เงาอัคคีล้างบาป กับศาสตรามนตราซ่อนปม•ตอนที่ 1

รอยสลักบนร่างไร้วิญญาณ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและธูปหอมโบราณที่เผาไหม้จนเกือบมอด คือสิ่งแรกที่ทักทายประสาทสัมผัสของสารวัตรภูวดล ทันทีที่เขาผลักประตูห้องเก็บเสียงชั้นใต้ดินของอาคารร้างย่านยานนาวา ร่างกายของนายตำรวจหนุ่มนิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความมืดสลัวหรือหยดน้ำที่ซึมผ่านผนังปูนเปลือย หากแต่เป็นภาพเบื้องหน้าที่ท้าทายทุกหลักฟิสิกส์และตรรกะทั้งหมดที่เขาเคยเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตการทำงาน ร่างไร้ลมหายใจของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ถูกตรึงไว้กลางห้องด้วยตะปูสังฆวานรขนาดใหญ่สاخทั้งสี่ทิศ แขนและขาถูกดัดบิดในมุมที่กระดูกมนุษย์ปกติไม่มีทางทำได้ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงสะท้อนความหวาดกลัวสุดขีด รูม่านตาขยายกว้างจนกลายเป็นสีดำสนิท รอบลำคอและแผ่นอกมีรอยกรีดลึกเป็นอักขระโบราณที่บิดเบี้ยว ทว่าสิ่งที่ทำให้ภูวดลต้องขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นบนหน้าผากลึกขึ้น คือความจริงที่ว่า... ไม่มีหยดเลือดแม้แต่หยดเดียวหยดลงสู่พื้นปูนเบื้องล่าง เลือดทั้งหมดดูเหมือนจะถูกสูบฉีดให้ไหลวนเวียนและแห้งกรังอยู่ภายในรอยแผลเหล่านั้นอย่างน่าสยดสยอง "ผลชันสูตรเบื้องต้นจากหมอนิติเวชระบุว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมงครับสารวัตร" เสียงของหมวดกวินดังขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับแสงไฟฉายที่กวาดไปทั่วบริเวณเพื่อบันทึกหลักฐาน "แต่ที่ประหลาดที่สุดคือ สภาพศพไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีสารพิษในกระแสเลือด และ... ระบบประสาททั้งหมดถูกทำลายจากภายใน ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกไปขณะที่ยังมีสติ" ภูวดลไม่ตอบคำถาม ลูกน้องคนสนิท เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างนั้นอย่างระมัดระวัง รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้อง สายตาคมกริบกวาดมองทุกรายละเอียดด้วยความเป็นมืออาชีพ ปรัชญาการทำงานของเขาชัดเจนเสมอ อาชญากรรมทุกประเภทล้วนทิ้งร่องรอย และทุกเงื่อนงำย่อมมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับเสมอ แต่วันนี้... กำแพงตรรกะที่เขาสร้างมาตลอดสิบปีในกรมตำรวจกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง "นี่ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ทั่วไป กวิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง "ครับ? สารวัตรหมายถึง..." กวินชะงักมือที่กำลังถือกล้องถ่ายรูป หันมามองผู้บังคับบัญชาด้วยแววตาลังเล "พวกเรากำลังเจอคดีฆาตกรรมต่อเนื่องแบบเดิมอีกแล้วเหรอครับ สัปดาห์ก่อนเพิ่งจะมีเคสคนงานก่อสร้างหัวใจวายตายคาไซต์งานโดยมีรอยแผลแบบนี้เป๊ะ..." "ไม่ใช่แค่การฆาตกรรม แต่เป็นการบูชายัญ" เสียงใสทว่าเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวพัดผ่านกลางฤดูร้อน ดังขึ้นจากความมืดบริเวณทางเข้าห้อง ภูวดลและกวินหันขวับไปมองพร้อมกันทันที ร่างระหงในชุดสูทสีดำสนิทแต่สวมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าฝ้ายทอมือสีครามเข้มก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชด แววตาคมปลาบภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยสะท้อนความเย่อหยิ่งและทรงภูมิปัญญาในเวลาเดียวกัน เส้นผมยาวถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย กลิ่นจันทน์หอมจางๆ ลอยมาแตะจมูกแทนที่กลิ่นคาวเลือด "คุณเป็นใคร? ที่นี่เป็นพื้นที่ควบคุมคดีพิเศษ ห้ามบุคคลภายนอกเข้า" ภูวดลขยับตัวบังร่างผู้เสียชีวิตไว้เล็กน้อย สัญชาตญาณนักสืบเตือนภัยให้ระแวดระวังผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ ทว่าแววตาของเขากลับสำรวจเธออย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ท่าทีที่ไร้ความหวาดกลัวต่อศพตรงหน้า ไปจนถึงปลายนิ้วเรียวยาวที่มีรอยหมึกจางๆ และกลิ่นอายบางอย่างที่ไม่อาจหาได้จากคนทั่วไป รัญธิดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เธอปรายตามองนายตำรวจหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเดินเลยผ่านเขาไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าร่างไร้วิญญาณนั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว "แพทย์แผนไทย รัญธิดา ครับ... หรือถ้าจะให้พูดภาษาชาวบ้านที่เข้าใจง่ายกว่านั้น ฉันคือคนที่พวกคุณตามหา เพื่อไม่ให้คดีนี้กลายเป็นสุสานแห่งความลับ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะใกล้กับรอยอักขระบนอกศพโดยไม่สวมถุงมือยาง "หยุดนะ!" ภูวดลก้าวเข้าไปคว้าข้อมือเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงปะทะจากสัมผัสทำเอาหัวใจเขากระตุกวูบอย่างประหลาด ผิวเนื้อของเธอนั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำค้างกลางหาว ทว่ากลับส่งกระแสความร้อนรุ่มบางอย่างวิ่งพล่านเข้าสู่ปลายนิ้วของเขา รัญธิดาชะงักเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว มีเพียงความรู้เท่าทันและประกายความท้าทายที่พุ่งตรงมายังเขา "ถ้าคุณยังใช้มือเปล่าแตะต้องหลักฐาน สารวัตรจะทำลายร่องรอยทางนิติเวชหมดนะครับ" ภูวดลเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบ2เรียบ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะจากระยะประชิดนี้ รัญธิดายิ้มมุมปากอีกครั้งอย่างเหนือกว่า เธอค่อยๆ ดึงข้อมือตนเองกลับอย่างนิ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว ก่อนจะหันมามองหน้าเขาเต็มตา "หลักฐานทางนิติเวชเหรอครับสารวัตร? สิ่งที่คุณเห็นเป็นเพียงเปลือกนอก... รอยอักขระพวกนี้ไม่ได้ถูกกรีดด้วยมีดผ่าตัด แต่มันถูกสลักด้วย 'อาคมโลหิต' ที่ดึงเอาพลังชีวิตขั้นสุดท้ายของผู้ตายมาเขียนเป็นพันธะสัญญา และถ้าสารวัตรยังคิดว่านี่คือคดีฆาตกรรมธรรมดา... อีกไม่เกินสิบสองชั่วโมงข้างหน้า ผู้อยู่เบื้องหลังจะใช้ร่างนี้เปิดประตูพิธีกรรมครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองกรุงแน่นอน" คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงไปอีกขั้น กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ภูวดลหรี่ตาลง ประเมินคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า สมองของนายตำรวจหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ระหว่างความงมงายไร้สาระกับความเป็นไปได้อันน่าสะพรึงกลัวที่เขากำลังเผชิญ "คุณรู้อะไรมา?" ภูวดลถามเสียงเข้ม ขยับเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่งเพื่อกดดัน "รู้ในสิ่งที่ตำรวจน้ำดีอย่างคุณไม่อยากเชื่อ แต่ปฏิเสธไม่ได้..." รัญธิดากระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูเขา จนสัมผัสได้ถึงไอเย็นจางๆ "และที่สำคัญ... คนที่ส่งรอยสลักนี้มา ไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตคนบนเตียงนี้หاردหรอกครับสารวัตร แต่เขากำลังส่ง 'คำท้า' มาถึงคุณโดยตรงต่างหาก" ก่อนที่ภูวดลจะทันได้สวนคำพูดใดกลับไป เสียงวิทยุสื่อสารบนปกเสื้อของกวินก็ส่งเสียงซ่าแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก *“หมวดกวิน! สารวัตร! ด่วนครับ! หน่วยพิสูจน์หลักฐานที่จอดรถชั้นใต้ดินรายงานเข้ามา... จู่ๆ รถตู้ของกลางที่เก็บชิ้นส่วนหลักฐานจากคดีเมื่อสัปดาห์ก่อน เกิดระเบิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุ และตอนนี้... ศพแรกที่เก็บไว้ในห้องเย็น กำลังลุกขึ้นยืนเดินได้เองแล้วครับ!”* ภูวดลหันขวับกลับมามองหน้าศพเบื้องหน้าอีกครั้ง ทันใดนั้น ดวงตาสีดำสนิทของร่างไร้วิญญาณที่ควรจะตายไปแล้วนับชั่วโมง ก็ค่อยๆ กลิ่นกลอกกลับมาจ้องมองตรงมายังพวกเขา พร้อมกับมุมปากที่ฉีกยิ้มกว้างขึ้นอย่างน่าสยดสยอง! --- *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอัคคีล้างบาป กับศาสตรามนตราซ่อนปม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%