวานฉ่ำแต่ซ่อนมีดคมกริบไว้เบื้องหลังเสมอ นางดูประหลาดใจที่เห็นดวงตาของน้องสาวผู้โง่เขลาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายคมกริบดุจปีศาจ “จะรู้ตัวหรือไม่ ก็ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ชีวิตเจ้าถูกลิขิตให้จบลงในเรือนฟืนแห่งนี้”
หลินซูเหยาลอบสังเกตสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว พื้นดินที่ชื้นแฉะ กองฟืนที่วางระเกะระกะ และไอเย็นที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ นางรู้ดีว่าร่างกายนี้อ่อนแอเกินกว่าจะปะทะตรงๆ แต่ด้วยความรู้ด้านเภสัชวิทยาและจิตวิทยาที่นางสั่งสมมาตลอดชีวิต การจะพลิกเกมนี้มีช่องว่างให้เล่นเสมอ
“พี่หญิงเจ้าคะ ท่านควรจะวางถ้วยยานั้นลงก่อนที่ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม” หลินซูเหยาลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ความเจ็บปวดแผ่ซ่านแต่ใบหน้ากลับเรียบเฉย “เพราะหากท่านก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ท่านจะพบว่ายาพิษในมือท่าน บัดนี้ได้เปลี่ยนสถานะไปแล้ว”
หลินหนิงอวี้ชะงักฝีเท้า สายตาเต็มไปด้วยความระแวง “เจ้าขู่ข้า? เจ้าที่ถูกขังอยู่ที่นี่มาสามวันไม่ได้แตะต้องอาหารหรือสมุนไพรใดๆ จะเอาวิชาใดมาแปรสภาพยาพิษ?”
“ท่านลืมไปหรือว่า... ข้าเติบโตมากับตำรายาของท่านแม่?” หลินซูเหยาเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ดูอันตรายและคาดเดาไม่ได้ “กลิ่นกำยานที่ท่านจุดไว้เพื่อกลบกลิ่นเหม็นในเรือนฟืนนี้... ผสมกับละอองเกสรของดอกไม้ที่ติดอยู่บนอาภรณ์ของท่าน หากทำปฏิกิริยากับไอระเหยจากถ้วยยาในมือท่านเพียงนิดเดียว พี่หญิง... ท่านว่าใครกันที่จะเป็นคนแรกที่สิ้นใจ?”
หลินหนิงอวี้หน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก นางเป็นเพียงคุณหนูที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมตื้นเขิน ไม่เคยต้องเล่าเรียนวิชาเภสัชกรอันลึกซึ้ง ความกลัวที่จู่โจมเข้ามาทำให้มือที่ถือถ้วยยาเริ่มสั่นเทา
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้หนักอึ้งของเรือนฟืนก็ถูกถีบจนพังครืนเข้ามา กลิ่นอายความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกพัดพาเข้ามาในห้องแทนที่กลิ่นอับชื้น บุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางความมืดมิด อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายมังกรเร้นกายที่ไหล่กว้าง ใบหน้าคมสันดุจรูปสลักทว่าแฝงด้วยความอำมหิตที่กดดันจนผู้ที่อยู่ในห้องต่างต้องก้มหน้าลงแทบไม่ทัน
เขามิใช่ใครอื่น... คือ ‘อ๋องเซียวจิ่งเหยียน’ ผู้ที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงพระทัย กองทัพของเขาคืออำนาจเพียงหนึ่งเดียวที่ค้ำจุนราชบัลลังก์ที่สั่นคลอนไว้ และในวันนี้ เขากลับมาปรากฏตัวในสถานที่ที่ต่ำต้อยที่สุดของตระกูลหลิน
“คุณหนูรองหลิน... ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความสามารถในการ ‘รักษา’ ตัวเองได้ดีกว่าที่ข้าคาดคิดไว้มากนัก” สุรเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของเขาทำให้บรรยากาศหนักอึ้งขึ้นเป็นเท่าทวี
หลินซูเหยาสบตากับนัยน์ตาคมปลาบดุจพญาเหยี่ยวของท่านอ๋องผู้นี้ นางไม่ลดละความพยายามที่จะประเมินบุรุษตรงหน้า เขาคือหมากกระดานสำคัญที่สุดในความขัดแย้งของราชสำนัก และวันนี้ เขากลับก้าวเข้ามาหาตัวนาง...
ทันใดนั้น ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบคว้าเข้าที่คางของนางอย่างแรง บังคับให้เชิดหน้าขึ้น ก่อนจะยื่นถ้วยยาที่แย่งมาจากมือของหลินหนิงอวี้จ่อที่ริมฝีปากของนาง
“หากเจ้าบอกว่าเจ้าเปลี่ยนยาพิษให้กลายเป็นอย่างอื่นได้ เช่นนั้นเจ้าก็จงดื่มมันพิสูจน์ให้ข้าเห็นเสียเดี๋ยวนี้”
มือของเขาหนักแน่นราวกับคีมเหล็ก หลินซูเหยารับรู้ได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน นี่มิใช่การช่วยชีวิต แต่นี่คือบททดสอบที่เดิมพันด้วยชีวิตในนาทีแรกที่นางฟื้นขึ้นมา
การสลับร่างมายังโลกที่ไม่อาจไว้ใจใครได้ แม้แต่ลมหายใจของตนเอง... บัดนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจริงๆ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกเหมยปลายฤดู" ในปฐมบทแห่งเล่ห์เหลี่ยมนี้ด้วยกันนะคะ
หมากกระดานนี้ข้าขอวางเดิมพันด้วยชีวิต•ตอนที่ 1
วิญญาณสลับร่างในเรือนหลัง
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอวางเดิมพันด้วยชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
