"คุณศิลาครับ แบบร่างโปรเจกต์รีโนเวทอาคารเก่าในย่านเมืองเก่า ผมส่งให้คุณตรวจทานทางอีเมลเมื่อเช้านี้ ไม่ทราบว่าคุณได้อ่านรายละเอียดของวัสดุที่ผมเลือกใช้หรือยังครับ?"
เสียงเรียบเฉยที่ติดจะเย็นชาของริวดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปนิกชื่อดัง กลิ่นกาแฟดำที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวยาวดูเหมือนจะกร่อยลงถนัดตาเมื่อริวกล่าวจบ เขาไม่ได้หลบสายตา ไม่ได้แสดงท่าทีประหม่า เหมือนคนที่เพิ่งผ่านการขัดเกลาจากโลกที่โหดร้ายมาจนชินชา
ศิลาที่นั่งอยู่หัวโต๊ะลดมือจากการพิจารณาภาพสเก็ตช์ลงช้าๆ เขารวบรวมสมาธิก่อนจะเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนเด่นอยู่เบื้องหน้าอย่างละเอียด ทว่า... มันกลับเป็นสายตาที่ราบเรียบ ว่างเปล่า ราวกับเขากำลังมองดูพนักงานคนหนึ่งที่ไร้ความสำคัญต่อชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิง
"คุณคือ... คุณริว นักอนุรักษ์ที่ได้รับคำแนะนำมาใช่ไหมครับ?"
ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแบบมืออาชีพ หากแต่ทุกพยางค์ที่หลุดออกจากปากชายหนุ่มกลับเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงหัวใจของคนที่รอคอยคำตอบมาตลอดหกปี ริวกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เขาพยายามสูดลมหายใจเพื่อรักษาระดับอารมณ์ให้คงที่ที่สุด
"ใช่ครับ ผมริว หวังว่าโปรเจกต์นี้เราจะร่วมงานกันได้อย่างราบรื่นนะครับ คุณศิลา"
ศิลาพยักหน้าเบาๆ ราวกับไม่ใส่ใจ เขาเปิดแฟ้มงานตรงหน้าอีกครั้งโดยไม่คิดจะสนทนาเรื่องอื่นต่อ "ผมชอบการเลือกวัสดุของคุณ แต่มันดู 'อ่อนโยน' เกินไปสำหรับอาคารโครงสร้างเหล็กแบบที่ผมต้องการ ผมต้องการความเฉียบขาด ไม่ใช่ความทรงจำที่พยายามฉาบไว้บนปูน"
คำพูดนั้นไม่ได้แค่ตำหนิงาน แต่มันคือการดูแคลนตัวตนของริวโดยตรง ศิลาในวันนี้คือสถาปนิกผู้ไร้หัวใจ เขาตัดขาดความรู้สึกเพื่อแลกกับความสมบูรณ์แบบของผลงาน ในขณะที่ริวคือคนเดียวที่กุมความลับของเศษเสี้ยวหัวใจที่เขาเคยทำทิ้งไว้ในอดีต
ตลอดการประชุมที่ยาวนาน ศิลาไม่เคยเผลอหลุดสายตาที่แสดงถึงความทรงจำใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย เขาพูดคุยเรื่องมุมเหลี่ยมของเสา เรื่องการรับน้ำหนัก และเรื่องกำไรที่คาดว่าจะได้รับราวกับเครื่องจักรที่ถูกโปรแกรมมาอย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่ริวพยายามจะสบตาเพื่อค้นหาความรู้สึกผิดหรือแม้แต่ความสงสัย เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าที่แสนเยือกเย็น
หลังจบการประชุม ผู้ช่วยส่วนตัวของศิลาเดินเข้ามาสะกิดแขนเขาเบาๆ เพื่อเตือนเรื่องตารางนัดหมายช่วงเย็น
"คุณศิลาครับ ลูกค้าคนต่อไปยกเลิกนัดครับ แต่มีพัสดุจากทางบ้านส่งมาถึงที่นี่..."
ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาดู ก่อนจะหันไปทางริวที่กำลังเก็บอุปกรณ์วาดเขียนลงกระเป๋า "คุณริวครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญก่อนได้เลยครับ ผมมีธุระส่วนตัวต่อ"
ริวชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างสุภาพ "รับทราบครับ คุณศิลา"
ขณะที่ริวกำลังจะก้าวออกจากห้อง เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นเสียงเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามาในห้องด้วยความซุกซน พร้อมกับเสียงร้องเรียกที่ทำให้โลกของศิลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ
"แม่ครับ! วันนี้ต้นกล้ารอแม่ที่ร้านกาแฟข้างล่างนานเลยนะ หิวจังเลยครับ"
เด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบวิ่งถลาเข้ามาเกาะขาของริว ดวงตากลมโตสดใสคู่นั้นเงยขึ้นมองคนในห้องด้วยความไร้เดียงสา ศิลาที่กำลังจะแกะพัสดุในมือชะงักนิ่ง ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าอย่างจัง เมื่อเขาสบเข้ากับดวงตาของเด็กน้อยคนนั้น... ดวงตาที่เหมือนกับเขาราวกับถอดแบบออกมา ทั้งรูปร่างหน้าตาและคิ้วที่เข้มคม
ศิลาวางเอกสารในมือลงช้าๆ พัสดุเลื่อนตกลงกับพื้นจนเนื้อหาข้างในไหลออกมา เป็นภาพถ่ายใบเก่าที่มุมภาพมีวันที่กำกับไว้เมื่อหกปีก่อน และผลตรวจมวลกระดูกที่ระบุความผิดปกติในอดีตที่ศิลาเคยพยายามลบมันทิ้งไป
"นี่คือลูกชายของคุณงั้นหรือ... ริว?"
ศิลาถามเสียงสั่น ความเย็นชาที่เคยสร้างขึ้นมาอย่างหนาแน่นเริ่มร้าวรานและปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในวินาทีที่เขาสบตากับเด็กน้อย ซึ่งตอนนี้กำลังจ้องมองเขากลับมาด้วยความสงสัยอย่างเปิดเผย
"ครับ" ริวตอบสั้นๆ โดยไม่หันกลับไปมอง แต่แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเจ็บปวดเป็นความสะใจที่เยือกเย็น "เขาคือลูกของผม... และเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณเลยสักนิดเดียว หวังว่าคุณคงเข้าใจนะครับ คุณศิลา"
ริวพาลูกน้อยก้าวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้สถาปนิกผู้เย็นชายืนนิ่งอยู่กลางห้องที่เงียบงัน ศิลาก้มลงมองภาพถ่ายบนพื้น มือที่สั่นเทาหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะพบว่าหลังภาพนั้นมีข้อความที่เขียนด้วยลายมือของเขาเองเมื่อหกปีก่อนว่า... 'เราจะสร้างบ้านหลังนี้ด้วยกัน เพื่อลูกของเรา'
เขาจำไม่ได้... หรือเขาแค่เลือกที่จะลืมมันเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่ไม่มีวันสมบูรณ์แบบขึ้นมากันแน่?
ความมืดมิดในใจของศิลากำลังจะถูกทำลายลงด้วยรอยยิ้มของเด็กคนนั้น และดูเหมือนว่าเกมการแก้แค้นที่ริวเตรียมไว้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีที่ศิลาเพิ่งจะตระหนักว่า... สิ่งที่เขาทิ้งไปเมื่อหกปีก่อน คือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เขามี
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความเจ็บปวดอันงดงามนี้ไปกับผม ดาร์กไนท์นะครับ
สถาปนิกไร้ใจกับโปรเจกต์หัวใจที่พังทลาย•ตอนที่ 2
พบกันเมื่อสาย
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับโปรเจกต์หัวใจที่พังทลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
